ข่าว

จะอยู่เกินร้อย,ต้องสนุกด้วย!

จะอยู่เกินร้อย,ต้องสนุกด้วย!

29 มิ.ย. 2555

จะอยู่เกินร้อย,ต้องสนุกด้วย! : สุทธิชัย หยุ่น /http://www.oknation.net/blog/suthichai

               ผมอ่านหนังสือเรื่อง “Blue Zones” ว่าด้วยคนในหลายๆ ประเทศที่มีอายุถึง 100 ปีและเกินกว่านั้นแล้วก็เกิดความกำแหงหาญ...ประกาศจะร่วม “ชมรมคน 120” ของประเทศไทยกับเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะชาวชีวจิตของ อ. สาทิส อินทรกำแหง แล้ว, จะต้องประกาศเป็นภารกิจส่วนตัวเลยว่าเป้าหมายคือจะต้องเข้า Blue Zone หรือ “โซนสีฟ้า” ให้ได้
 
               หนังสือเล่มนี้ไปสัมภาษณ์คนทั่วโลกที่มีอายุเกินร้อยเพิ่มไปสอบถามเคล็ดลับของการใช้ชีวิต และเมื่อรวบรวมบทสัมภาษณ์ไว้ในที่เดียวกันแล้ว, ก็สามารถจะบอกเล่าให้คนอื่นๆ ที่ต้องการจะมีชีวิตยืนยาวอย่างมีความสุขเหมือนกัน
 
               ที่น่าสนใจคือถ้าไปถามคนที่มีอายุยืนยาวว่ามีเคล็ดลับอย่างไร, เขาหรือเธอก็อาจจะบอกว่า “ไม่รู้...ไม่มีสูตรสำเร็จ...ก็หายใจไปเรื่อยๆ” ซึ่งก็คงจะได้ฮากันตรึม
 
               ถ้าใครบอกว่ากรรมพันธุ์กำหนดมาให้เรามีชีวิตยืนยาวหรือสั้น, และไม่ว่าจะทำอะไรกับตัวเองก็ไม่มีผลแปลกแตกต่างไป, ก็อย่าได้เชื่อเป็นอันขาด เพราะวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่ากรรมพันธุ์มีส่วนกำหนดความยาวสั้นของชีวิตของคนเราเพียงแค่ร้อยละ 25 เท่านั้น และ 75% ของชีวิตเรานั้น ตัวเราเองเป็นผู้กำหนด...นั่นคือวิถีชีวิตที่เราเลือกและคุณภาพของการดำรงชีวิตประจำวัน
 
               แล้วเขาก็พบว่าที่ที่ผู้คนมีอายุยืนยาวกว่าคนอื่นทั่วโลกนั้นมีอยู่ที่ โอกินาวาของญี่ปุ่น, บาร์บาเกียของซาร์ดิเนีย อิตาลี, ชุมชนโลมา ลินดาแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และคาบสมุทรนีโคยาในคอสตาริกา
 
               คณะสำรวจชุด Blue Zone ไปสัมผัสกับผู้มีอายุยืนเหล่านี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อนและการขจัดความเครียดของตนอง
 
               ว่าแล้ว เขาก็สรุปออกมาว่าวิถีชีวิตของคนใน “บลูโซน” นั้นมีอะไรบ้าง...เขาเสนอมาอย่างน้อย 9 ข้อซึ่งผมจะเลือกเล่าให้ฟังบางประเด็นที่น่าสนใจ 
 
               ข้อแรกคือการ "เคลื่อนไหวต่อเนื่องโดยธรรมชาติ ไม่ต้องหักโหม ไม่ต้องทำอะไรแปลกประหลาดพิสดาร” เขาบอกว่า Be active without having to think about it.
 
               เขาบอกว่าคนอายุยืนยาวถึงร้อยนั้นไม่ต้องเป็นนักวิ่งมาราธอน หรือเป็นนักแข่งขันใน “ไตรกีฬา” คนอายุยืนจะมีกิจกรรมประจำวันที่ต้องเคลื่อนไปมาอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ต้องออกแรงออกเกินเหตุ
 
               การสำรวจเจอว่าผู้ชายอายุถึงร้อยที่ซาร์ดิเนียนั้นส่วนใหญ่เป็นคนเลี้ยงแกะที่ต้องเดินและเคลื่อนไหวไปมาตลอดเวลา รวมเส้นทางแล้วก็ยาวเหยียดพอสมควร
 
               ส่วนคนอายุยืนที่โอกินาวาก็ทำสวนวันละหลายชั่วโมงเพื่อปลูกผักและพืชเป็นอาหารของตนเอง
 
               ผู้เชี่ยวชาญที่เกาะติดวิถีชีวิตของคนสุขภาพแข็งแรงกว่าผู้คนโดยเฉลี่ยทั่วโลกยืนยันว่าการ “ออกกำลังกาย” ที่ได้ผลที่สุดไม่ได้อยู่ที่วิ่งเป็นสิบๆ กิโลหรือยกน้ำหนักเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหรือแข่งวิ่งร้อยเมตรทุกวัน
 
               หากแต่อยู่ที่การใช้ชีวิตประจำวันที่มีการขยับตัวเองอย่างต่อเนื่องและใช้พลังในระดับพอสมควร ไม่มากไป ไม่น้อยไป (ตรงกันข้าม เราเคยได้ยินข่าวบ่อยๆ ใช่ไหมว่านักวิ่งมาราธอนชื่อดัง นักกีฬาระดับโลกนั้นอยู่ดีๆ ก็ล้มฟุบกลางสนามเพราะใช้กำลังของร่างกายเกินเหตุ)
 
               พูดอีกนัยหนึ่ง เราไม่สามารถออกกำลังกายหนักหน่วงวันนี้เพื่อจะได้ไม่ต้องออกกำลังกายตลอดสัปดาห์ที่เหลือ...
 
               ผมชอบหมอที่แนะนำว่าการออกกำลังกายที่ได้ผลนั้นคือการทำให้ชีวิตเราไม่สะดวกขึ้นหน่อย เพื่อว่าเราจะทำอะไรเองบ้าง ไม่ใช่อาศัยเครื่องทุ่นแรงตลอดเวลาอย่างที่เราคิดว่า “ชีวิตทันสมัย” ควรจะเป็น เช่น อย่าใช้ลิฟต์ เดินขึ้นบันไดหลายชั้น...หยุดใช้รีโมททีวี...ถีบจักรยานแทนนั่งรถไปทุกแห่ง ว่างๆ ก็ลุกขึ้นกวาดพื้นบ้าน...
 
               ที่สำคัญคือหาอะไรทำที่สนุก อย่าทำเพียงเพื่อได้ออกกำลังกายเท่านั้น...เช่นเดินเล่น ในที่ทำงานคนอื่นมี coffee break เรามี walking break คือแทนที่จะหยุดพักจากงานเพื่อดื่มกาแฟ เราก็ชักชวนเพื่อนร่วมงานไปเดินสักสองสามรอบ
 
               ถ้าไม่ชอบเข้าห้องออกกำลังกายหรือโรงยิมเพราะน่าเบื่อหรือเหมือนจะถูกบังคับให้ทำ ก็ไม่ต้องทำ...หันไปทำอะไรที่สนุกและร่างกายก็ได้ขยับและเคลื่อนไหวได้ด้วย
 
               ผมอ่านคำแนะนำข้อแรกของ “ผู้อาวุโสเกินร้อย” จากทั่วทุกมุมโลกแล้ว ก็ต้องน้อมคารวะอย่างลุ่มลึก
 
               เพราะอายุยืนต้องสนุกด้วย จะเครียดไปทำไมเล่า ?