ข่าว

ปชป.เชื่อศาลฯมีอำนาจถอนประกัน'ตู่'

ปชป.เชื่อศาลฯมีอำนาจถอนประกัน'ตู่'

26 มิ.ย. 2555

ปชป. เชื่อศาล รธน. มีอำนาจถอนประกัน "ตู่" เย้ยหากโดนจริงมีสิทธิแค่เดินเข้าคุก ซัด "นายกฯ" ปรามลูกน้องขู่ศาล จี้ 36 รมต.รับผิดชอบตลอดชีวิต อนุมัติ "อู่ตะเภา" โต้ โฆษก ปธ.สภา บิดเบือนข้อเท็จจริง แก้รธน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 55  นายราเมศ รัตนเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาประกาศว่า จะเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปยังศาลอาญา และหากศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวและเมื่ออยู่ในเรือนจำก็จะอดข้าวประท้วงนั้นว่า ตนขอให้สิทธิการอดข้าวประท้วงนั้นเดี๋ยวนี้ กับ นายจตุพรทันที แต่จะไม่ได้รับสิทธิ ที่นายจตุพรจะเดินจากอนุสาวรีย์ไปยังเรือนจำแน่นอน เพราะทันทีที่ศาลตัดสินว่านายจตุพรผิดเงื่อนและเพิกถอนการประกันตัว นายจตุพรจะต้องเดินออกจากบัลลังก์ศาลเพื่อเข้าสู่เรือนจำเท่านั้น เพราะขั้นตอนการถอนประกันศาลต้องพิจารณาพฤติกรรมของนายจตุพร ว่าถอนประกันได้หรือไม่ ซึ่งคิดว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา ชัดเจนที่นายจตุพร ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภา มีผลกระทบต่อสังคมและเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดในการประกันตัว ทั้งนี้ไม่ไม่มีผู้ใดยื่นต่อศาลอาญา ศาลอาญา ก็มีสิทธิใช้หมายเรียกนายจตุพรมาไต่สวนได้อยู่แล้ว แต่การปราศรัยของนายจตุพร ต่าง ๆ เห็นได้ว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบคือศาลรัฐธรรมนูญ การยื่นคำร้องของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นที่สามารถทำได้

          นายราเมศ กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายจตุพรพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และจะมีการฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญ และการที่นายจตุพร ประกาศเช่นนั้น ถือว่าเป็นการข่มขู่คุกคามศาลรัฐธรรมนูญและศาลอาญาอย่างชัดเจน ดังนั้นการจะฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นเป็นเพียงวาทะที่ต้องการปลุกกระแสมวลชนคนเสื้อแดงเท่านั้น นายจตุพรอาจจะมีอาการเหวี่ยงศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้นายจตุพรสิ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส. และคงห้ามนายจตุพร ไม่ให้เดินไปศาลรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้นขอท้าให้นายจตุพรเดินไปถามคนรอบ ๆ ศาลรัฐธรรมนูญว่าเขาคิดอย่างไร เชื่อว่าทุกคนจะต้องชี้นิ้วไปที่ศาลอาญา แล้วพูดเป็นเสียนงเดียวกันว่า นายจตุพร ต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงในศาลอาญา

          นายราเมศ กล่าวต่อว่า  รัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในเรื่องของ นโยบายพัฒนากระบวนการยุติธรรม เพราะไม่เคยมีจิตสำนึกที่จะปกป้องกระบวนการยุติธรรม ที่เกิดจากคนของรัฐบาลเอง ถือเป็นสิ่งที่น่าสมเพช อย่างน้อยที่สุดคนที่เป็นนายกฯ ต้องปราบปรามผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะการข่มขู่เรื่องการตัดงบประมาณ และข่มขู่ที่จะทำร้ายตุลาการ เป็นเรื่องที่นายกฯ จะปิดหูปิดตาไม่ได้ ตนจึงขอแนะนำว่า ขณะนี้สภาฯได้มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี สั่งสำนักงบประมาณว่าให้จัดงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อให้รัฐบาลจัดทำโครงการ อบรมดัดสันดาน คนพาลที่ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม และเรียกสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนที่ขึ้นเวทีด่าตุลาการต่าง ๆ นานา และไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม เข้ามาอบรม เชื่อว่าประชาชนจะไม่เสียดายงบประมาณตรงนี้ ถ้าบุคคลที่จบจากหลักสูตรนี้ไปจะทำให้ประเทศชาติสงบสุขขึ้น เพราะอย่างน้อยที่สุดเมื่ออบรมแล้วขอให้หัดเคารพกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและองค์กรตุลาการด้วย

 

จี้ 36 รมต.รับผิดชอบตลอดชีวิต หากอนุมัติ  "อู่ตะเภา"

 

          นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เมื่อรัฐบาลมั่นและอนุมัติโครงการไปตนก็ขอข้อสังเกตว่ามีใบสั่งจากใครที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลหรือไม่ ทั้งนี้หลังจากที่ครม.มีมติเรื่องนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เพิ่งเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยเข้าพบเพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว และยังยอมรับจีนแสดงกังวล ถือเป็นการกระทำที่สวนทางกับคำพูดที่ก่อนหน้านี้นายสุรพงษ์ เคยบอกว่า ได้ชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นที่เข้าใจแล้ว จึงอยากให้นายสุรพงษ์ ทบทวนบทบาทของตัวเอง เพราะคนเป็น รมว.ต่างประเทศต้องกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริง ไม่ใช่หมกเม็ดอยู่ในกะลา

          ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกฯไม่เคยตอบคำถาม 4 ข้อ คือ 1. นายกฯเคยเห็นแผนที่ในการสำรวจของนาซาหรือไม่ ว่าทำไมจึงมีการลากคร่อมไปยังแหล่งทรัพยากรณ์ทางทะเล และอ่าวไทยที่มีแหล่งน้ำมันดิบ และได้ถามทางสิงคโปร์และกัมพูชาหรือยังว่ามีความเห็นอย่างไร 2. ได้ถามทางนาซาและสหรัฐหรือยังว่าทำไมจึงมีบริษัทเชฟร่อน ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจแหล่งพลังงานเข้าร่วมโครงการสำรวจในครั้งนี้ด้วย 3. จากข่าวที่ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยพบกับเสนาธิการทหารของสหรัฐที่ประเทศสิงคโปร์ ไม่ทราบว่าพบเรื่องอะไร และเสนาธิการทหารดังกล่าวได้เข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในเวลาต่อมา และ 4. ทราบหรือไม่ว่ามีคนใกล้ชิดของพี่ชายตนเองตั้งบริษัทน้ำมัน และโอนถ่ายหุ้นบริษัทน้ำมัน

          "น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ  นักวิทยาศาสตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า กล้ายืนยันหรือไม่ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง เศรษฐกิจและพลังงาน ไม่เกี่ยวกับมาตรา 190 ไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนกับเครือข่ายคนในรัฐบาล ถ้ายืนยันได้ก็ให้ครม.อนุมัติไปเลย แต่ครม.ทั้ง 36 คน จะรับผิดชอบไปตลอดชีวิตของตัวเองหรือไม่"

 

"ณัฏฐ์" โต้ "โฆษก ปธ.สภา" บิดเบือนข้อเท็จจริงแก้รธน.

 

          นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณี ที่ นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกประธานสภาฯ ออกมากล่าวระบุถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ามีการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 5-6 ก.ค. นี้โดยเฉพาะในมาตรา291/11วรรค 5 ว่า มีสมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส. และ ส.ว.บางส่วน โดยมีการระบุชื่อถึงตนด้วยนั้น ว่า ได้ตัดมาตราดังกล่าวออกไป เพราะมั่นใจว่า ส.ส.ร. จะไม่ไปแตะ และยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการใดก็ตามที่ทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงการปกครอง นั้นว่า สิ่งที่นายวัฒนา พูดออกมานั้น คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และเบี่ยงเบนประเด็น เพราะตน ไม่ได้ตัดวรรค 5 ออกไป แต่ในร่างที่ตนยื่นแปรญัตติเข้าไป นอกจากจะไม่ตัดแล้ว ยังมีการเพิ่มเติมในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ของปวงชนชาวไทย เรื่องสิทธิประโยชน์ และการคงอำนาจขององค์กรอิสระ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรากังวลว่า ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ยังมีความพยายามที่จะจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และความพยายามทำให้องค์อิสระมีความอ่อนแอลง

          "การที่โฆษกของประธานสภาฯ แสดงท่าทีออกมาแบบนี้ เรากังวลว่าเมื่อเปิดสภาฯในเดือนสิงหาคม ความวุ่นวายก็ยังจะเกิดขึ้นอีก และเชื่อว่า จะมากกว่าเดิม เพราะเห็นชัดเจนวามีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อให้การให้ข้อมูลต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 5-6 ก.ค. เป็นไปในรูปแบบที่เขาต้องการ"