
อดีตข้าหลวงออสเตรเลียแต่งสาว ป.6
'อดีตข้าหลวงออสเตรเลียแต่งสาว ป.6 เมืองขุขันธ์' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน /พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์
ชีวิตใส่สูท นั่งห้องแอร์ เงินเดือนสูง หน้าที่การงานมีเกียรติและมั่นคงของ "แอนโทนี หรือ โทนี แมคโดนัลต์" เมื่อวัย 48 ปี ปัจจุบันอายุ 59 ปี หรือแมื่อ 11 ปีที่แล้ว กับตำแหน่งข้าหลวงพาณิชย์-อุตสาหกรรมรถยนต์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ทำงานที่สถานทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย กลับต้องมาพลิกผันอาบเหงื่อต่างน้ำ อยู่กับธรรมชาติ ไม่มีความสะดวกสบายเหมือนในเมืองกรุง แต่วิถีชีวิตเช่นนี้ "โทนี" บอกว่า เป็นทางเดินที่เลือกแล้วและเป็นสุขที่สุด
ความบังเอิญของเย็นวันหนึ่งภายในร้านอาหารแถวสุขุมวิท พลิกเปลี่ยนชีวิตของโทนี อย่างที่เจ้าตัวเคยวาดฝันแต่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้จริง
"โทนี" รักประเทศไทย อยากอยู่ในชนบทของไทยช่วงบั้นปลายชีวิต เพราะอากาศสบาย วัฒนธรรมดี ผู้คนเป็นมิตร ไม่มีเงินก็อยู่ได้ ต่างจากชีวิตที่บ้านเกิดอย่างสิ้นเชิง แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไรจึงจะมีชีวิตดังที่ใฝ่ฝันไว้
กระทั่งตาต่อตาที่ปิ๊งกันในคืนนั้น ของโทนี กับ น.ส.สวัสดิ์ หรือ น้องเดือน วิเชียร ขณะนั้นวัย 32 ปี ที่บังเอิญพบกันในร้านอาหาร
ทั้งสองแอบมองตากันอยู่บ่อยครั้ง เมื่อกินอิ่มต่างก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเองที่ต่างกันราวฟ้าดิน
"เดือน" เป็นเพียงเด็กบ้านนอก อยู่บ้านห้วยสระภู ต.หัวเสือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ฐานะยากจน จบป.6 ก็หมดโอกาสจะได้เรียนต่อ ต้องมุ่งหน้าเข้ากรุงเพื่อหางานทำ ดีที่สุดเป็นได้เพียงเด็กเสิร์ฟเท่านั้น กระทั่งได้พบกับโทนี
นับตั้งแต่ทั้งสองได้พบกันวันแรก เดือนมีความรู้สึกว่าทำไมโลกกลมนัก เพราะไม่ว่าจะไปทางไหนก็จะพบเจอโทนีแทบทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงเย็นๆ เดือนมักมากินอาหารที่ร้านเดิมๆ และก็พบโทนีด้วยความบังเอิญ จนดูเหมือนเป็นความตั้งใจมากกว่า จากเริ่มส่งสายตาทักทาย ก็เป็นการเอ่ยปากทักทาย นำไปสู่การได้พูดคุยกัน พัฒนาเป็นนัดหมายไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งก็เป็นการเที่ยวไหว้พระตามแนวทางของการท่องเที่ยวที่โทนีพยายามสืบค้นมาเพื่อชวนเดือนไปตามโปรแกรมต่างๆ
จากนั้นก็ค่อยเพิ่มเป็นการไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ไปแอ่วเหนือ ไปเที่ยวทะเล กลายเป็นความคุ้นชินที่ทั้งสองต่างต้องมีอีกคนอยู่เคียงข้าง มีความคิดถึง ความห่วงหา เป็นห่วง อยากอยู่ด้วย อยากกินอาหารด้วยทุกมื้อ สุดท้ายทั้งสองก็ยอมที่จะพูดความจริงต่อกันว่า รักกันมาก ตกลงที่จะคบกันเป็นแฟนกันอย่างจริงจัง
เป็นคำสัญญาของคนจากสองชาติ ที่ทั้งสองก็ไม่เคยคิดมาก่อน เป็นรักที่บริสุทธิ์ รักข้ามขอบฟ้า จากฟ้าสู่ดินบ้านนอกของ จ.ศรีสะเกษ ประเทศไทย
เมื่อความรักสุกงอมเต็มที่ โทนีขอเดินทางกลับไปประเทศออสเตรเลีย เพื่อสะสางงานคั่งค้าง เพียงปีเดียวก็เดินทางกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อมาหาเดือนและ บอกว่า "ผมลาออกจากงานแล้ว เพื่อจะมาขอแต่งงานกับคุณเดือน" คำพูดสั้นๆ แต่เดือนไม่คิดมาก่อนว่าฝรั่งตาน้ำข้าวคนรักนี้จะตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อเด็กสาวบ้านนา
"ถ้าเขาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเราที่บ้านนอก เขาจะยังรักหรือคิดจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยมั้ย"
น้องเดือนหวาดกลัวกับความจริงตรงหน้า แต่ที่สุดการขจัดความกลัวคือการเดินหน้าเผชิญความจริง เดือนตัดสินใจพาโทนีไปบ้านนอก ไปเอ่ยปากสู่ขอกับพ่อแม่ด้วยตนเอง
ถนนฝุ่นดินแดงฟุ้งตลอดทางกว่าจะถึงบ้าน สองข้างทางไม่มีความศิวิไลซ์ นอกจากทุ่งนาเขียวขจี ต้นข้าวล้อลู่ลมท่ามกลางแดดเปรี้ยง อากาศร้อนจนทำให้หน้าตาเนื้อตัวของบักสีดาแดงระเรื่อ ที่แย่สุดคือบ้านปลายทางที่มุ่งไปเป็นเพียงบ้านเก่าๆ ไม่มีแม้กระทั่งไฟฟ้าใช้ น่าแปลกที่โทนีกลับชื่นชอบกับบรรยากาศบ้านนอกอย่างหมู่บ้านห้วยสระภู ชอบชาวนา ชอบการทำนา ชอบอาชีพเกษตรกร แม้เหงื่อไหลโทรมกาย แต่หัวใจกลับชุ่มชื่น เขาตกลงใจใช้ชีวิตร่วมกับสาวบ้านนานับแต่วันนั้น
"โทนี "เล่าว่า เดินทางไปทำงานทั่วโลกไปหลายประเทศ พบเห็นมามาก แต่ก็ไม่เคยชื่นชอบพื้นที่ไหนเท่าประเทศไทย ซึ่งเมื่อก่อนได้มาสัมผัสเพียงบรรยากาศในกรุงเทพฯ พบเห็นภาพสวยงามของคนไทย แต่เมื่อเดินทางมาบ้านห้วยสระภู พบเห็นเด็กๆ ที่มีสายตาใสซื่อ วิ่งเล่นไล่จับกัน หัวเราะอย่างสนุกสนาน ไม่มีเครื่องเล่นแบบในเมืองใหญ่ที่จะต้องใช้เงินในการซื้อบัตรเข้าไปเล่น ในเมืองหลวงทุกอย่างต้องใช้เงิน แต่ที่หมู่บ้านห้วยสระภู วันๆ ไม่ต้องมีเงินก็อยู่ได้แบบสบาย มีเพียงความจริงใจเท่านั้น เพื่อนบ้าน ญาติพี่น้องก็เต็มไปด้วยความเอื้ออาทรต่อกัน ตั้งใจอยากเป็นเกษตรกร อยากเป็นชาวนา อยากใช้ชีวิตบั้นปลายแบบวิถีของคนไทย
"โทนี" ขอลงไปทุ่งนาไปเรียนรู้การทำนา แต่โทนีกลับผิดหวังเมื่อพบว่าชาวนาใช้สารเคมี ใช้สารพิษ เขาจึงริเริ่มในการทำนาแบบไม่ใช้สารพิษ ไม่ใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี เขาเพาะไส้เดือนเองเพื่อทำปุ๋ยจากไส้เดือน เขานำมูลของสุกรที่เลี้ยงเองมาผสมกับมูลของวัวใส่ให้เป็นอาหารของไส้เดือน ทำปุ๋ยไส้เดือน ทุกวันนี้โทนี มีปุ๋ยทำนาแบบสบายๆ และยังแบ่งไปยังเกษตรกรรายอื่นๆ โดยมีข้อแม้ให้ใช้ฟรีครั้งแรก หากได้ผลและสนใจก็จะสอนวิธีทำให้
นอกจากนี้เวลาว่างก็สอนเด็กๆ ทั้งสอนภาษาอังกฤษ สอนการทำนา และเลี้ยงสัตว์แบบไร้สารพิษ
ชีวิตคู่เต็มไปด้วยความหอมหวาน ไม่มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง เพราะไม่มีความเครียด ไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทำอะไร อยากกินผักก็ปลูกเอง หรือต้องการกินหมู กินเบคอน ก็เลี้ยงหมูเอง และเลี้ยงแบบไร้สาร เมื่อชำแหละหมู 1 ตัว ก็จะนำไปแลกพืชผักอื่นๆ ที่ชาวบ้านปลูก
ทุกวันนี้ "โทนี " ไม่เหลือเค้าอดีตข้าหลวงพานิชย์ ผันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เป็นมิตรกับทุกคน เป็นที่รักของชาวบ้าน "โทนี "บอกว่า วันนี้ตนคือเกษตรกรของไทย เป็นสามี เป็นลูกเขยของคนไทย อยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น มีภรรยาสมบูรณ์แบบ ทำอาหารอร่อย รู้ใจสามี มีครอบครัวที่แสนดีและอบอุ่น เพื่อนบ้านน่ารัก
"ชีวิตแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ บางคนควานหาทั้งชีวิตก็ไม่พบ ชีวิตที่เหลือจะขออยู่กับน้องเดือนตลอดไปจนวันตาย แม้วันนี้จะพูดไทยไม่ค่อยได้ แต่กำลังพยายามฝึกภาษาไทยและภาษาเขมรที่ชาวบ้านที่นี่ใช้สื่อสารกัน เพื่อจะได้มีวิถีชีวิตเดียวกัน"
.......................................
('อดีตข้าหลวงออสเตรเลียแต่งสาว ป.6 เมืองขุขันธ์' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน /พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์)



