ข่าว

สรุปรัฐสูญ241ล.แทรกแซงหอมแดง

สรุปรัฐสูญ241ล.แทรกแซงหอมแดง

28 มิ.ย. 2555

คชก.สรุปรัฐสูญเงิน 241 ล้านบาท จากโครงการแทรกแซงหอมแดง ศรีสะเกษ สั่งฟันผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ตะลึง พบเอกสารมีการหมุนเวียนขายรายเดียว 9 รอบ ขายหอมเจ้าเดียวได้เงิน 1.5 ล้านบาท

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) กล่าวว่า หลังจากที่ คชก.มาตรวจสอบปัญหาหอมแดงเน่าเสียที่จังหวัดศรีสะเกษแล้ว ได้ข้อสรุปมีสาระสำคัญที่ได้ทำเป็นเล่มส่งให้รัฐบาล โดยได้เสนอแนวทางให้มีการตรวจสอบปริมาณรับซื้อหอมแดง ที่สูญหายจากปริมาณในบัญชีแต่ละเล่ม ให้มีการตรวจสอบความเสียหายของปริมาณหอมแดงที่เก็บรักษาไว้ในสถานที่เก็บรักษาว่ามีความถูกต้องตามหลักปฏิบัติการเก็บรักษาหรือไม่ รวมทั้งให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเบิกจ่ายเงินขององค์การและดำเนินการตรวจสอบบุคคลที่ได้รับเงินโดยมิชอบ ตั้งแต่เกษตรกรและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง คืนให้องค์กรในฐานะลาภที่มิควรได้

          นายอุบลศักดิ์ กล่าวว่า ในเอกสารระบุด้วยว่ามีเกษตรกรบางคนขายหอมถึง 9 ครั้ง แสดงว่าเกิดการหมุนเวียนกันเป็นจำนวนมาก มีบางคน ขายได้ถึง 16 - 18 ตัน หรือ 40 ตันก็มี ซึ่งเจ้าของบัญชีอยู่ในรายชื่อเกษตรกร แต่ไม่ปรากฏที่มาที่ไปที่ขายได้ขนาดนี้ บางคนไม่มีพื้นที่เพาะปลูกหรือไม่ได้แจ้งไว้แต่มีหอมแดงขาย บางคนขายได้เป็นล้าน สูงสุดล้านห้าแสนบาท

          "เป็นไปได้อย่างไร ขายได้ถึงล้านห้าคนเดียว และขายในนามของเกษตรกร ซึ่งมันก็มีการฝากกันไปฝากกันมาตามหลักฐานเอกสาร แต่ก็ถือว่าเป็นลาภที่ไม่ควรได้ต้องตรวจสอบกันดูว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือตัวปลอม"

          นายอุบลศักดิ์ กล่าวว่า สรุปยอดหอมแดงที่หายออกจากโครงการโดยประมาณการนับจากหอมทั้งหมดที่มีอยู่ 20,006 ตัน แต่หอมที่ขายไปทั้งหมด 4,000 ตัน เหลืออยู่เป็นตัวเลขเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 55 จำนวน 16,100 ตัน คิดเป็นมูลค่าเงิน 241 ล้านบาท ส่วนที่ไปนับถุง สูญหายไป 5,872 ตัน เป็นเงินประมาณกว่า 88 ล้านบาท และในจำนวนที่หักไปแล้วประมาณ 10,228 ตัน ปรากฏว่าจำนวนนี้ไปชั่งน้ำหนักเฉลี่ยแล้วจะเหลือ 8 ก.ก.ต่อถุง ซึ่งตามหลักจะบรรจุถุงละ 22 ก.ก. ซึ่งก็หมายความว่าหายไป 12 ก.ก.ต่อถุง น้ำหนักหายไป 45 % คิดเป็นตัน จาก 10,228 ตัน หายไปแล้ว 4,600 กว่าตัน เป็นเงิน 69 ล้านบาทเศษ ซึ่งก็จะเหลืออยู่จริง 5,618 ตัน เป็นเงินเหลือ 84 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ที่เหลือก็คือหอมที่เน่าและใช้ไม่ได้ สรุปก็คือว่าเงินที่หายไปจากทั้งระบบชั่ง และระบบหมุนเวียนรวม 241 ล้านบาท ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ได้อยู่ในเอกสารทั้งหมดแล้ว เรื่องกฎหมายเพ่งและอาญาก็ไปว่ากันในชั้นศาล

          "หาก อคส.จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป ต้องดำเนินการด้วยตัวเองไม่ใช่ฝากให้คนอื่นทำ แต่ถึงวันนี้ก็ยังให้คนอื่นทำต่อ และต้องสร้างองค์กรให้มีความพร้อมด้วย โดย อคส.ต้องไปทำเอง ลงพื้นที่เองและโครงการก็ต้องเป็นของตัวเองไม่ใช่เอาไปให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือใครไปทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับซื้อหอมแดงจะต้องมีคุณภาพไม่เสียเน่า และต้องซื้อในส่วนที่มีอยู่ในมือของเกษตรกรจริง จะต้องไม่ให้มีการใช้หอมที่ขายเข้าโครงการแล้วเอามาหมุนเวียนอีก ถ้ามีก็จะตรวจสอบได้จากข้อมูลที่มีอยู่แล้วว่าทำอย่างไร ซึ่งจะมีโอกาสติดคุกสูงและเร็วขึ้นด้วย"