ข่าว

กระทิงยึดแผนไร้หอกฝอยทองจำใจปรับทัพ

กระทิงยึดแผนไร้หอกฝอยทองจำใจปรับทัพ

27 มิ.ย. 2555

"ฝอยทอง" โปรตุเกส จำเป็นต้องปรับทัพครั้งแรกในรอบ 5 นัดของยูโร 2012 เมื่อ เฮลเดอร์ ปอสติกา เดี้ยง ส่ง ฮูโก อัลเมยดา ยืนหัวหอกแทนในเกมรอบรองชนะเลิศกับ "กระทิงดุ" สเปน วันที่ 27 มิ.ย. โดยแชมป์เก่ายังยึดมั่นระบบไร้หัวหอกตัวเป้า

          ศึกยูโร 2012 รอบรองชนะเลิศคืนวันพุธที่ 27 มิถุนายน "ฝอยทอง" โปรตุเกส จะลงสนามพบกับ "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า ที่ดอนบาสส์ อารีนา เมืองโดเนตส์ ประเทศยูเครน เวลา 01.45 น. ในดาร์บี้ แมทช์ คาบสมุทรไอบีเรียน เวอร์ชั่น ยูเครน โดย โปรตุเกส ของ เปาโล เบนโต น่าจะมีสภาพทีมที่สดกว่าเล็กน้อย เนื่องจากเอาชนะสาธารณรัฐเช็ก ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาได้ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน จึงมีโอกาสได้พักเกือบ 1 สัปดาห์ เรื่องผู้เล่นมีปัญหาเพียงแค่ตำแหน่งเดียวคืออาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าของ เฮลเดอร์ ปอสติกา หัวหอกตัวหลัก หมดสิทธิลงสนามแน่นอนแล้ว

          เรื่องผู้เล่นติดโทษแบนนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เกมนี้จะเป็นนัดแรกในรอบ 7 นัดที่ เบนโต จะปรับผู้เล่น 11 ตัวจริงที่ใช้ลงสนามในเกมอย่างเป็นทางการมาแล้ว 6 นัดติดต่อกัน หลังจากที่ใช้ทีมชุดเดิมมาในการเพลย์ออฟ กับ บอสเนีย 2 นัด รอบแรกของยูโร 2012 อีก 3 นัด และในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 1 นัด แต่ก็ไม่น่าจะมีการปรับทีมมากนัก แนวรับไม่ต้องเปลี่ยนแปลง บรูโน อัลเวส กับ เปเป้ จัดเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดของทีมในขณะนี้

          แดนกลางยังคงเป็นการประสานงานระหว่าง มิเกล เวโลโซ, ราอูล เมยเรเลส และเจา มูตินโญ ที่น่าจะต้องเน้นเกมคุมพื้นที่มากขึ้น ส่วนแนวรุกริมเส้นทั้งสองข้างยังคงเป็น คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ นานี โดยจะมีการเปลี่ยนกองหน้าตัวเป้ามาเป็น ฮูโก อัลเมยดา หัวหอกจากเบซิคตัส ที่เด่นเรื่องลูกกลางอากาศมากกว่า ปอสติกา

          ฝั่ง สเปน น่าจะเป็นอีกนัดที่ บิเซนเต เดล บอสเก จะเลือกผู้เล่นในระบบที่เน้นแดนกลางเหมือนในเกมที่เอาชนะ "ตราไก่" ฝรั่งเศส มา 2-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่ง เดล บอสเก มองว่าเป็นแท็กติกที่ได้ผล เนื่องจากทีมครองบอลได้มากจนแทบจะไม่เปิดโอกาสให้ ฝรั่งเศส เล่นเกมโต้กลับได้ อีกทั้งผู้เล่นยังมีความคล่องตัว ไล่บีบเกมของคู่แข่งได้ตั้งแต่แดนของคู่ต่อสู้ และเกมรุกเองก็สามารถทำประตูได้ตั้งแต่ต้นเกมเช่นกัน

          ดังนั้น 11 ตัวจริงของ สเปน นัดนี้จะมีกองกลางลงสนามพร้อมกันถึง 6 คนคือ เซร์คิโอ บุสเกตส์ กับ ซาบี อลอนโซ จะดูแลเรื่องเกมรับ และ ซาบี เอร์นันเดซ, อันเดรส อิเนสตา, ดาวิด ซิลบา, และ เชส ฟาเบรกาส โดยจะให้ ฟาเบรกาส ยืนเป็นตัวสูงเพื่อเก็บบอลทำชิ่งให้เพื่อนเติมตามช่องขึ้นมาทำประตู ขณะที่หัวหอกอย่าง เฟอร์นันโด ตอร์เรส, อัลบาโร เนเกรโด หรือกว่า เฟอร์นันโด ยอเรนเต ต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรองก่อน

          สำหรับสถิติที่พบกันมาของคู่นี้ สเปน มีสถิติที่ดีเหนือกว่าตั้งแต่ครั้งอดีต จากการที่พบกันมาแล้ว 37 ครั้ง สเปน เอาชนะไปได้ 15 ครั้ง โปรตุเกสชนะเพียง 9 ครั้ง และเสมอกัน 13 ครั้ง โดยในเกมฟุตบอลรายการใหญ่ทั้งฟุตบอลโลก และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป สเปน ก็ยังเหนือกว่าจากการพบกัน 7 นัด สเปน ชนะได้ 4 นัด มีแพ้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นในศึกยูโร 2004 รองแรกที่ โปรตุเกส เปิดบ้านเอาชนะไปได้ 1-0 จากประตูของ นูโน โกเมส

          ส่วนการพบกันครั้งล่าสุดในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เพิ่งจะพบกันมาในรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ สเปน เป็นฝ่ายเฉือนชนะไปได้ 1-0 จากประตูของ ดาวิด บีญา หัวหอกของบาร์เซโลนา ที่ไม่ได้อยู่ในทีมชุดนี้เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ

 

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม มีดังนี้

          โปรตุเกส - ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ, กองหลัง เจา เปเรยรา, บรูโน อัลเวส, เปเป้, ฟาบิโอ โคเอนเทรา, กองกลาง มิเกล เวโลโซ, ราอูล เมยเรเลส, เจา มูตินโญ, กองหน้า คริสเตียโน โรนัลโด้, นานี, ฮูโก อัลเมยดา

          สเปน - ผู้รักษาประตู อิเคร์ กาซิยาส, กองหลัง อัลบาโร อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปีเก, ฆอร์ดี อัลบา, กองกลาง เซร์คิโอ บุสเกตส์, ซาบี อลอนโซ, ซาบี เอร์นันเดซ, อันเดรส อิเนสตา, ดาวิด ซิลบา, กองหน้า เชส ฟาเบรกาส

 

 

----------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)

----------