
เปิดความเห็นหน่วยงาน'นาซา'ขอใช้'อู่ตะเภา'
เปิดความเห็นหน่วยงานวาระ "นาซา" ขอใช้ "อู่ตะเภา" สมช.แนะทำตารางบิน-กำหนดพื้นที่บินชัดเจน ด้าน กฤษฎีกา ย้ำหนักแน่นไม่เข้าม.190วรรคสอง
26มิ.ย.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับวาระการประชุมครม.ที่กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)ขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาให้ความเห็นชอบอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามาดำเนินการโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southest Asia Composition,Cloud,Climate Coupling Regional Study - SEACRS) ในประเทศไทย พื้นที่บริเวณสนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานการวิจัย แต่ปรากฏว่าที่ประชุมครม.เห็นชอบให้นำเรื่องนี้เข้าไปหารือในสภาตามมาตรา179
แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่แนบเข้ามาในวาระดังกล่าว อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) กระทรวงกลาโหม (กห.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ทก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์(วท.) รวมถึงสำนักข่าวกรองแห่งชาติ(สขช.) ล้วนให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวของNASA ขณะมีจุดที่น่าสนใจอยู่ที่ความเห็นของสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ก็ให้การสนับสนุนเช่นกันแต่มีข้อเสนอแนะที่ระบุว่า “การที่การวิจัยขององค์การNASA ซึ่งระบุไว้ในโครงการที่เสนอว่าจะมีการใช้อากาศยานเพื่อบินสำรวจพื้นที่ครอบคลุมประเทศไทย สิงคโปร์ และน่านน้ำสากล ถึงแม้ว่าองค์การNASAจะรับรองว่าเป็นการบินเพื่อปฏิบัติงานทางด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น อย่างไรก็ตามโครงการขององค์การNASA อาจถูกมองจากบางประเทศในภูมิภาคว่าเป็นการพยายามเข้ามาสร้างอิทธิพลของสหรัฐ"
“ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใสของโครงการดังกล่าวนี้ จึงควรมีการกำหนดตารางการบินและพื้นที่การบินที่ชัดเจน รวมทั้งช่องทางการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ฝ่ายไทยสามารถติดตามปฏิบัติการบินของอากาศยาน และเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีปฏิบัติการของอากาศยานนอกเขตพื้นที่การบินที่กำหนดไว้” สมช.เสนอความเห็น
นอกจากนี้สมช.ยังเสนอความเห็นด้วยว่า เพื่อมิให้ความร่วมมือกับฝ่ายสหรัฐ มีผลผูกพันทางกฎหมาย จึงเห็นว่าหากพิจารณาจัดทำเป็นข้อตกลงในลักษณะ Exchange of Note จะเหมาะสมกว่าการจัดทำข้อตกลงในลักษณะ MOU
ด้านความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) พิจารณาแล้วเห็นว่าหนังสือของสถานเอกอัครราชทูตอเมริกาเป็นการแจ้งความเข้าใจของรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และกิจกรรม กรอบเวลา และรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการศึกษาและร่างหนังสือของกต. เป็นการยืนยันความเข้าใจดังกล่าว โดยทั้งสองฝ่ายตกลงให้หนังสือสองฉบับนี้ประกอบกันเป็นความตกลงระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศซึ่งจะมีผลให้ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามความตกลงที่กำหนดไว้ ร่างหนังสือของกต. จึงเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา190 ของรัฐธรรมนูญ
“แต่โดยที่มีสาระสำคัญเป็นความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสภาพภูมิอากาศซึ่งจะดำเนินการภายใต้กฎหมายไทยและใช้งบประมาณของรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา โดยไม่ขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทย จึงไม่เข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา 190 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ” สนง.กฤษฎีกา ระบุความเห็น



