
ธุรกิจเดี้ยงของดกองทุนสำรองฯยอดพุ่ง 229 ราย
สมาคม บลจ. เผยยอดนายจ้างขอหยุดส่งเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพุ่ง 229 ราย มีทั้งธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มองปัญหารุนแรงมากขึ้น กระทุ้งคลังช่วยแก้ปัญหา
น.ส.อารยา ธีระโกเมน ประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคม) เปิดเผยว่า จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2552 มีจำนวนนายจ้างที่แสดงความประสงค์จะขอหยุดส่งเงินเข้ากองทุนเป็นการชั่วคราวสูงถึง 229 นายจ้าง มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 5,580 ล้านบาท มีจำนวนลูกจ้างที่อาจได้รับผลกระทบ 50,606 คน เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนหน้า ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 ที่มีจำนวน 150 นายจ้าง มูลค่าสินสุทธิของกองทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,462 ล้านบาท และจำนวนลูกจ้างที่อาจได้รับผลกระทบ 23,256 คน
ทั้งนี้ ธุรกิจที่ขอหยุดส่งเงินเข้ากองทุนเป็นการชั่วคราวมีทั้งในส่วนธุรกิจผลิตและขายส่ง ผลิตและแปรรูปสินค้าทางการเกษตร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง ค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ
น.ส.อารยา กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากข้อมูลจำนวนนายจ้างที่ประสบปัญหาเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ สมาคมเล็งเห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสมาชิกกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินทุนดังกล่าวเป็นเงินออมเพื่อการเกษียณอายุ ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของผู้ออมในวัยชรา ลดปัญหาการพึ่งพิงผู้อื่น และแบ่งเบาภาระของรัฐบาล การที่นายจ้างไม่สามารถนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนจนถึงขั้นต้องปิดกองทุนจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเงินออมเพื่อการเกษียณอายุของสมาชิกกองทุน อีกทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีของเงินออมที่ควรได้รับเมื่อเกษียณอายุก็จะหมดไปด้วย
"เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างที่ประสบปัญหาดังกล่าว สมาคมจึงนำส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พิจารณาอนุมัติให้นายจ้างที่ประสบปัญหาด้านการเงินหยุดนำส่งเงินเป็นการชั่วคราวอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของกระทรวงการคลังต่อไป" น.ส.อารยา กล่าว



