ข่าว

มุ่งปมที่ดิน-แก๊งเงินกู้ฆ่าโหด2พี่น้องสงขลา

มุ่งปมที่ดิน-แก๊งเงินกู้ฆ่าโหด2พี่น้องสงขลา

19 พ.ค. 2552

ไม่ว่าปมฆาตกรรมสองเด็กหญิงพี่น้องจะมาจากปัญหาที่ดิน หรือแก๊งปล่อยเงินกู้ ก็เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนา เกินกว่าคนทั่วไปจะกระทำต่อผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กผู้หญิงวัยเพียง 7 และ 12 ปี....เท่านั้น

 ด.ญ.อภิสา ทาศรี วัย 12 ปี และ ด.ญ.อรวรรณ ทาศรี น้องสาววัย 7 ปี ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายแล้วใช้เชือกที่เตรียมมารัดคอติดกัน ผูกไว้กับแคร่ไม้ไผ่หลังบ้านเลขที่ 11 ถนนลพบุรีราเมศวร์ หมู่ 5 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
   
 ผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ ระบุสาเหตุการตายของอภิสาพี่สาว เกิดจากถูกคนร้ายใช้เชือกรัดคอจนเสียชีวิต แล้วจึงนำไปผูกไว้กับแคร่ไม้ไผ่ ส่วนน้องสาวถูกทำร้ายจนม้ามแตก แล้วค่อยเอาเชือกรัดคอจนเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันกับพี่สาว

 พล.ต.ต.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผบก.ภ.จว.สงขลา สั่งการให้ พ.ต.อ.ศุภวัฒน์ ทับเคลียว ผกก.สภ.หาดใหญ่ และ พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนเสน สว.สส. เร่งรัดคลี่คลายคดีโดยเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ดำรง วัฒโนดร รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ควบคุมสั่งการอย่างใกล้ชิด

 เพียง 4 วันชุดสืบสวนก็เริ่มเห็นเค้ารางคนร้าย โดยพุ่งเป้าฆาตกรรมเอาไว้ 2 แนวทาง คือ เรื่องปลอมแปลงเอกสารโฉนดที่ดิน และปมแก๊งเงินกู้นอกระบบ !?!

 ทั้งนี้ เมื่อปี 2548 "เรียม บิลยะแม" และ "อุทัย ทาศรี" แม่และพ่อของสองพี่น้อง ได้ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารโฉนดที่ดินของ "ไร บิลยะแม" แม่ของเรียมและยายของเด็กน้อยเคราะห์ร้าย แปลงอันเป็นที่ตั้งของบ้านเกิดเหตุ ซึ่งกลายเป็นสุสานของหลานๆ

 โดยเรียมและอุทัยให้นายโฉมปลอมแปลงโฉนดใหม่ขึ้นมา จากนั้นจึงนำโฉนดของปลอมไปเก็บไว้ที่เดิม ลักลอบนำเอาโฉนดตัวจริงไปจำนองกับนายทุนคนหนึ่ง ได้เงินมาเกือบ 2 แสนบาท โดยไม่มีการไถ่ถอนหรือคืนเงินส่วนที่นำออกมาเลยแม้แต่งวดเดียว จนเวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 ปี เมื่อไม่มีเงินชดใช้ไถ่ถอน ผู้รับจำนองจึงนำที่ดินเพียงไม่กี่ตารางวาผืนนี้ไปขายฝากไว้

 ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินแปลงนี้ในราคา 2.6 แสนบาท เมื่อสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลามีหนังสือเรียกให้ยายไรมาทำการรังวัดที่ดิน เพื่อออกโฉนดใหม่ ยายไรเกิดความสงสัย จึงนำโฉนดที่ดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ดิน ถึงได้รู้ความจริงว่าโฉนดใบที่ถืออยู่นั้นเป็นของปลอม ส่วนฉบับจริงมีการซื้อขายไปแล้ว จากการสอบเค้นความจริงจึงทราบว่า เป็นฝีมือลูกสาวกับลูกเขยสมคบคิดกัน เลยนำความเข้าแจ้งตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ให้ดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร

 เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรม ยายไรร้องขอต่อศาลให้อายัดที่ดินที่มีปัญหา ไม่ให้ทำธุรกรรมใดๆ และด้วยความสงสารหลานสาวทั้งสองคน ที่ไม่มีผู้เลี้ยงดู หากทั้งพ่อและแม่ถูกตัดสินว่าผิดจริงต้องติดคุก จึงยื่นประกันตัวลูกสาวออกมาเพียงคนเดียว แล้วปล่อยให้ลูกเขยรับโทษเพียงลำพัง

 ในประเด็นนี้ชุดสืบสวนตั้งสมมติฐานว่า ผู้ขายฝากที่ดินแปลงนี้อาจโกรธแค้นที่ต้องสูญเงิน 2.6 แสนบาท จากการขายที่ดินแปลงนี้ ประกอบกับเสียเงินที่ให้กู้ 2 แสนบาท จากการรับจำนองที่ดินครั้งแรก มิหนำซ้ำยังไม่สามารถเข้าไปจัดการใดๆ กับที่ดินผืนนี้ เนื่องจากศาลมีคำสั่งอายัดไว้

 นอกจากนี้ ยังมีอีกประเด็นที่มีน้ำหนักพอๆ กัน คือ ระหว่างที่สามีติดคุก เรียมไปกู้เงินจากนายทุนเงินกู้คนหนึ่ง นำเงินมาเล่นแชร์ทองรูปพรรณ ปล่อยให้คนกลางนำทองรูปพรรณไปขายแล้วเก็บดอกเบี้ยร้อยละ 20 แต่แล้วกลับไม่ยอมส่งเงินต้นให้เจ้าหนี้

 ก่อนเกิดเหตุ 1 สัปดาห์ เรียมถูกตามทวงหนี้อย่างหนัก โดยเธอให้การต่อชุดสืบสวนหลังเกิดเหตุว่า หนักถึงขนาดไม่กล้านอนบ้าน !?!

 เช้ามืดวันที่ 15 พฤษภาคม สองตายายออกจากบ้านไปกรีดยางตามปกติ โดยล็อกห้องนอนที่มีหลานสาว 2 คน นอนอยู่บนพื้น ส่วนประตูใหญ่ไม่ได้ล็อกกลอน ชุดสืบสวนสันนิษฐานว่า คนร้ายเตรียมเชือกไนลอนล่ามวัวติดตัวมาด้วย เรียกเด็กให้ตื่นขึ้นมาเปิดประตูห้อง แล้วลงมือทำร้ายและฆ่าอย่างโหดเหี้ยม จากนั้นตรงไปรื้อทรัพย์สินบริเวณตู้หัวเตียง มีทองคำรูปพรรณหนัก 2 บาท รื้อตู้เสื้อผ้าพลาสติกที่มีผ้าขี้ริ้วห่อเงินสดอยู่กว่าหมื่นบาทหลบหนีไป