
เกมถอยรัฐบาล 'ปู' พลิก 'บู๊' มาเป็น 'บุ๋น'
เกมถอยรัฐบาล 'ปู' พลิก 'บู๊' มาเป็น 'บุ๋น' รับมือ 'อำมาตย์ภิวัฒน์'
ชัดเจน ถ้าฟังจาก 'เต้น' ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แกนนำคนเสื้อแดง ที่มีโอกาสเข้าไปนั่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยอมรับว่า 'เกมถอย' ไม่เดินหน้ากดดันประธานรัฐสภา ให้พิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 วาระ 3 มีการพูดคุยกันใน ครม.จริง
ประเด็นก็คือ เพื่อปกป้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ให้เดินเข้าสู่พื้นที่ 'สังหาร' ของ 'เกม' ฝ่าย 'อำมาตย์ภิวัฒน์' กรณีขัดคำสั่งศาลฯ และหรือการขัดแย้งรุนแรงของมวลชนทั้งสองฝ่าย
ขณะที่ฝ่าย 'อำมาตย์ภิวัฒน์' นอกจากจะไม่ถอย 'เกม' ที่พรรคเพื่อไทย กดดันให้ 'ถอนคำสั่ง' ให้ชะลอการพิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ และกลับมติรับเรื่องร้องคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว
ยังดูเหมือนเดินหน้าอย่างท้าทายอีกด้วย? กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคนในระบอบทักษิณ โดนคดีไปตามๆ กัน
ยิ่งกว่านั้น ถ้าฟังจากแกนนำ 'กลุ่มสยามสามัคคี' พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา และอดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ยึดอำนาจ 'ระบอบทักษิณ' เมื่อ 19 กันยายน 2549 ที่ให้สัมภาษณ์ 'มติชนออนไลน์' เอาไว้ ต่อประเด็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น
ยิ่งเห็นได้ชัดว่า 'ช่องทางตุลาการภิวัฒน์' คือ ความหวังที่ฝ่าย 'อำมาตย์ภิวัฒน์' เห็นแสงสว่างที่สุดนั่นเอง
"...ผมก็จำเป็นต้องเคลื่อนไหวข้างนอก เพื่อคัดค้าน ถ้าคัดค้านไม่ได้ ผมก็จะหาทางใช้วิธีการตามกฎหมายอื่นๆ อีก"
นี่ก็แทบไม่ต้องสงสัยแล้วว่า ช่องทางต่อสู้ ไม่ใช่แต่เฉพาะสร้างเงื่อนไขให้ทหารออกมาปฏิวัติเท่านั้น ซึ่งระยะหลังถือว่าไม่สอดคล้องกับกระแสสังคมโลก ที่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยมากกว่า 'เผด็จการ' อันรังแต่จะขาดความ 'ชอบธรรม' ยิ่งขึ้น
กลับมาทาง พ.ต.ท.ทักษิณ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หลังเดินเกม 'ถอย' ก็เริ่มมีการปรับ 'กลยุทธ์' ใหม่ เพื่อรุกต่อไปด้วยเช่นกัน
ประการแรก ทำอย่างไรจึงจะยึดโยงระหว่าง มวลชนคนเสื้อแดง กับพรรคเพื่อไทย ให้เป็น 'สองขา' ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เอาไว้ให้ได้ หลังจากท่าทีของกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วน ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่เป็น 'ลบ'
ซึ่งเป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่แกนนำคนเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทย และในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะต้องจัดการ ทั้งยังเชื่อว่าการเคลื่อนไหวในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ น่าจะมีความชัดเจน
ประการที่สอง การเร่งสร้างผลงานของรัฐบาล และกำจัด 'จุดอ่อน' ด้วยการปรับ ครม. จะทำได้อย่างไร ให้เป็น 'อาวุธ' สำคัญในการต่อสู้ทั้งกับพรรคฝ่ายค้าน และลดกระแสความขัดแย้งภายในรัฐบาลเอง
เรื่องนี้นัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการให้ปรับ ครม.เร็ว เพื่อรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจ และ 'ซื้อใจ' คนเสื้อแดง ด้วยการ 'ปูนบำเหน็จ' ให้กับแกนนำ อย่าง 'ตู่' จตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเวลานี้หลุดจาก ส.ส.ไปแล้ว
แต่ 'ยิ่งลักษณ์' ขอเป็นหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน เพื่อวัดผลงานจากการอภิปรายฯ เกมนี้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็อาจไม่ใช่การปรับเล็ก หากแต่อาจจะเป็นการปรับรวมครั้งเดียว ทุกพรรคร่วมรัฐบาล ที่ก่อนหน้านี้ค่อนข้างชัดเจนว่า พรรคร่วมรัฐบาลต้องการปรับเปลี่ยนบางตำแหน่ง เพื่อดันเอาคนบ้านเลขที่ 111 ที่พ้นโทษกลับมา เข้าไปนั่งในตำแหน่งที่เหมาะสมเหมือนเดิม
อย่าง กรณีพรรคพลังชล ที่ต้องการเปลี่ยนเอา สนธยา คุณปลื้ม ไปนั่ง รมว.วัฒนธรรม แทน 'สุกุมล คุณปลื้ม' และพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ต้องดูว่า 'ป๋าเติ้ง' บรรหาร ศิลปอาชา จะเคาะเอาใครสลับสับเปลี่ยนหรือไม่
สำหรับพรรคเพื่อไทย เริ่มมีข่าวปล่อยค่อนข้างแรง ว่าจะมีการปรับรัฐมนตรีที่มีปัญหาออก เช่น ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย, พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม, สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ
รวมทั้ง ปรับเอาสมาชิกบ้าน 111 อย่าง พงศ์เทพ เทพกาญจนา, จาตุรนต์ ฉายแสง, วราเทพ รัตนากร, ภูมิธรรม เวชยชัย เข้าไปเสริมความแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์
แต่สุดท้าย ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน นอกเสียจากข่าว 'วงใน' ที่ว่า 'ยิ่งลักษณ์' มีความสุขกับการอยู่ร่วมกับรัฐมนตรีที่มีบุคลิกประนีประนอม ไม่เผชิญหน้า และไม่เป็น 'เงื่อนไข' ที่จะมีผลกระทบต่อรัฐบาลสูง (ถ้าเลือกได้)
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น นัยว่า 'เกมถอย' ของ 'ยิ่งลักษณ์' ก็ใช่ว่าจะถอยจนไม่มีทางสู้ หรือไม่สู้กับ 'อำมาตย์ภิวัฒน์' ที่เป็นอยู่
หากแต่ข้อเสนอ 'ยิ่งลักษณ์' ที่ 'ทักษิณ' ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ การพลิกแนวทางการต่อสู้ จากบท 'บู๊' ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง สั่งเดินหน้าแล้ว 'ฆ่ามัน'
นั้น ไม่เป็นผลดีต่อทั้งการพ้นโทษ และคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งไปกว่านั้น ยังจะเป็น 'เงื่อนไข' ให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูกโจมตีอย่างหนัก และอาจเพลี่ยงพล้ำในที่สุด อย่างไม่มีทางหลีกพ้น
แต่ทางที่ดี 'ยิ่งลักษณ์' เชื่อว่า รัฐบาลของตน 'เอาอยู่' กับเกมของ 'อำมาตย์ภิวัฒน์' เพียงแต่ไม่เผชิญหน้า และสร้าง 'เงื่อนไข' ให้เกิดความรุนแรงได้เท่านั้น
เนื่องเพราะรัฐบาลกำลังจะได้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ที่สภาฯ รับหลักการไปแล้ว เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะได้ใช้งบประมาณของตัวเอง
ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่า งบประมาณตัวนี้ จะสามารถลงทุนในเมกะโปรเจค เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับทุกฝ่ายได้ไม่ยากนัก เพราะหนึ่งในปัญหาที่ผ่านมาของความขัดแย้งทางโครงสร้างอำนาจก็คือ ผลประโยชน์ผูกขาดของกลุ่มการเมืองนั่นเอง
ส่วนเมกะโปรเจค ที่สำคัญก็คือ โครงการรถไฟฟ้าหลายสายในกรุงเทพมหานคร ฯลฯ
ขณะเดียวกัน 'เกม' ในสภาฯ ก็อาจหันมา 'ปรองดอง' เพื่อที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จโดยเร็ว จากนั้นก็จะมีการยุบสภาฯ เพื่อเลือกตั้งใหม่ และเปิดทางให้กับความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่จะเกิดขึ้นตามมา ไม่แต่เฉพาะบุคลากรทางการเมือง จะมีหลากหลายความสามารถและประสบการณ์เท่านั้น (กรณีบ้านเลขที่ 111 พ้นโทษ) หากแต่ยังรวมถึงการเมืองภายใต้กติกาใหม่ด้วย
ไม่นับว่า จะมีนายกฯ คนใหม่หรือไม่ อีกต่างหาก ทั้งหลายทั้งปวง ก็เป็นเหตุผลด้วยเช่นกัน ว่าทำไม 'ยิ่งลักษณ์' จึงค่อนข้างพอใจที่จะเป็นอยู่อย่างนี้ไปก่อน
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้มี 'เกม' คู่ขนานของ 'อำมาตย์ภิวัฒน์' ไปกับแนวทางต่อสู้ และการก้าวเดินของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็อาจเป็นได้เพียงกระแสคู่ขนานไปเช่นนั้น จนกระทั่งมีการยุบสภาฯ ก็เป็นได้ แต่จะไม่มีผลกระทบอะไรร้ายแรงต่อรัฐบาล
เหนืออื่นใด 'เกม' ประคองตัวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อาจกลับเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ ให้มีกระแสนิยมตามมา ก็เป็นได้ ถ้าบริหารประเทศโดยปราศจากความขัดแย้งรุนแรง
หรือก็ไม่แน่ หากการจัดสรรผลประโยชน์ลงตัว อาจละลายพฤติกรรมของ 'อำมาตย์' บางส่วนได้ด้วย
จับตาดูให้ดี เมื่อการใช้ 'กำลัง' ล้าสมัย ต่างฝ่ายต่างก็หันมาใช้ 'สมอง' และความ 'ชอบธรรม' ในครรลองต่อสู้ คนไทยกำลังจะได้เรียนรู้บทเรียนใหม่ที่น่าสนใจอย่างแน่นอน!?



