
'กีฬา การเมือง และทีวี'
'กีฬา การเมือง และทีวี' : กระจกเงา โดยอัศศิริ ธรรมโชติ [email protected]
ขณะที่เขียนนี้อังกฤษเพิ่งเตะลูกโทษแพ้อิตาลีตกรอบไปแล้ว และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือว่ายูโร 2012 ใกล้จะจบลงแล้ว ในขณะที่ทีวี “จอดำ” ในบ้านเรายังคงอยู่เหมือนเดิมเพราะไม่มีใครมีปัญญาที่จะแก้ปัญหาให้ได้
ยูโร 2012 ถ้าหากเยอรมันเข้าชิงกับสเปนก็จะเป็นหนังม้วนเดียวกันกับยูโร 2008 และถ้าหากว่าทีมสเปนเอาชนะเยอรมันได้ 1-0 และได้เป็นแชมป์บอลยูโรอีกครั้งก็แสดงว่าโลกของเรายังไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน
อะไรที่ย่ำซ้ำอยู่กับที่นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ดูที่เมืองไทยของเราในเวลานี้ก็ได้
บอลโลกบอลยูโรผ่านมาแล้ว 2 สมัย ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม โดยเฉพาะเรื่องการเมืองที่ขัดแย้งแตกหักแบ่งเป็นสีเป็นฝ่ายมีมาตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2006 นาน 6 ปีมาแล้ว
หลังฟุตบอลโลกปี 2006 เกิดปฏิวัติรัฐประหาร ปีพ.ศ. 2549 ได้ยินประกาศว่า “ขออภัยในความไม่สะดวก” ทางหน้าจอทีวี มาปีนี้บอลยูโร 2012 ก็ยังเจอประกาศ “ขออภัยในความไม่สะดวก” ทางหน้าทีวี “จอดำ” เข้าอีก
นับว่าหน่อมแน้มพอกัน และต้องนับว่าเป็นเวรกรรมของประเทศจริงๆ
มีคำกล่าวว่ากีฬากับการเมืองนั้นแทบจะไม่มีอะไรต่างกัน ผมเคยเขียนมาแล้วครั้งหนึ่งก็จะขอฉายซ้ำอีก (แน่ะ) นึกว่าเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศส่งท้ายเทศกาลบอลยูโรครั้งนี้ก็แล้วกันครับ
ว่ากีฬาทุกวันนี้ไม่ว่าจะประเภทใด เป็นวัฒนธรรมหนึ่งที่ตกอยู่ภายใต้ระบบของโลกทุนนิยมเสรี การเมืองก็เช่นกัน การเมืองทุกวันนี้เกือบทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะระบอบใดต่างล้วนตกอยู่ใต้ระบบทุนนิยมเสรีทั้งสิ้น
กีฬาภายใต้การบงการของโลกทุนนิยมได้ทำให้ประโยชน์ของกีฬาหลายอย่าง กลายเป็นเรื่องรองลงไป เมื่อเทียบกับตลาดและผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่นเดียวกับการเมืองในระบบทุนนิยมที่เห็นกันอยู่ในหลายๆ ประเทศ ก็ทำให้ผลประโยชน์ของประชาชนกลายเป็นเรื่องรองและด้อยค่าลงไปเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ของพรรคและหมู่คณะนายทุนที่เป็นเรื่องสำคัญกว่า
ว่ากีฬามีนายทุนใหญ่เป็นสปอนเซอร์อุปถัมภ์ และอาจบงการเกมกีฬาบางประเภทอยู่เบื้องหลัง กรณีนี้ก็ไม่ต่างไปจากการเมืองในบางประเทศและบางพรรค ที่มีสปอนเซอร์และผู้อุปถัมภ์ตัวจริงคอยกำกับบงการอยู่อย่างเห็นกันชัดแจ้ง นักการเมืองที่เหลือจึงเป็นได้แค่ “นอมินี” หรือว่าแค่นักกีฬาตัวสำรองเท่านั้น
วงการกีฬามีการขายตัว ซื้อตัวนักกีฬาแข่งกันในวงการเมืองก็มีอยู่มาก ความซื่อสัตย์ ความคดโกง ความจงรักภักดีและการทรยศหักหลังก็มีมากพอๆ กัน เช่นเดียวกับการสร้างภาพทำการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยการอาศัยสื่อสมัยใหม่ อย่างทีวีดาวเทียม คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ก็มีไม่ต่างกัน
จึงมีกองเชียร์หรือว่าเชียร์ลีดเดอร์คล้ายกัน ที่ส่วนใหญ่แล้วถ้าเกิดแพ้ก็มักจะไม่ค่อยยอมรับกฎกติกาที่มีอยู่ และไม่มีมารยาทในการแสดงออกอีกต่างหาก
ข้อนี้ก็เช่นกันไม่ต้องไปดูที่ไหน มองไปรอบๆ ก็จะเห็น
อนึ่ง ฟุตบอลยูโรครั้งนี้ผมเป็นคนหนึ่งในนับล้านครัวเรือนของคนไทยทั่วประเทศที่ถูก “จอดำ” เพราะผมติดจานทรูวิชั่นส์ เมื่ออยากดูฟุตบอลก็ได้ไปซื้อหาหนวดกุ้งราคาอันละ 180 บาท มาติดดูแบบชัดบ้างไม่ชัดบ้าง และก็ไม่อยากจะโทษใคร
ด้วยตระหนักดีว่า ประเทศที่เกิดแตกแยกมาเป็นเวลานานถึง 5-6 ปีนั้น อำนาจรัฐย่อมอ่อนแอและปวกเปียกไปหมดจนเป็นที่พึ่งพาของประชาชนไม่ได้ และแก้ปัญหาให้ไม่ได้แม้แต่ในเรื่องแค่การอยากดูฟุตบอลทางทีวีนี้ก็เถิด ก็ต้องช่วยตัวเอง
ในยุคนี้เวลานี้จึงมีแต่คนใหญ่คับฟ้า และนึกจะทำอะไรก็ทำอย่างย่ามใจเพื่อความเห็นแก่ได้และเห็นแก่ประโยชน์ตนเอง ถ้าเป็นนักธุรกิจเป็นพ่อค้าใจแคบ ขาดจริยธรรมนั่นก็ช่างเถอะ แต่เป็นสื่อเป็นฟรีทีวีที่อยู่กับประชาชนชาวบ้านมาตลอดนี่สิ
คิดค้าขายซ้ำซ้อนกับชาวบ้านแบบนี้ ทั้งที่เป็นสื่อ เป็นสมบัติของรัฐ ของประชาชนแท้ๆ ทำไปได้อย่างไรครับ
ทั้งช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 9 คราวนี้ จึงนับว่าเป็นทีวีที่นอกจากว่าจะละเมิดกฎกติกาแล้ว ยังไม่มีมารยาททางวิชาชีพอีกต่างหาก



