
ปัตตานีป่วน!เผาตู้โทรศัพท์-วางบึ้มปลอม
แนวร่วมป่วนปัตตานีเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ 2 แห่งเสียหาย อีกจุดวางระเบิดปลอมนำก้อนหินยัดกล่องนมคาดพฤติกรรมก่อกวนเจ้าหน้าที่ ด้านครูใต้ฮือเคลื่อนขบวนขอเป็นธรรมจ่ายเงินเยียวยาไฟใต้เท่าเทียม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ใช้น้ำมันเบนซินราดและจุดไฟเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะ จำนวน 2 เครื่อง ที่ตั้งอยู่บริเวณบนฟุตบาท หน้าโรงเรียนบำรุงอิสลามปัตตานี ริมถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา ม.1 บ้านรามง ต.ปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้ตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้ง 2 แห่ง นอกจากนี้สายสัญญานโทรศัพท์ได้รับเสียหายหมดเช่นกัน
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดปัตตานี และเก็บหลักฐานลายนิ้วมือและหลักฐานอื่นๆในที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางในการติดตามคนร้ายต่อไป ส่วนสาเหตุดังกล่าวเชื่อว่า เป็นการก่อกวนของคนร้ายที่เป็นกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์เพื่อให้บ้านเมืองวุ่นวาย
ส่วนเหตุการณ์อีกรายเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เมื่อ พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบกล่องวัตถุต้องสงสัยตั้งอยู่กลางถนนสายใหม่ 418 ระหว่างยะลา- ปัตตานี เขตรอยต่อระหว่างบ้านดอนรัก ต.ดอนรัก อ.หนองจิก กับ ม.5 ค.รูสะมีแล อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจและ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดชุดนปพ.ปัตตานี รุดเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกล่องนมมีพลาสเตอร์สีดำพันรอบกล่อง และมีสายไฟยาวออกมาจากกล่อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนเครื่องยิงแรงดันน้ำสูง ยิงทำลายกล่องต้องสงสัยดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นว่าเป็นระเบิดปลอม โดยในกล่องนมมีการนำก้อนหินมายัดใส่ไว้ เบื้องต้นจึงเก็บหลักฐานลายนิ้วมือเพื่อสืบสวนสอบสวนหาผู้ที่นำมาทิ้งไว้ต่อไป โดยทั้งหมดเชื่อว่าเป็นการก่อกวนของผู้ไม่ไหวังดีเพื่อสร้างสถานการณ์
ครูใต้ฮือเคลื่อนขบวนขอเป็นธรรมจ่ายเงินเยียวยาไฟใต้เท่าเทียม
นายบุญสม ทองศรีพลาย ประธานสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า กลุ่มข้าราชการครูในพื้นที่จังหวัดชานแดนภาคใต้ มีความเห็นตรงกันว่ากรณีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอันสืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้นไม่ครอบคลุมกรอบการให้ความช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลพวงในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะบรรดาผู้ทำหน้าที่เรือจ้างในพื้นที่ ทำให้เกิดปัญหาทางความรู้สึก เนื่องจากเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยานั้นมีเฉพาะเหตุการณ์ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาให้เป็นกลุ่มข้าราชการครู รวมถึงกลุ่มอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจะต้องได้รับการเยียวยาด้วยภายใต้กรอบเดียวกันทั้งหมด
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ข้าราชการครูเป็นกลุ่มเป้าหมายอันดับต้นๆที่สุ่มเสี่ยงภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทำสำคัญที่ผ่านมาความรุนแรงได้คร่าชีวิตบุคลากรทางการศึกษาต้องสังเวยชีวิตไปแล้ว จำนวน 151 รายและบาดเจ็บที่รุนแรง จำนวน 143 ราย แต่กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการเยียวยาผลกระทบความรุนแรงดังกล่าว ดังนั้นจึงมีการเห็นตรงกันในกลุ่มเพื่อนครูว่ารัฐควรจะให้การเยียวยาในเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันกับกลุ่มที่รัฐพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยา
นายบุญสม กล่าวต่อว่า ล่าสุดในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ กลุ่มครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้นัดรวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือให้กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อให้ทบทวนการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยากลุ่มข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง โดยให้รวมการช่วยเหลือครอบคลุมกลุ่มข้าราชการตำรวจ ทหาร และที่สำคัญคือกลุ่มข้าราชการครู ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างเป็นธรรมด้วย รวมถึงต้องการให้ศอ.บต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนระเบียบและหลักเกณฑ์ต่างๆให้กับคณะครูที่เข้าพบได้เข้าใจในหลักเกณฑ์การเยียวยาที่ชัดเจน
"วันนี้ครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เรียกร้องขอให้รัฐจ่ายเงินเยียวยาในจำนวนที่ต้องได้รับ 7.5 ล้านบาท หรือ 4 ล้านบาท หรือ 5 แสนบาทเท่ากับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ประเด็นอยู่ที่กลุ่มครูซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นพ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ที่เสียสละอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายทำไมจึงไม่ได้รับการเยียวยาใดๆจากรัฐบาลทั้งที่มีสิทธิความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ซึ่งไม่รวมถึงการเยียวยาตามกรอบของข้าราชการครูที่มีอยู่แล้วเพราะสิ่งเหล่านั้นคือสิทธิที่ควรได้รับตามหน้าที่ของข้าราชการ แต่การเยียวยาที่รัฐปฎิบัติอยู่นี้เป็นสิทธิพิเศษสำคัญกลุ่มพิเศษดังนั้นจึงต้องให้มีความเท่าเทียมกันด้วย ซึ่งข้อกังขาดังกล่าวทำให้ครูในพื้นที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม" นายบุญสม กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับการนัดหมายการรวมตัวของกลุ่มข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 300 คน



