
'ปู'ถก6ผวจ.สางปมเยียวยาน้ำท่วม
"ยิ่งลักษณ์"เรียก 6 ผวจ.เร่งสางปมเยียวยาน้ำท่วม ด้านผวจ.โอดชาวบ้านอวดเงินค่าชดเชยเป็นผลทำให้เกิดปัญหาร้องเรียนเพิ่ม
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 มิ.ย.2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด(ผวจ.) 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ลพบุรี สมุทรสาคร นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อยุธยา และตัวแทนจากผู้ว่าฯกทม. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมติดตามการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาค่าซ่อมบ้านให้กับประชาชนที่บ้านเรือนน้ำท่วมในปี 2554 ที่มีปัญหารับเงินชดเชยไม่เป็นธรรม โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวในช่วงเริ่มต้นของการประชุมเพียง 30 นาที ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่เชิญออกจากห้องประชุม
ทั้งนี้ในที่ประชุมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ให้นายพระนาย สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผวจ.แต่ละจังหวัด รายงานความคืบหน้าเป็นรายจังหวัด ทั้งนี้ผวจ.ส่วนใหญ่รายงานเป็นเสียงเดียวกันว่า หลังจากที่ขยายเวลาเปิดโอกาสให้ประชาชนที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นยื่นคำร้องใหม่อีกรอบ ปรากฎว่ามีประชาชนจำนวนมากได้ยื่นคำร้องโดยหวังจะได้เงินชดเชยซ่อมบ้าน ทั้งๆที่ประชาชนบางส่วนเคยแสดงเจตนาว่า จะไม่รับเงินเยียวยา เหตุเพราะผู้ที่ได้รับเงินเยียวยารอบแรกมีการโอ้อวดเพื่อนบ้านถึงตัวเลขเงินที่ได้รับ ส่งผลให้ยอดผู้มายื่นคำร้องมีจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายขจรศักดิ์ สิงห์โตกุล ผวจ.ปทุมธานี ได้รายงานในที่ประชุมถึงปัญหาการจ่ายเงินเยียวยาที่ประชาชนในพื้นที่อ.สามโคก ร้องเรียนว่าได้รับการเยียวยา 15 บาท และ 200 บาทว่า ทางจังหวัดได้แก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว บ้านที่ได้รับเงินเยียวยา 200 บาท เป็นบ้านไม้ที่ยกพื้นสูงน้ำท่วมไม่ถึงตัวบ้าน มีแค่ปลั๊กไฟที่ได้รับความเสียหาย จึงจ่ายเงินชดเชยตามหลัเกณฑ์ ไม่เกิน 200 บาท แต่หลังจากที่มีการร้องเรียนเพิ่มเติมว่า บันไดบ้านเสียหายจึงจ่ายเพิ่มเติมอีก 8,000 บาท ซึ่งผู้ร้องก็พึงพอใจแล้ว
ด้านนายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี รายงานว่า ขณะนี้มีประชาชนได้ยื่นคำร้องเพิ่มขึ้นมาใหม่ถึง 190,000 ราย ซึ่งจังหวัดได้รับเรื่อง และส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบความเสียหายและจ่ายเงินตามหลักเกณฑ์ สำหรับพื้นที่กทม. ซึ่งม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุม โดยชี้แจงว่า งบประมาณจ่ายเงินเยียวยาใน 42 เขต ที่ประสบน้ำท่วมของกทม.มีเพียงพอ ไม่ต้องขอเพิ่มโดยก่อนจ่ายเงินเยียวยาได้ส่งเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการโยธาร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ซึ่งทุกอย่างกทม.สามารถดำเนินการเองได้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอให้ผวจ.ทุกจังหวัดเคลียร์ปัญหาเรื่องค่าซ่อมบ้านให้จบ โดยจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์กติกาที่วางไว้ และจ่ายอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจรวมทั้งผวจ.ต้องมีหน้าที่ลงไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจในหลักเกณฑ์ต่างๆด้วย
จี้“กยน.”ดูแลขุดลอกคูคลอง
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยในเรื่องของสถานการณ์น้ำ จึงเร่งรัดให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) ให้ดูภาพรวมในศูนย์บริหารจัดการน้ำแบบเบ็ดเสร็จ และให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำมาประมวลผลในการดำเนินการ เร่งให้ดำเนินแผนระยะยาวตามที่ กยน.เสนอมา รวมถึงการรวบรวมข้อมูลต่างๆที่หน่วยงานส่งผ่านทางเว็ปไซด์ pmoc-flood.com ว่าการดำเนินการแก้ไขและป้องกันปัญหาของน้ำมีความคืบหน้าอย่างไร ซึ่งนายกฯได้เร่งรัดให้ดูแลเรื่องของคูคลอง โดยเฉพาะเรื่องการรุกล้ำลำน้ำ โดยให้กำหนดระยะเวลาในการสิ้นสุดการดำเนินการให้ชัดเจน และอยากเห็นการดำเนินการสิ้นสุดภายในระยะเวลา 2 เดือน พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้พิจารณาจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่โดนย้ายออกจากพื้นที่รุกล้ำลำน้ำ เนื่องจากจะเป็นการขวางทางน้ำผ่าน
น.ส.ศันสนีย์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของงบประมาณ 3.5 แสนล้าน ที่ใช้ในโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นายกฯได้เร่งให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ให้เร่งออกหนังสือเพื่อเชิญชวนชาวต่างประเทศ และคนไทยที่จะเสนอโครงการในการบริหารจัดการน้ำ โดยรมว.วิทยาศาสตร์ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าประมาณสัปดาห์หน้า หนังสือเชิญชวนดังกล่าวจะเสร็จเรียบร้อยและจัดส่งเชิญชวนผู้ที่สนใจจะเสนอแนวทางในการจัดการน้ำของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม นายกฯได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการดำเนินงานของรัฐบาลด้วย
กทม.จับมือจังหวัดลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างเตรียมแผนเผชิญเหตุอุทกภัย
นายสมภพ ระงับทุกข์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ กทม. ร่วมกับจังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จัดประชุมคณะกรรมการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัย เพื่อดำเนินการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอุทกภัยระดับจังหวัด ให้เสร็จภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนก.ค.นี้ โดย กทม.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการฝึกซ้อมแผนเผชิญอุทกภัย เพื่อให้การฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเพิ่มประสิทธิภาพ
นายสมภพ กล่าวต่อว่า เบื้องต้น กทม.และจังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีแผนเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี 2555 โดยมอบหมายให้ สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขต ตรวจสอบความพร้อมด้านการป้องกัน และความพร้อมด้านอุปกรณ์ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแนวคันกั้นน้ำทุกประเภท ทำนบกันน้ำ ประตูระบายน้ำ ในพื้นที่เสี่ยงจากอุทกภัย ให้มีสภาพการใช้งานที่ดี เสริมความสูงของแนวคันกั้นน้ำให้รองรับปริมาณของน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม อีกทั้ง ปิดกั้นท่อระบายน้ำทุกแห่งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ล้างท่อระบายน้ำ ขุดลอก คู คลอง และกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อสร้างเส้นทางระบายน้ำ
นายสมภพ กล่าวอีกว่า กทม.ยังได้เตรียมสำรวจความพร้อมของแผนอพยพ จุดอพยพ และเส้นทางอพยพ พาหนะในการอพยพ สำนักงานเขตได้สำรวจและจัดทำบัญชีจำนวนผู้อพยพไว้ล่วงหน้า โดยแยกประเภทและลำดับความเร่งด่วน อีกทั้งกำหนดสถานที่เป็นสถานที่อพยพ ทั้งหลักและรอง จัดจุดนัดพบ และเส้นทางในการอพยพ โดยทุกสถานที่อพยพจะมีการจัดการสาธารณูปโภค น้ำดื่ม น้ำใช้ โดยการรองรับจำนวนผู้อพยพ โดย ศปภ.กทม.จะให้สำนักต่างๆ และสำนักงานเขต จัดเตรียมอุปกรณ์ ยานพาหนะพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนจัดเตรียมถุงยังชีพไว้ให้พร้อม และจัดเตรียมระบบสื่อสารให้พร้อม โดยจะพิจารณาจากจำนวนของประชากรในพื้นที่
นายสมภพ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สำนักงานระบายน้ำและสำนักงานเขต ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ยานพาหนะ เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน กทม.ได้เตรียมความพร้อมให้กับภาคประชาชน ชุมชน และเอกชน ได้มีการจัดทำประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน ในเรื่องของอันตรายที่มาในช่วงภาวะน้ำท่วม เช่น ไฟฟ้าดูด ไฟฟ้ารั่ว และฝึกอบรมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนกรุงเทพฯ และระดับเขต
"กทม.และจังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างจะเร่งการฝึกซ้อมเผชิญเหตุอุทกภัยระดับจังหวัดให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม 2555 มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการรับมือกับอุทกภัยในทุกด้าน"นายสมภพ กล่าว
ครม.สัญจรเดือนก.ค.เปลี่ยนไป"สุรินทร์"
เมื่อเวลา 14.00น. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ประจำเดือน ก.ค. จากเดิมที่กำหนดว่าจะเดินทางไปประชุมที่ภาคเหนือตอนล่าง คือ จ.อุตรดิตถ์นั้น แต่เมื่อมีการหารือกันจึงเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนสถานที่ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยได้กำหนดให้ประชุมที่ จ.สุรินทร์ และมอบหมายให้นายปรีชา เร่งสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ ซึ่งจะมีการกำหนดวันและเวลาอีกครั้งหนึ่ง



