ข่าว

พรรคเพื่อไทยในสถานการณ์'แข่งกันแดง'

พรรคเพื่อไทยในสถานการณ์'แข่งกันแดง'

26 มิ.ย. 2555

พรรคเพื่อไทยในสถานการณ์'แข่งกันแดง': ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ [email protected]

             ความจริงคำว่าสถานการณ์ในท้องถิ่นที่ "แข่งกันแดง" เนี่ยเป็นคำที่ผมไม่ได้คิดเองหรอกครับ ท่านอาจารย์ณัฐกร วิฑิตตรานนท์ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ท่านได้ให้ความเห็นนี้ในวงเสวนาทางรัฐศาสตร์สักแห่งหนึ่งนั่นแหละครับ
 
                 ในอีกด้านหนึ่ง คุณอรรถชัย อนันตเมฆ ได้เคยกล่าวไว้ในรายการสามแยกปากแมว ในช่องโทรทัศน์ดาวเทียมช่องหนึ่งว่า เสื้อแดงต้องกล้าวิจารณ์ตนเอง ในความหมายของการวิพากษ์วิจารณ์พรรคและวิพากษ์วิจารณ์พวกเดียวกันเอง
 
                 ผมมานั่งคิดเรื่องนี้อยู่พักใหญ่ แล้วก็คือว่าพรรคเพื่อไทยเองก็น่าเห็นใจ ท่ามกลางกระแสความรู้สึกของพวกเดียวกันที่ผิดหวังกับการเคลื่อนไหวของพรรคในรัฐสภาที่พูดกันง่ายๆ ว่าทำตัวไม่สมกับเป็นพรรคเสียงข้างมาก
 
                 แต่เรื่องที่ต้องระวังก็คือ การวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเดียวกันนั้นเองจะอยู่ใน "ท่าที" แบบไหน? โดยเฉพาะการต้องระมัดระวังท่าทีที่วิจารณ์พรรคเพื่อไทยโดยสวมอคติเดียวกับเมื่อสมัยการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2540 คือนักการเมืองเลว ซื้อเสียง ไม่มีความจริงใจกับประชาชน
 
                 หรือจะสามารถวิจารณ์และผลักดันพรรคเพื่อไทยไปได้มากกว่านี้
 
                 ถามจริงๆ ว่าพรรคเพื่อไทยนั้น คุณทักษิณเองนั้นเป็นหัวหน้าพรรคจริงหรือไม่? อันนี้ถ้าตอบว่าจริงคุณทักษิณก็แย่มาก เพราะเป็นไปไม่ได้ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยอยู่ในกำมือของคุณทักษิณเองแล้ว คุณทักษิณจะควบคุมพรรคได้ห่วยแตกขนาดนี้ หรือพูดอีกด้านก็คือ คุณทักษิณไม่สามารถทำอะไรกับพรรคได้ในกรณีที่พรรคขาดวินัยในปฏิบัติการทางการเมือง
 
                 ถามจริงๆ ว่าพรรคเพื่อไทยนั้นมีการผสมสัดส่วนกับคนเสื้อแดงมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ก็น่าหนักใจมิใช่น้อย (แต่คนที่ไม่ชอบคงจะสะใจมากกว่าหนักใจ) เนื่องจากคนเสื้อแดงนั้นก็มีหลายกลุ่ม คะแนนการเลือกตั้งในการเมืองท้องถิ่นก็ชี้ให้เห็นกันอยู่ รวมทั้งสมาชิกคนเสื้อแดงในระดับแกนนำที่เชื่อมโยงกับพรรคก็ดูแปลกๆ คือ "อ่อนพรรษา" แต่ "อ้างว่ามีมวลชน"
 
                 แกนนำคนเสื้อแดงที่อยู่ในพรรคนั้นอาจจะเป็นข่าว แต่ถามว่ามีอำนาจในการต่อรองในพรรคจริงหรือไม่? เรื่องเช่นนี้ผมคิดว่าสำคัญ และถ้าคิดว่าจะมีบทบาทจริงๆ การออกมาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีคงจะเป็นประเด็นรอง เมื่อเทียบกับการผลักดันในการคืนความยุติธรรมให้แก่การเสียชีวิต 91 ศพบนถนนเสียมากกว่า และถึงแม้ว่าจะผลักดันเรื่อง 91 ศพได้แล้ว เรื่องหลักต่อไปคงจะเป็นเรื่องของการต่อสู้เรื่องของการต่อต้านรัฐประหาร แต่เท่าที่เห็นก็รู้สึกว่าเรื่องใหญ่ของแกนนำกลับไปอยู่ในเรื่องของการต่อรองและการถกเถียงเรื่องอื่นๆ มิใช่น้อย
 
                 เรื่องต่อมาก็คือการกลับมาของบรรดาสมาชิกอาวุโสของอดีตไทยรักไทย ซึ่งผมคิดว่าคงไม่สามารถมีบทบาทหลักอะไรมากนักในพรรคเพื่อไทย เพราะตัวแปรสำคัญทั้งหมดทั้งปวงกลับน่าจะอยู่ที่การจัดความสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และพรรค และคนเสื้อแดง และสมาชิกอาวุโสที่เพิ่งกลับมา ซึ่งพูดง่ายๆ ว่าหลายคนในระดับอาวุโสไม่จำเป็นต้องบินไปพบคุณทักษิณ และขณะเดียวกันก็คงจะต้องจัดความสัมพันธ์ว่าจะแนะนำคุณยิ่งลักษณ์อย่างไร จะทำงานภายใต้คุณยิ่งลักษณ์ได้หรือไม่ และที่สำคัญ คุณยิ่งลักษณ์เองนั้นจะออกแบบสถาบันให้คนเหล่านี้ทำงานกับคุณยิ่งลักษณ์ได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องระยะยาวมากกว่ามานั่งลุ้นว่าในการปรับ ครม.คราวต่อไปนั้นใครจะมานั่งตรงไหนตามที่เชื่อว่านายใหญ่จะสั่ง
 
                 เพราะเรื่องสำคัญก็คือตัวคุณทักษิณเองตอนนี้ก็คุมไม่ได้ทั้งหมดเช่นกัน
 
                 ทั้งหมดที่เขียนมานี้ไม่ได้มีฐานคติที่เชื่อว่าพรรคมวลชนจะเป็นแนวทางออกของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มอำนาจที่เชื่อมโยงกัน แต่ต้องการจะบอกว่า ชัยชนะจากการเลือกตั้งที่เป็นเรื่องของชัยชนะในเชิงจำนวนนั้นอาจจะดูสวยหรูและเป็นไปตามตรรกะที่น่าเชื่อถือ แต่ถ้าคนเหล่านี้คิดไม่ออกว่าจะทำงานเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายอย่างเป็นระบบอย่างไร การเมืองไทยก็จะวนเวียนอยู่เช่นนี้
 
                 เพราะคำตอบสำคัญคือการพัฒนาเครือข่าย ไม่ใช่การจัดตั้งองค์กรเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่โดนกดดันในทุกด้าน
 
                 ซึ่งการพัฒนาเครือข่ายนั้นก็คือการพูดถึงการทำงานร่วมกันของคนหลายฝ่าย ที่ประสานสอดคล้องกันผ่านการสร้างคุณค่าบางอย่างร่วมกัน โดยเฉพาะคุณค่าที่ไม่เป็นไปในแนวทางของการปะทะและบังคับให้อีกฝ่ายที่มีจำนวนน้อยแต่มีอำนาจและเครือข่ายที่หนาแน่นกว่ารู้สึกว่ารับไม่ได้ เพราะการปะทะที่ผ่านมานั้นชี้ให้เห็นว่าถ้าไม่อยากถอย ก็ต้องตอบโจทย์การเมืองแบบเครือข่ายให้ได้ ในสถานการณ์ที่อีกเครือข่ายนั้นมีทรัพยากรทางอำนาจมากกว่าแค่เรื่องของจำนวน...