ข่าว

'ผู้ตรวจฯ'ปัด2มาตรฐานคดี'กษิต-เต้น'

'ผู้ตรวจฯ'ปัด2มาตรฐานคดี'กษิต-เต้น'

27 มิ.ย. 2555

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' แถลงข่าว ปัดสองมาตรฐาน อ้างคดี 'กษิต' ยังไม่ขึ้นศาล ป้อง 'ศรีราชา' อ้างระบบสืบค้นไม่สมบูรณ์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 55  นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงชี้แจงถึงการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงาน 2 มาตรฐาน ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ทุกประการ ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการแต่งตั้งรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรมว.ต่างประเทศ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นรมช.เกษตร ซึ่งถูกร้องเรียนในเรื่องจริยธรรมในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากกรณีการขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมือง แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินกลับมีความเห็นออกมาแตกต่างกันนั้น เรื่องดังกล่าวข้อเท็จจริงแตกต่างกัน โดยในกรณีของนายกษิต ทางผู้ตรวจการแผ่นดินในสมัยที่ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เป็นประธาน เห็นว่า ข้อมูลขณะนั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเรื่องอยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่ขึ้นสู่ศาล เมื่อศาลยังไม่มีการพิจารณาเป็นข้อยุติ ว่าการที่นายกษิต ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นความผิด ผู้ตรวจการฯ จึงวินิจฉัยว่า การปราศรัยเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง และมีคำสั่งยุติเรื่อง

          นายรักษเกชา กล่าวต่อว่า ขณะที่ในส่วนของนายณัฐวุฒิ นั้น ข้อมูลที่ผู้ตรวจฯ ได้รับพบว่า ศาลแพ่งมีคำสั่งว่าการชุมนุมเป็นการกีดกั้น ขัดขวาง การปราศรัยเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินกว่าที่กฎหมายห้าม อีกทั้งยังมีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และอัยการสูงสุดอีก 3 คดี รวมถึงศาลเคยมีคำสั่งคุมขัง ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงเห็นว่ากรณีอย่างนี้ นายกรัฐมนตรียังไม่ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาในการแต่งตั้ง

          "กรณีของนายณัฐวุฒิ มีคำสั่งศาลเป็นข้อยุติ แต่ของนายกษิต นั้นยังไม่มีคำสั่งของศาล ว่าเป็นความผิด ตรงนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำผู้ตรวจฯ จึงมีคำวินิจฉัยใน 2 กรณีนี้แตกต่างกัน ไม่ใช่เป็นเพราะผู้ตรวจฯ แต่อย่างใด"

          ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ผู้ตรวจระบุว่าไม่มีเรื่องร้องเรียนนายกษิต เข้าสู่การพิจารณานั้น นายรักษเกชา กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่สบายใจและสั่งให้สำนักงานดำเนินการตรวจสอบโดยละเอียดจนพบว่า มีการร้องเรียนจริงเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 52 แต่ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ข้อมูลไปก่อนหน้านั้น ว่าไม่เคยมีการร้องเรียนเข้ามา เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของระบบสืบค้น ทำให้สำนักงานไม่พบข้อมูลว่ามีการร้องเรียนเข้ามา และทำให้มีการรายงานไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินผิดพลาด ซึ่งผู้ตรวจฯ ขอน้อมรับข้อผิดพลาดและได้สั่งให้สำนักงานตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและรายงานผลภายใน 15 วันนับแต่มีคำสั่ง โดยขอยืนยันว่า การให้สอบข้อเท็จจริงไม่ใช่การโยนความรับผิดชอบให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการสอบก็จะดูด้วยว่ามีการกลั่นแกล้งทำให้เสียหายหรือเปล่า และจะมีพิจารณาโทษตามระดับชั้น แต่ทั้งนี้จะสามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ได้ถึงระดับไหนต้องรอการสอบสวนก่อน โดยจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบอีกครั้ง  

          เมื่อถามว่านายศรีราชา เจริญพานิช ขณะนั้นเป็นเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และเป็นผู้เซ็นหนังสือแจ้งให้คู่กรณีทราบถึงผลการวินิจฉัย ได้แสดงความรับผิดชอบอย่างไรหรือไม่  นายรักษเกชา กล่าวว่า ขณะนั้นนายศรีราชา ไม่ได้เป็นผู้ตรวจที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยกรณีนายกษิต แต่นายศรีราชา ก็ได้ยอมรับว่าเป็นผู้เซ็นหนังสือแจ้งคู่กรณีไป แต่เมื่อมีการไปสืบค้นข้อมูล มันไม่ปรากฏชื่อว่าเรื่องนี้เคยมีการร้องเรียน จนต้องไปสืบค้นจากเอกสารแล้วพบ ซึ่งต้องเข้าใจว่าเรื่องร้องเรียนที่มีเข้ามายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีจำนวนมาก และเมื่อเซ็นหนังสือคำวินิจฉัยแจ้งไปให้คู่กรณีทราบแล้ว ก็อาจจะหลงลืมได้         

          ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คำชี้แจงต่าง ๆ คิดว่าจะทำให้คนเสื้อแดงพอใจหรือไม่ นายรักษเกชา กล่าวว่า ตรงนี้เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อผู้ตรวจฯ ตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นก็มาชี้แจง ไม่ได้เล่นแร่แปรธาตุ  แต่เมื่อชี้แจงแล้วคนเสื้อแดงยังมีข้อสังสัยก็ห้ามลำบาก