ข่าว

เด็กชายเคอิโงะเครียด...ความผิดของใคร

เด็กชายเคอิโงะเครียด...ความผิดของใคร

19 พ.ค. 2552

ด.ช.เคอิโงะ ซาโต อายุ 9 ขวบ กำลังเครียด ผู้ว่าฯ พิจิตรบอกว่าหลังจากที่ได้คุยกับคุณพ่อจากญี่ปุ่นทางโทรศัพท์ และคุณพ่อไม่สามารถเดินทางมาพบโดยไม่บอกเหตุผล ทำให้ด.ช.เคอิโงะผิดหวังเป็นอย่างมาก

 ล่าสุด ผู้ว่าฯ พิจิตร คุณสมชัย หทยะตันติ บอกว่าเด็กชายคนนี้ไม่สบาย เกิดอาการเครียด ตัวร้อน นอนไม่หลับ เพราะทนคิดถึงพ่อไม่ไหว และไม่ยอมรับประทานอาหารด้วย ฉะนั้นจึงส่งแพทย์และนักจิตวิทยาไปดูแล

 สถานการณ์เช่นนี้จะต้องบอกว่าเป็นเพราะว่า ด.ช.เคอิโงะ นั้นเป็นข่าวคราวไปทั่ว ทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ เป็นข่าวคราวกันทุกวัน วันละหลายเวลาด้วย ฉะนั้นเด็กชายคนนี้จึงมีความเครียด เพราะว่าตั้งความหวังไว้สูง

 ขณะเดียวกันเมื่อเป็นที่สนใจขนาดนี้ เด็กชายคนนี้ก็ย่อมจะต้องมีความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างตัวเองกับคุณพ่อนั้นจะต้องออกมาในทางที่ดีแต่เพียงอย่างเดียว มิฉะนั้นจะเกิดความผิดหวัง

 เรื่องนี้ไม่สามารถจะบอกได้ว่าความผิดอยู่ที่ใคร แต่ว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ควรจะต้องตระหนักว่าเด็กวัยแค่ 9 ขวบ เป็นเรื่องระหว่างลูกกับพ่อ 

 แน่นอนลูกกับพ่อควรจะได้เจอกัน แต่นั่นเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนที่จะต้องหาทางออกร่วมกัน โดยจะต้องมีคนช่วยเหลือแน่นอน

 แต่ว่าเมื่อ ด.ช.เคอิโงะเป็นข่าวคราวทุกฝีก้าว ทำอะไร พูดอะไร ก็จะมีนักข่าว ช่างภาพ ติดตามตลอดเวลา กลายเป็นเซเลบริตี้ หรือว่ากลายเป็นคนดังกะทันหันฉับพลัน สภาพจิตใจจึงอาจจะไม่พร้อมที่จะตั้งรับกับความคาดหวังและความผิดหวัง

 ฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน ว่าบางที บางเรื่อง บางประเด็นก็ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนคนนั้น เพราะว่าถ้าหากทุกฝีก้าวทุกลมหายใจกลายเป็นข่าว

 แน่นอนความรู้สึกเมื่อไม่สมหวังก็จะกลายเป็นความเครียด และเป็นความเครียดที่หนักหน่วงสำหรับเด็ก 9 ขวบทีเดียว

 ขอให้ทุกฝ่ายได้พิจารณาบทเรียนจากครั้งนี้ด้วยว่าอะไรคือเส้นแบ่งของความพอดี อะไรเป็นข่าวเพื่อจะช่วยเหลือเด็กคนนี้ และอะไรคือการข้ามเส้นเกินกว่าที่จะช่วยเหลือ กลายเป็นปัญหาให้แก่เด็กคนนี้ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

สุทธิชัย หยุ่น