ข่าว

คาดมติครม.ให้'นาซ่า'ใช้อู่ตะเภา

คาดมติครม.ให้'นาซ่า'ใช้อู่ตะเภา

26 มิ.ย. 2555

คาด มติ ครม. อนุมัติ 'นาซ่า' ใช้อู่ตะเภา ยึด 'กฤษฎีกา' ไม่ต้องเข้าสภา ด้านรายงานคณะทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยัน ปม 'อู่ตะเภา' ทำงานวิจัย ไม่เกี่ยวมั่นคง ขณะที่ กกต. เตรียม ลงมติ คำร้อง ส.ส.ล็อตสุดท้าย

          รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า กรณีที่องค์การนาซ่า จะขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติในวันที่ 26 มิ.ย.55 มีแนวโน้มว่า รัฐบาลจะผ่านโดยใช้มติ ครม. โดยอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ระบุว่า ไม่ต้องนำเรื่องเข้าสภาอีก เพราะไม่เข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190

          รายงานยังระบุด้วยว่า หลังจากนี้เป็นต้นไป การให้สัมภาษณ์ของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ รวมถึงการคุยกับผู้นำหรือตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จะให้นายกฯพูดเป็นภาษาไทย และให้ล่ามแปลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการใช้ภาษาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมทั้งเป็นการป้องกันตัวนายกฯเองด้วย

          ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 26ม.ย.55 ไม่ปรากฏวาระที่ก.การต่างประเทศเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบอนุญาตให้นาซ่าใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภา แต่คาดว่า วาระดังกล่าวนี้ จะถูกเสนอเข้าเป็นวาระจร ในช่วงที่มีการประชุม  เนื่องจากขณะนี้เรื่องดังกล่าวถูกส่งมาจากก.ต่างประเทศแล้ว

 

เปิดรายงานฯ ยันปม 'อู่ตะเภา' ทำงานวิจัย ไม่เกี่ยวมั่นคง

 

          วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ได้มีการประชุมคณะทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุก ครั้งที่ 1/2555 เวลา 07.30 น. ณ ห้องประชุมตึกไทยคู่ฟ้า ในประเด็นที่หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ อ้างว่าสหรัฐจะใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพบุกจีน อ้างภารกิจภัยพิบัติบังหน้า

          อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่า ข้อเท็จจริงกรณีนี้ แยกเป็น 2 โครงการ ประกอบด้วย 1. ศูนย์ภัยพิบัติ HADR  2. การขึ้นสำรวจเมฆฝน โดยนาซ่า (เข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา190 (1) หรือไม่เเละจะนำเสนอที่ประชุมครม.หรือไม่) เอกสารอ้างอิง หลักเกณฑ์ การใช้พื้นที่น่านฟ้า ตามหลักปฏิบัติสากล และผลการประชุม 18 หน่วยงานที่ กระทรวงการต่างประเทศเชิญมาประชุม โดยเห็นว่าประโยชน์ของโครงการ เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ฝุ่น เมฆ ประโยชน์ต่อมนุษยชาติ

          ทั้งนี้ ได้มีการอ้างว่าโครงการดังกล่าวสหรัฐอเมริกา ได้มอบหมายจาก science society จากประชาคมทั่วโลก ให้มีการศึกษาพัฒนา aero society ทั่วโลก โดยเป็นความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ สหรัฐ และทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ไทย เข้าร่วมการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง กว่า 20 ปี ตั้งแต่ยุค 1990  รวมทั้งในประเทศจีน ก็ได้มีความร่วมมือเชิงวิจัย ระหว่างสหรัฐ ฯ และจีน (sace-asia (2003)) โดยใช้เครื่องบิน c 130 บินสำรวจน่านฟ้าจีนมาแล้ว  หรือโครงการ DLR ในเยอรมัน โครงการ Jacza (แจคซ่า)ในประเทศญี่ปุ่น  สำหรับการบิน ในน่านฟ้าของประเทศอื่นๆ นั้น นาซ่าก็จำเป็นต้องดำเนินการของอนุญาตในรายประเทศต่อไป ซึ่ง ทางการไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาจจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตอย่างไร

          ขณะที่เหตุผลที่ต้องรีบเร่ง เนื่องจากมีเหตุผลเชิงวิชาการว่า เดือนสิงหาคม-กันยายน เป็นช่วง ปลายฤดูฝน ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ จะพาหมอก ควัน อินโดนีเซีย เข้ามาเป็นจำนวนมากและจะมีผลกระทบต่อฝน เมฆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการทำวิจัยสูงสุด ประกอบการเป็นวงปีงบประมาณการดำเนินการของนาซ่าเอง รวมทั้ง อาจจะมีการนำอุปกรณ์ไปใช้ในโครงการอื่นๆ ของนาซ่าด้วย   ทั้งนี้เป้าหมาย คือ การแสวงหาองค์ความรู้เพื่อโลก โดยนักวิทยาศาสตร์ ที่มีศักยภาพทั่วโลกร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถทั่วโลก ทั้ง จีน ญี่ปุ่น และไทย

          สำหรับอุปกรณ์ เครื่องมือ ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยว และเชี่ยวชาญพิจารณาให้ความเห็นอาทิ  กรมแผนที่ทหาร กองทัพอากาศ ซึ่งจะมีการพิจารณาอุปกรณ์เครื่องมือวิจัย

          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะไม่มีเหตุผลต่อความมั่นคง เนื่องจากก็มีนักวิจัยของเข้าร่วมด้วย  อีกทั้งโครงการการวิจัยก็ไม่ต้องผ่านครม แต่เป็นเพียงการขออนุญาตจากสภาวิจัย ตามระเบียบสภาวิจัยแห่งชาติ หรือ เป็นอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

          ขณะที่เรื่องศูนย์บรรเทาภัยพิบัติและให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม(HDER )  ที่ประเทศสหรัฐ ฯ เลือกใช้พื้นที่อู่ตะเภา ดำเนินการเพราะมีความร่วมมือประจำ มีความคุ้นเคยกันดี สำหรับศูนย์ HDER จะไม่มีฐานทัพ ไม่มีกองกำลัง และจะทำงานตามภารกิจ กรณีเกิดภัยพิบัติ สหรัฐ และชาติ อื่นๆ จะเข้ามาช่วย โดยทหาร จะเตรียมพื้นที่ให้อยู่นอกพื้นที่ทหาร แต่ยังในอยู่ในพื้นที่เพราะมีสนามบิน และมีความสะดวกด้านโลจิสติกส์

 

เครือข่าย พท. ผงาด นั่งคุมกองทุนสตรี กทม.

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ประธานกรรมการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.55 ว่า หลังจากที่เธอและคณะ อาทิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำก.มหาดไทย ปลัดก.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร และนางสาวเขมนิจ จามิกรณ์ หรือแพนเค้ก นักแสดงชื่อดังได้เดินทางไปยังโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ เขตมีนบุรี เพื่อร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี โซนกรุงเทพฯ ชั้นนอก พบว่า มีสมาชิกกองทุนฯ ไปลงคะแนนเป็นจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า สตรีทุกคนมีความสนใจและตื่นตัวกับนโยบายกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของรัฐบาล

          ทั้งนี้ ล่าสุดกรรมการได้นับคะแนนของผู้สมัครทั้ง 54 คน ผลปรากฏว่า มีผู้ได้รับเลือกตั้งคะแนนสูงสุด 12 คน เป็นกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกรุงเทพมหานคร ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พ.ศ. 2555 ประกอบด้วย นางสำเนียง ศิริวัน เขตมีนบุรี นางเบญจพร เมืองอินทร์ เขตคลองสามวา นางสาววนิดา เหล็กเพ็ชร์ เขตมีนบุรี นางจุฑาเพชร จินตโสภณ เขตบางคอแหลม นางน้ำทิพย์ วิษณุกูลรัตนา เขตพระนคร นางสาวบุณฑริกา ประสงค์ดี เขตลาดพร้าว ดร.บสบง เลิศรังสี เขตลาดพร้าว นางนฤมล ล้อเพชรรุ่งเรือง เขตสายไหม นางสาวเมธาวี ธารดำรง เขตจอมทอง นางสาวนพสรัญ วรรณศิริกุล เขตราษฎร์บูรณะ นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา เขตภาษีเจริญ และนางบงบชรัตน์ สุทธิบงกช

          จากนี้ไป เมื่อมีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติแล้ว คณะกรรมการแห่งชาติจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ร่วมเป็นกรรมการ และมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง โดยกรรมการเหล่านี้จะทำหน้าที่บริหารกองทุน ตรวจสอบ กำกับ ดูแล และจัดสรรรายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนในกรุงเทพมหานคร จัดหาทุนหรือรายได้ พิจารณาโครงการที่ยื่นขอสนับสนุนเงินจากกองทุน จัดทำบัญชีของกองทุน สำรวจและจัดทำข้อมูลจำนวนสมาชิกกองทุนและองค์กรสตรี เป็นต้น โดยมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยในส่วนของรายชื่อของกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกรุงเทพมหานครทั้ง 12 คน จากการคัดเลือกจาก 54 คนนั้น แหล่งข่าวระบุว่าหลายคนมีความสัมพันธ์อย่างดีกับพรรคเพื่อไทยทั้งในฐานะอดีต ส.ก. อดีตผู้สมัคร ส.ก. อดีตผู้สมัครส.ส. และบางคนมีนามสกุลเดียวกับส.ส.ในพรรคเพื่อไทย อาทิ นางจุฑาเพชร จินตโสภณ ที่เป็นอดีตส.ก.เขตบางคอแหลม พรรคเพื่อไทย ,นางสาวบุณฑริกา ประสงค์ดี เป็นอดีตผู้สมัครส.ก. เขตลาดพร้าว พรรคเพื่อไทย , นางสาวเมธาวี ธารดำรง อดีตส.ก.เขตปทุมวัน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อไทย

          นางสาวนพสรัญ วรรณศิริกุล เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยเขตบางกะปิ และเคยเป็นข้าราชการการเมืองในรัฐบาลของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ครม.มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.54  นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา อดีตผู้สมัครส.ก. เขตภาษีเจริญพรรคเพื่อไทย ขณะที่นางบงบชรัตน์ สุทธิบงกช มีนามสกุลเดียวกับ นายธวัชชัย สุทธิบงกช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและอดีตเลขานุการรมว.สาธารณสุข

 

กกต. เตรียม ลงมติ คำร้อง ส.ส.ล็อตสุดท้าย

 

          นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ได้ไปตรวจสอบการลงมติขอกกต.กรณีที่ปราศรัยใส่ร้ายพบว่า เมื่อปี 2548 กกต.ชุดพล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธานกกต.นั้น เคยมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้ใบแดงนายธานินร์ ใจสมุทร อดีตส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น จากกรณีการปราศรัยใส่ร้ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและพรบ.เลือกตั้งปี 40 แต่ในกกต.ชุดนี้และกฎหมายเลือกตั้งปี 51 ยังไม่เคยมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งส.ส.จากเหตุดังกล่าวมาก่อน จนกระทั่งมาถึงกรณีของนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย

          "หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า กกต.ชุดนี้เคยให้ใบแดงจากกรณีนี้มาก่อน จึงไม่สบายใจ คิดว่า พูดผิดหรือเปล่า เพราะก็ได้พูดไปว่ากกต.ชุดนี้ยังไม่เคยแจกใบแดงส.ส.จากเหตุการปราศรัยใส่ร้ายเลย จึงให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แล้วก็พบว่า มีเฉพาะกรณีของนายธานินทร์ ซึ่งเป็นมติของกกต.ชุดก่อนหน้านี้ แต่ก็ทราบจากนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านกิจการงานบริหารการเลือกตั้ง ระบุว่ากกต.ชุดของเรา ก็เคยให้ใบแดงส.ส.กรณีดังกล่าวที่จ.อุดรธานี ก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบอีกครั้งว่าจริงหรือไม่"

          นางสดศรี กล่าวว่า ก่อนที่กกต.จะมีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายการุณ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.55 ที่ผ่านมานั้น กกต.เคยพิจารณาสำนวนดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นกกต.เห็นว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เสียงข้างมากจึงมีมติให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเสียก่อน แต่ทั้งนี้จำไม่ได้ว่าในขณะนั้นมีการลงมติของเสียงข้างน้อยอย่างไร แต่เมื่อมีการพิจารณาในวันที่ 19 มิ.ย.55 นั้น อนุกรรมการฯ ไต่สวนและวินิจฉัย ได้มีความเห็นเสนอกกต.ให้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายการุณ โดยให้เหตผลว่า แม้อัยการสูงสุด จะมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องก็ตาม แต่กรณีนี้เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 53 ของพรบ.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ขณะที่กกต.กทม.ก็เสนอความเห็นให้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่า ถ้อยคำที่ปราศรัยไม่ได้ระบุชื่อใครหรือพรรคการเมืองใด

          ทั้งนี้ เมื่อกกต.ลงมติลับพอสำนักประชุมรวบรวมมติออกมาก็ได้คะแนนเสียงข้างมากสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยนายประพันธ์ ยังมาพูดกับเธอเลยว่า "ผมคิดว่า ผมเองเป็นเสียงเดียวที่ให้ใบแดง"

          นางสดศรี กล่าวด้วยว่า การประชุมกกต.ในสัปดาห์นี้ คาดว่า จะมีการพิจารณาเรื่องร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้งที่เหลืออยู่ ล็อตสุดท้ายให้แล้วเสร็จ ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นกรณีที่นายการุณ ร้องนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 12 กทม.พรรคประชาธิปัตย์ จากกรณีปราศรัยใส่ร้ายเช่นเดียวกัน

          "ยังไม่ทราบว่า ถ้อยคำที่นายแทนคุณ ปราศรัยแล้วถูกร้องว่า เป็นการใส่ร้ายนั้นเป็นอย่างไร แต่หากเป็นถ้อยคำลักษณะเดียวกับที่นายแทนคุณ ร้องนายการุฯ ก็ต้องลงมติเช่นเดิมคือ ยกคำร้อง แต่ในส่วนของกกต.คนอื่น ๆ ไม่สามารถบอกได้"

          ทั้งนี้ มีรายงานว่า กรณีการลงมติในคำร้องที่นายการุณ ร้องนายแทนคุณนั้น น่าจับตาว่า การลงมติของกกต.จะเกิดปัญหา หรือมีความแตกต่างของเสียงที่ลงมติหรือไม่ หากถ้อยคำที่นายแทนคุณ ปราศรัยมีลักษณะเดียวกับที่นายการุณ ปราศรัย และกกต.ให้ใบแดง เนื่องจากนายประพันธ์ ที่เป็นเสียงข้างมาก ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายการุณ จะเดินทางไปดูงานที่ประเทศแม็กซิโก ตั้งแต่เย็นของวันที่ 26 มิ.ย.55 และเดินทางกลับในช่วงค่ำของวันที่ 4 ก.ค.55 ทำให้องค์ประชุมเหลือ 4 คนเช่นเดิม แต่เปลี่ยนมาเป็นนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนฯ เข้าประชุมในครั้งนี้แทน

          "ยังไม่รู้ว่า ผลจะออกมาในแนวทางใด หรืออาจจะยังไม่มีการพิจารณาหากมีกกต.คนใด หรือนายสมชัย ติดภารกิจอื่น หรือเห็นว่า เรื่องดังกล่าวควรต้องรอให้ครบ 5 คน" แหล่งข่าว จาก กกต. ระบุ

          ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันที่ 26 มิ.ย.55 เวลา 09.30 น. นางสดศรี เตรียมชี้แจงเพิ่มเติม กรณีที่กกต.เสียงข้างมากมีมติเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายการุณ ด้วย