ข่าว

'ดาวเด่น-ดาวดับ'ในศึกยูโร2012

'ดาวเด่น-ดาวดับ'ในศึกยูโร2012

29 มิ.ย. 2555

'ดาวเด่น-ดาวดับ' ในศึกยูโร 2012

          หากจะว่าไปแล้ว ศึกยูโร 2012 ก็เปรียบเสมือนเป็นเวทีที่ให้บรรดานักเตะของแต่ละชาติได้ใช้ "แจ้งเกิด" ในวงการลูกหนังโลกได้เหมือนกัน หากนักเตะคนใดสามารถโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนกลายเป็น "ดาวเด่น" ของทัวร์นาเมนต์นี้ก็มีสิทธิที่จะต่อยอดความสำเร็จในเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้อย่างแน่นอน แต่ก็มีแข้งดังอีกหลายรายที่ต้องกลายเป็น "ดาวดับ" ไปโดยปริยาย หลังทำผลงานได้ไม่เข้าตา คราวนี้ลองไปดูกันว่าใครกันบ้างที่เป็น "ดาวเด่น-ดาวดับ" ตลอดระยะเวลาของเกมฟาดแข้งรายการนี้  

 

           เริ่มจาก "ดาวเด่น" นอกจากพวกดาวดังระดับ "ซูเปอร์สตาร์" อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส, เมซุท โอซิล กองกลางทีมชาติเยอรมนี, อันเดรส อิเนสตา มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน และอันเดรีย ปิร์โล กองกลางทีมชาติอิตาลี ที่ยังคงโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเหมือนที่ถูกคาดหมายเอาไว้อยู่แล้ว หากลองมองลงไปดูบรรดานักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังของแต่ละชาติก็จะเห็นได้ว่ายังมีอีกหลายรายที่ใช้เกมฟาดแข้งรายการนี้เป็นบันไดก้าวเท้าขึ้นไปแจ้งเกิดในวงการลูกหนังโลกได้เต็มตัวเหมือนกัน  

          ไม่ว่าจะเป็น พาร์เซมิสลาฟ ไทตาน ผู้รักษาประตูตัวสำรองทีมชาติโปแลนด์ที่ก้าวขึ้นไปยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในระหว่างทัวร์นาเมนต์นี้ เนื่องจาก วอยเซียก เชซนีย์ นายทวารมือหนึ่งพลาดท่าโดนใบแดงตั้งแต่เกมนัดประเดิมสนาม จึงทำให้นายด่านวัย 25 ปีรายนี้มีโอกาสได้โชว์ฟอร์มหนึบถูกเปลี่ยนตัวลงไปเซฟลูกจุดโทษได้ทันที ก่อนที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงในอีก 2 เกมที่เหลือของรอบแรกไปโดยปริยาย ขณะที่ มัทส์ ฮุมเมิลส์ กองหลังทีมชาติเยอรมนีก็สร้างชื่อในเกมฟาดแข้งรายการนี้ได้เหมือนกัน เพราะมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" มีแนวรับที่แข็งแกร่งมาก

          เช่นเดียวกับ มาร์โก รอยซ์ ปีกดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนีที่แม้จะมีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายเพียงแค่นัดเดียว แต่กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น แถมยังยิงประตูได้อีก 1 ลูกช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" เป็นฝ่ายไล่ต้อนชนะกรีซ 4-2 ขณะที่ วาชลาฟ ปิลาร์ กองกลางทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นผู้เล่นอีกรายหนึ่งที่โชว์ฝีเท้าได้เข้าตา แถมยังซัลโวตาข่ายในเกมรอบแรกได้ถึง 2 ลูกช่วยให้บ้านเกิดผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปแบบพลิกความคาดหมายในฐานะแชมป์กลุ่ม เอ      

          ปิดท้ายด้วย 2 นักเตะในเกมรุก เริ่มจาก อลัน ซาโกเยฟ ปีกดาวรุ่งทีมชาติรัสเซียที่เตรียมตัวกลายเป็นนักเตะเนื้อหอมที่น่าจะมีโอกาสได้ย้ายไปค้าแข้งให้สโมสรลูกหนังระดับยักษ์ใหญ่ค่อนข้างแน่ เพราะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้เข้าตามาก แม้ทีมชาติของเขาจะต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบแรก แต่ปีกวัย 23 ปีรายนี้กลับไล่สอยตาข่ายคู่แข่งได้ถึง 3 ประตู เช่นเดียวกับ มาริโอ มานด์ซูคิช กองหน้าทีมชาติโครเอเชียที่ยิงประตูได้ถึง 3 ลูกเหมือนกัน

          คราวนี้ลองไปดูรายชื่อของพวก "ดาวดับ" กันบ้าง เพราะมีนักเตะอีกหลายรายที่โชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เริ่มจาก "เดอะฮันเตอร์" คลาส แยน ฮุนเตลาร์ กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ที่อุตส่าห์พกดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวสูงสุดของศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทว่าหัวหอกวัย 27 ปีรายนี้กลับเอาชื่อเสียงในเรื่องของความเป็น "จอมสังหาร" มาทิ้งเอาไว้ทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะไม่สามารถสอยตาข่ายได้เลยแม้แต่ลูกเดียว เช่นเดียวกับ อเลกซานเดอร์ เคอร์ซาคอฟ กองหน้าทีมชาติรัสเซียที่โชว์ฝีเท้าได้ไม่สมราคาที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดดาวยิงจากของลีกลูกหนังเมืองหมีขาวเอาเสียเลย

          ขณะที่ คาริม เบนเซมา กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสก็กลายเป็น "สิงห์ปืนฝืด" เหมือนกัน เพราะส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายคู่แข่งไม่ได้เลยแม้แต่เม็ดเดียว ส่วนในรายของ เฟอร์นันโด ยอเรนเต กองหน้าทีมชาติสเปนอาจจะดูอับโชคไปหน่อย แม้จะโชว์ฟอร์มยิงประตูในเกมระดับสโมสรเมื่อช่วงฤดูกาลก่อนได้อย่างต่อเนื่อง แถมยังถูกวางตัวให้เป็นตัวตายตัวแทนของ ดาวิด บีญา ดาวยิงตัวเก่งที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนที่ถูกคาดหมายเอาไว้  

          ด้านดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง คริสเตียน อีริคเซน กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเดนมาร์กก็ยังไม่สามารถแจ้งเกิดแบบเต็มตัวได้เสียที หลังโชว์ฟอร์มในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ไม่เข้าตาเอาเสียเลย เช่นเดียวกับ แอชลีย์ ยัง ปีกทีมชาติอังกฤษที่ยังพิสูจน์ฝีเท้าในเกมระดับชาติไม่ได้เหมือนกัน แถมยังมีส่วนทำให้บ้านเกิดของตัวเองต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกด้วย เพราะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยิงลูกจุดโทษตัดสินไม่เข้าด้วยการซัดบอลไปชนคานอย่างจังจนเสียงดังสนั่น

          ปิดท้ายด้วย อาร์เยน ร็อบเบน ปีกจอมเลื้อยทีมชาติฮอลแลนด์ ที่อาจจะเจอเรื่องของ "ปีชง" เล่นงานก็เป็นได้ เพราะต้องพบกับความผิดหวังแบบซ้ำซาก หลังเพิ่งเจอกับฝันร้ายจากการลงเล่นในเกมระดับสโมสรที่ได้สัมผัสตำแหน่ง "ทริปเปิลรองแชมป์" ทำได้เพียงแค่สวมบท "พระรอง" ถึง 3 รายการซ้อน แต่คราวนี้ก็ต้องมากระเด็นตกรอบรอบแรกร่วมกับทีมชาติไปแบบน่าผิดหวังด้วยสถิติแพ้รวดในเกมรอบแรกถึง 3 เกมซ้อน  

 

          นี่คือบางส่วนของ "ดาวเด่น-ดาวดับ" ในศึกยูโร 2012 ที่วัดจากผลงานในระหว่างเกมรอบสุดท้ายเป็นหลัก