ข่าว

ปภ.เชียงใหม่มั่นใจรับมือฝนตกหนักได้

ปภ.เชียงใหม่มั่นใจรับมือฝนตกหนักได้

28 มิ.ย. 2555

ปภ.เชียงใหม่ มั่นใจรับมือปริมาณน้ำฝนได้ ขณะที่ชลประทานลำพูนห่วงน้ำท่วมในชุมชน แนะเร่งขุดลอกคลอง ด้านผู้ว่าฯลำพูนรับแก้น้ำท่วม "อืด" เหตุไม่ได้ของบ ส่วนปภ.ระนอง เผยสรุปความเสียหายน้ำท่วมกว่า 310 ล้าน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 55  นายคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือเตือนจากศูนย์นิรภัย ปภ. ว่าให้ทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือ เตรียมรับมือกับฝนที่ตกหนักในช่วงนี้ ซึ่งทาง ปภ.เชียงใหม่ ได้รับหนังสือแจ้งเตือนดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งได้มีการจัดเตรียมความพร้อมในการรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะตกในพื้นที่ตลอดเวลา ตลอดจนมีการเตรียมเจ้าหน้าที่ และมิสเตอร์เตือนภัยในทุกจุด ทั้ง 25 อำเภอ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้ 

          ขณะเดียวกันการติดตั้งระบบเตือนภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ทั้ง 243 จุด ใน 25 อำเภอ ของจังหวัด ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และจะเริ่มใช้งานจริง ในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ โดยระบบเตือนภัยดังกล่าวจะเป็นการช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากมีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยสามารถอพยพเคลื่อนย้ายได้ทัน

          นายคมสัน กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงนี้ในพื้นที่ภาคเหนือจะมีสภาพอากาศที่มืดครึ้มทุกวัน แต่ก็ไม่มีรายงานว่ามีพื้นที่ใดมีปริมานฝนที่ตกหนัก หรือได้รับความเสียหาย ตลอดจนทาง ปภ.เชียงใหม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลของทางศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือตลอด และเตรียมพร้อมตลอดเวลาเช่นกัน และมีความมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับปริมาณน้ำฝนในปีนี้ได้ นอกจากนี้ทางจ.เชียงใหม่ยังได้มีการขุดลอกลำน้ำปิง และลำน้ำกวง ที่ดำเนินการเสร็จแล้ว รวมทั้งเขื่อนทั้ง 2 แห่งในจังหวัด มีการระบายน้ำสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน จึงทำให้มีพื้นที่รับน้ำได้ 

          โดยล่าสุดที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีปริมาณน้ำในเขื่อน 111.849 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42.21 ของความจุเก็บปกติ คือ 265 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 115.152 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43.8 ของความจุกักเก็บน้ำ 263 ล้าน ลบ.ม.

 

ชลประทานลำพูนห่วงน้ำท่วมในชุมชน แนะเร่งขุดลอกลดความรุนแรง

 

          นายสกล หาญพิทักษ์กุล ผู้อำนวยโครงการชลประทานลำพูน กล่าวว่า สถานการณ์สภาพน้ำท่า-น้ำอ่างเก็บน้ำ โครงการชลประทานลำพูน ตรวจวัดล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนจากสถานีวัดน้ำที่ อำเภอทุ่งหัวช้าง บ้านโฮ่ง ป่าซาง ลี้ เมืองลำพูน ตำบลทาสบเส้า อำเภอแม่ทา อำเภอบ้านธิ อ่างเก็บน้ำแม่ธิ อ่างเก็บน้ำแม่ตีบ และอ่างเก็บน้ำแม่สาน ยังอยู่ในสภาวะปกติ ระดับปริมาณน้ำท่า ได้แก่ แม่น้ำปิง แม่น้ำกวง แม่น้ำลี้ และแม่น้ำทา อยู่ในสภาวะปกติ อ่างเก็บน้ำแม่งัดสมบูรณ์ชล อ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา อ่างเก็บน้ำแม่ตีบ ตำบลมะเขือแจ้ อำเภอบ้านธิ อ่างเก็บน้ำแม่ลาน อำเภอเมือง อ่างเก็บน้ำแม่เมย อำเภอแม่ทา รวมความจุของน้ำทั้งหมดอยู่ที่ 35.10 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันบรรจุน้ำ 22.46 ล้าน ลบ.ม.

          ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ หากเกิดฝนตกหนักติดต่อกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันตามแหล่งชุมชน บ้านพักอาศัย พื้นที่การเกษตร น้ำจะท่วมขังเป็นเวลานาน แต่ที่ผ่านมาน้ำจะมาเร็วและไปเร็ว สิ่งที่อยากให้จังหวัดดำเนินการคือการขุดลอก ทำฝาย พนังกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดความรุนแรง การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่ปริมาณการกักเก็บน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ แต่ไม่ส่งผลกระทบเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำแตก ยังสามารถบรรจุน้ำได้

 

ผู้ว่าฯลำพูนรับแก้ปัญหาน้ำท่วม "อืด" เหตุไม่ได้ของบขุดลอก

 

          นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนยอมรับในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดลำพูน นายอำเภอ และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมจามเทวี ศาลากลางจังหวัดลำพูน เกี่ยวกับแก้ปัญหาอุทกภัยล่าช้า จากเดิมต้องแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน แต่ต้องเป็นเดือนสิงหาคม เนื่องจากมิได้เสนอของบประมาณในโครงการขุดลอกที่การดำเนินการจะเสร็จสิ้นในเวลาอันสั้น แต่ได้เสนอของบประมาณดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงฝาย จึงทำให้การดำเนินการล่าช้ากว่าแผนในภาพรวม อย่างไรก็ตาม จังหวัดลำพูนได้ประสานกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูน และผู้เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด

          ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนเป็น 1 ใน 10 กลุ่มจังหวัดเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ได้แก่ ตาก เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ และลำพูน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงกำชับเร่งรัดโครงการต่าง ๆ ให้เสร็จโดยเร็ว พื้นที่ต้นน้ำ จะเน้นการชะลอน้ำ ด้วยการทำฝายชะลอน้ำ การขุดลอกคลอง การระบายน้ำต้องยึดหลักสมดุล

 

ปภ.ระนองสรุปความเสียหายน้ำท่วม มูลค่ากว่า 310 ล้านบาท

 

          นางสำเนียง มณีรัตน์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลตัวเลขความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดระนองระหว่างวันที่ 2-8 มิ.ย. 55 ที่ผ่านมา พบความเสียหายดังนี้ อ.เมืองระนอง มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย 9 ตำบล 38 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 761 ครัวเรือน 2,284 คน มูลค่าความเสียหาย 9 ล้านบาท อ.ละอุ่น 7 ตำบล 30 หมู่บ้าน 612 ครัวเรือน 2,716 คน มูลค่าความเสียหาย 35,595,000 บาท อ.กะเปอร์ 5 ตำบล 33 หมู่บ้าน 1,750 ครัวเรือน 12,200 คน มูลค่าความเสียหาย 9,200,000 บาท อ.กระบุรี 7 ตำบล 61 หมู่บ้าน 1,705 ครัวเรือน 8,559 คน มูลค่าความเสียหาย 21,700,000 บาท อ.สุขสำราญ 2 ตำบล 12 หมู่บ้าน 460 ครัวเรือน 1,662 คน มูลค่าความเสียหาย 38,196,333 คน 

          ส่วนสิ่งสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายมีดังนี้ ถนน 113 สาย สะพาน 19 แห่ง คอสะพาน 11 แห่ง ท่อระบายน้ำ 77 แห่ง ดินทับเส้นทาง 22 จุด ถนนขาด 10 แห่ง ฝาย เขื่อน ทำนบ 14 แห่ง ท่อลอด 20 ท่อ ด้านการเกษตรมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 2,857 ไร่ ด้านปศุสัตว์ สัตว์เลี้ยงได้รับความเสียหาย 36,718 ประมง กลุ่มสัตว์เลี้ยงชายฝั่งได้รับความเดือดร้อน 693 บ่อ รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 310,749,216 บาท