ข่าว

ตีกลับแผนลงทุน ร.ฟ.ท.พบสายอีสานยอดวูบ จี้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

ตีกลับแผนลงทุน ร.ฟ.ท.พบสายอีสานยอดวูบ จี้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

19 พ.ค. 2552

สศช.ตีกลับแผนปรับปรุงเส้นทางสายอีสาน ร.ฟ.ท.วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท จี้ปรับโครงสร้างทำแผนฟื้นฟูเรียบร้อยก่อน หลังพบจำนวนผู้ใช้บริการลดลงต่อเนื่อง

 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้หารือข้อเสนอของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เกี่ยวกับการลงทุนโครงการปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายอีสาน 2 เส้นทาง 586 กิโลเมตร วงเงิน 15,287 ล้านบาท โดย สศช.เห็นว่า ร.ฟ.ท.ควรระงับดำเนินการโครงการนี้ไปก่อน จนกว่าจะปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและทำแผนฟื้นฟูเสร็จ นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.จะต้องทำแผนดำเนินธุรกิจเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีแผนเพิ่มจำนวนผู้โดยสารและปริมาณขนส่งสินค้าอย่างไร

 “ตั้งแต่ปี 2546-2551 ผู้โดยสารที่ใช้บริการในเส้นทางอีสานลดลงต่อเนื่องจาก 54 ล้านคน ปี 2546 เหลือ 43 ล้านคน ปี 2551 เฉลี่ยลดลงปีละ 4.5% ขณะที่ปริมาณขนส่งสินค้าทางรถไฟก็ลดลงเฉลี่ยปีละ 5.4% ดังนั้นเพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ ร.ฟ.ท.ต้องมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อเพิ่มรายได้” นายอาคม กล่าว

 สำหรับโครงการการปรับปรุงเส้นทางเดินรถไฟทั้ง 2 เส้นทาง ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2552-2555) ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุงเส้นทางเดินรถไฟช่วงแก่งคอย-แก่งเสือเต้น ช่วงสุรนารายณ์-บัวใหญ่ และช่วงจิระ-บัวใหญ่ ระยะทาง 380 กิโลเมตร วงเงิน 8,508 ล้านบาท และ 2.โครงการปรับปรุงเส้นทางเดินรถไฟช่วงบัวใหญ่-หนองคาย ระยะทาง 278 กม. วงเงิน 6,779 ล้านบาท

 นอกจากนั้นที่ประชุมยังเห็นชอบให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปลี่ยนสายอากาศเป็นสายส่งไฟฟ้าใต้ดินโครงการรัชดาภิเษก-อโศก ระยะทาง 10.1 กิโลเมตร และโครงการรัชดาภิเษก-พระราม 9 ระยะทาง 15.3 กิโลเมตร วงเงิน 6,057 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ 3,900 ล้านบาท และรายได้ของ กฟน. 2,157 ล้านบาท ในปี 2552-2559 เพราะเห็นว่ามีประโยชน์รองรับความมั่นคงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ย่านธุรกิจ แต่ผลศึกษาความคุ้มค่าลงทุนทำมาตั้งแต่ปี 2544 จึงให้ กฟน.กลับไปทบทวนก่อนดำเนินการโครงการและประสาน บมจ.ทีโอที เพื่อบูรณาการแผนลงทุน