ข่าว

'สุกำพล'ชู'ปู'คิดดีนำ'อู่ตะเภา'เข้าสภา

'สุกำพล'ชู'ปู'คิดดีนำ'อู่ตะเภา'เข้าสภา

27 มิ.ย. 2555

'สุกำพล' ชู 'ปู' ตัดสินใจถูกต้องนำกรณี 'อู่ตะเภา' เข้าสภา วอนเห็นแก่ประโยชน์ชาติ 'กรณ์'แขวะ'รบ.'นำ'อู่ตะเภา'เข้าสภาล่าช้า รับโครงการ'นาซ่า'มีประโยชน์ 'เพื่อไทย' โอด ต้องถอยปม 'อู่ตะเภา' เพราะเป็น 'ลูกกำพร้า'

           เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำเรื่องการใช้สนามบินอู่ตะเภาเข้าสู่การพิจารณาในสภา ว่า นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ก็เป็นอย่างที่นายกรัฐมนตรีสรุปว่าน่าเสียดาย พวกที่พูดเก่งๆและขี้สงสัยก็ทำให้มีปัญหาและเสียดายโอกาสที่เราจะได้ประโยชน์  อยากให้ไปถามพวกที่สงสัยกันบ้างว่า ขณะนี้หายสงสัยกันแล้วหรือยังที่ทำให้เป็นอย่างนี้ ทั้งนี้เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกันกับความสัมพันธ์ทางทหารกับสหรัฐอเมริกา เพราะเขามางานด้านวิจัย อย่าไปมองว่าเรื่องเพียงนิดเดียวจะไปกระทบกับทุกอย่าง ก็คงทำอะไรไม่ได้ ทางสหรัฐฯคงจะเข้าใจว่าการเมืองของไทยเป็นแบบนี้ ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจถูกต้องแล้ว เพราะไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว เมื่อฟังเหตุผลแล้วก็ต้องดำเนินการแบบนี้ เพราะข้อกล่าวหาทางรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี(ครม.) ค่อนข้างร้ายแรงและไร้เหตุผล ซึ่งคนที่ไม่รู้เรื่องหรือสื่อมวลชนที่ออกว่า อย่างโน้นอย่างนี้ตอนนี้ก็เงียบไป ซึ่งตนได้ชี้แจงตั้งแต่แรกแล้วและวันนี้ก็ยืนยันเหมือนเดิมไม่ได้กั๊กข้อมูลอะไรไว้ เพราะบอกไปหมดแล้วว่าเป็นเรื่องการวิจัย ไม่ได้มีอะไร

          "ที่สงสัยอะไรกัน มันเลอะเทอะไปหมด วันนี้มันส่งผลไปแล้ว ส่วนแนวโน้มว่าองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า)จะยกเลิกโครงการหรือไม่ ต้องถามนาซ่าเองเพราะตนไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร เขาจะรอได้หรือไม่ต้องให้นาซ่าตอบเอง เราแจ้งเขาไปว่า ขั้นตอนเป็นอย่างไร ทางนาซ่าคงตามเรื่องอยู่ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่ารัฐบาลไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้ตั้งแต่แรกจนทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาเองนั้น ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร รัฐบาลและคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ระบุว่าไม่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ผมถามว่ามีอะไรหรือไม่ แต่ก็ทำให้มีอะไรขึ้นมา"รมว.กลาโหม กล่าว

           ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วทำไมนายกรัฐมนตรีไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเกรงว่าจะกระทบกับการเมืองภายในหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง ทั้งเรื่องความไม่เข้าใจของบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ขยายความไปทั่ว ทางที่ดีควรให้ทางสภาฯได้รับทราบดีกว่า ขอให้ไปดีเบตกันในสภาฯ ซึ่งถือว่าดีที่สุดแล้ว เรามองกันแล้วไม่ใช่ว่าเราไม่กล้า แต่มันก็เป็นอย่างนี้  เมื่อถามว่า รัฐบาลเซฟตัวเองเพื่อให้สภาฯเป็นผู้ตัดสิน พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่าเรียกว่าเซฟตัวเอง ในเมื่อเรื่องกระจายไปทั่ว คนเข้าใจอย่างนี้ก็สับสนไปหมดจึงต้องให้สภาฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนได้มีการซักถามกัน รัฐบาลไม่ได้เซฟตัวเอง

         เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เปิดประเด็น แต่ประเทศไทยไม่ได้รับผลประโยชน์แล้วใครจะรับผิดชอบ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ที่เปิดประเด็นมาทั้งเรื่องการจารกรรม เรื่องผลประโยชน์ของจีน อยากให้ไปถามเขาบ้างว่าเป็นอย่างไร ตนจะได้รู้ว่าเขาตอบอย่างไร ส่วนโครงการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ( เอชเอดีอาร์)  อย่าไปยุ่ง อย่าไปเกี่ยวกัน เพราะเป็นคนละเรื่อง และคิดว่าเรื่องนี้ก็คงจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อีก

          เมื่อถามต่อว่า ทางนาซ่าได้ถอนโครงการออกเลยหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เขาคงดูก่อน อยู่ที่นาซ่าเป็นผู้พิจารณาว่าการดำเนินการของโครงการดังกล่าวจะทันเวลาหรอไม่ ซึ่งเขาคงมีเส้นตายว่าถ้าจะดำเนินการจะสามารถทำได้เมื่อไหร่และได้ผลเมื่อไหร่ ถ้าไม่ทันก็ยกเลิกไปและก็คงมากันใหม่ ซึ่งตนได้บอกว่าน่าจะเชิญเขามาใหม่  เพราะคราวนี้เขาบอกมาว่าเราไม่ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ แต่ตนก็ได้ชี้แจงมาโดยตลอด 2 สัปดาห์ และไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ในเมื่อรัฐมนตรีชี้แจงแล้วไม่เข้าใจจะให้ใครมาชี้แจงอีก ซึ่งตน อยากให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมาถามต่อหน้าตน ตนจะได้ตอบได้ตรงๆ มาคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าคุยไปคุยมาแล้วมาอย่างโน้นอย่างนี้ มันต้องเป็นลูกผู้ชายกันหน่อย ทำเพื่อประเทศชาติบ้าง ในเมื่อเป็นเรื่องการวิจัยเมื่อเห็นว่าดีก็ต้องดำเนินการ

 


''กรณ์''แขวะ''รบ.''นำ''อู่ตะเภา''เข้าสภาล่าช้า


            นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ถึงกรณีที่รัฐบาลตัดสินใจนำกรณีนาซ่าเข้าสภาตาม มาตรา 179 และให้พรรคประชาธิปัตย์ตกเป็นจำเลยว่า  รัฐบาลมีหน้าที่ให้คำตอบสังคม ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตั้งคำถาม รัฐบาลเลือกที่จะทะเลาะทางการเมืองกับเราตลอด ทำให้การตัดสินใจนำเรื่องเข้าสภาช้ามาก   เรื่องนี้มีตั้งแต่ต้นปี มีเวลายาวนานทุกขั้นตอน นาซ่าเขาก็เร่งจี้มาโดยตลอด  รัฐบาลใช้เวลาที่ผ่านมาไปทำอะไร ถือเป็นความผิดของรัฐบาล ดังนั้นไม่เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกลายเป็นจำเลยสังคมตรงไหน

             นายกรณ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประชาธิปัตย์ต้องการคือคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนก็ตามขอให้ชัดเจน  แต่ก็มีวุฒิสมาชิกหลายคนยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวต้องเข้าตามรัฐธรรมนูญ ม. 190 วรรคสอง  การที่ตัดสินใจว่าจะเอาเข้าตาม ม. 179 ถ้าหากมันขัดรัฐธรรมนูญจริงไม่ว่าอย่างไรก็ขัดอยู่ดี  ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าไม่ขัดทำไมไม่อนุมัติไปเลย  แต่ตนคิดงว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือเรื่องคำชี้แจง ข้อมูลที่ชัดเจนและโปร่งใส  

           "ตนว่าโครงการนี้ต้องมีประโยชน์แน่นอน แต่จะทำให้ฟรีๆ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ตนไม่ทราบ  แต่ไม่เข้าใจว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่อยากให้ข้อมูล"

 

 

 "เพื่อไทย" โอด ต้องถอยปม "อู่ตะเภา" เพราะเป็น "ลูกกำพร้า"

            นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า "ที่ถอยอาจจะเป็นเพราะเราเป็นลูกเมียน้อย ลูกไม่มีพ่อ เป็นลูกกำพร้า" การทำอะไรทุกก้าวของรัฐบาลต้องระมัดระวัง อะไรที่ไม่ควรเสี่ยงก็ไม่ควรเสี่ยง  เพราะเราตระหนักว่าเราเป็นลูกกำพร้า  ตนพูดได้แค่นี้สังคมไปคิดเอาเอง  เรื่องนี้หากเราเดินหน้าก็ถูกสอยอีก เราต้องรอบคอบ