ข่าว

เบี้ยว..ค่าโยนมือถือชนวนอุ้มฆ่า2ศพ

เบี้ยว..ค่าโยนมือถือชนวนอุ้มฆ่า2ศพ

25 มิ.ย. 2555

เบี้ยว..ค่าโยนมือถือชนวนอุ้มฆ่า2ศพ : ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล

                จากเหตุพบศพ 2 วัยรุ่นชายถูกอุ้มฆ่าอย่างโหดเหี้ยม บริเวณริมถนนทางขึ้นน้ำตกยอดเหลือง หมู่ 9 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพถูกจ่อยิงระยะเผาขน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นไม่พบหลักฐานว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน และจากพฤติกรรมการสังหารเหยื่อในลักษณะ "จ่อยิง" ในที่เปลี่ยวรกร้างลับหูลับตาคนเช่นนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นวิธีการของแก๊งค้ายาเสพติดที่หักหลังหรือขัดผลประโยชน์กัน การเสียชีวิตของสองวัยรุ่นนี้ก็ถูกสันนิษฐานเบื้องต้นว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายาเสพติด!!
   
                เพียงวันเดียวหลังจากพบศพชายวัยรุ่นทั้งสอง พล.ต.ต.รณพงศ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นักสืบชั้นครูบัญชาการสืบสวนด้วยตัวเอง จนกระทั่งทราบว่า 2 วัยรุ่นชายที่ถูกอุ้มฆ่าทิ้งในที่เปลี่ยวครั้งนี้ คือนายรณชัย หรือ ล้าน ไชยจิตต์ อายุ 21 ปี ลูกชายเจ้าของอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช อีกรายคือนายณัฐพล หรือเอส  ช่วยเรือง อายุ 21 ปี บ้านอยู่ถนนเทวบุรี ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จากจุดเริ่มต้นของการทราบชื่อและที่อยู่ของผู้ตาย ชุดสืบสวนพยายามแกะรอยเชื่อมโยงสืบค้นประวัติอย่างละเอียด เพื่อสาวไปถึงตัวคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้
   
                พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ถูกมอบหมายให้ไปแกะรอยบุคคลทั้งสองก่อน ในช่วงเวลาก่อนจะถึงแก่ความตายว่ามีปูมลึกเบื้องหลังอย่างไร จนกระทั่งพบว่าพฤติการณ์ของผู้ตายทั้งสองอยู่ในข่ายที่ไม่ธรรมดา โดยทั้งสองเคยพักอยู่ในแมนชั่นแห่งหนึ่งกลางเมืองนครศรีธรรมราช
   
                เมื่อชุดสืบสวนเดินทางเข้าไปตรวจสอบในห้องพักดังกล่าว ตลอดจนความเคลื่อนไหวของทั้งคู่ก่อนถูกสังหารโหดจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณห้องพักดังกล่าว และพบเบาะแสที่สำคัญเมื่อกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ตายทั้งสองก่อนออกจากแมนชั่น แล้วตรงไปขึ้นรถกระบะพร้อมกับชายฉกรรจ์อีก 2-3 คน ซึ่งปรากฏรูปพรรณสัณฐานอย่างชัดเจน ตลอดจนเลขที่ทะเบียนรถกระบะคันดังกล่าว ทำให้ทราบถึงผู้ครอบครองรถกระบะคันดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ที่ยืนยันว่าพบเห็นรถกระบะคันต้องสงสัยขับออกไปจากที่เกิดเหตุ ลักษณะคล้ายกับรถกระบะที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด
   
                ทำให้นายณัฐพล หรือดำ เกื้อเดช อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/13 หมู่ 4 ต.ทุ่งยาง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกจากพยานหลักฐานที่แน่นหนา ชุดสืบสวนจึงขออนุมัติต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอหมายจับกุมตัวมาดำเนินคดีทันที
   
                ต่อมาวันที่  18 มิถุนายน ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เดินทางไปยัง จ.ตรัง เข้าสืบสวนจนรู้ว่านายณัฐพล อยู่ที่บ้านแต่ด้วยเวลาที่มืดค่ำแล้วจึงไม่อำนวยในการเข้าจับกุม ตำรวจต้องเกาะติดจนรุ่งเช้าของวันที่ 19 มิถุนายน ชุดสืบสวนจึงเข้าจับกุมตัวนายณัฐพล ซึ่งเขาก็ไม่สะทกสะท้านและให้การปฏิเสธไม่รู้เห็นกับการตายของทั้งสองศพ แม้ว่าตอนแรกนายณัฐพล ซึ่งถูกคุมตัวมาสอบสวนอย่างเคร่งเครียดได้ให้การปฏิเสธมาตลอด จนกระทั่งช่วงเย็นของวันเดียวกันจึงยอมปริปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ
     
                “ผู้ตายทั้งสองรายหักหลังพวกผม หักหลังเบี้ยวเงินรายได้จากการค้ายาเสพติด และยังเบี้ยวไม่ยอมทำงานหลังจากที่พวกผมจ่ายเงินค่าจ้างให้เข้าไปโยนโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อราว 3-4 เดือนที่ผ่านมาทั้งที่รับเงินไปแล้วหลายหมื่นบาท ส่วนคนที่ยิงนั้นเป็นอีก 2 คนที่ยังหลบหนี ผมมีหน้าที่แค่ขับรถเท่านั้น” นายณัฐพลกล่าว
   
                โดยวันที่เกิดเหตุ นายณัฐพลและเพื่อนร่วมแก๊งอีก 2 คน รวม 3 คน ได้ขับรถกระบะไปรับนายรณชัยกับนายณัฐพล จากห้องพักริมถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แล้วพาไปจ่อยิงหัวและลำตัวด้วยอาวุธปืน 2 กระบอก คือ .38 และ 11 มม. จนเหยื่อทั้งสองสิ้นใจทันที แล้วทิ้งศพไว้ริมถนนก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป นอกจากนี้ นายณัฐพลยังอยู่ระหว่างต้องคดีฆ่าผู้อื่นและอาวุธปืนที่ สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง แต่มาก่อเหตุอุ้มฆ่า 2 ศพที่ จ.นครศรีธรรมราชอีกคดี
   
                "ตำรวจได้แกะรอยจากวงจรปิดที่แมนชั่นจุดที่อุ้มตัวผู้ตายทั้งสองไป และแกะรอยจากโทรศัพท์มือถือจนทราบตัวคนร้ายหมดทั้ง 3 คนแล้ว จึงได้จับกุมนายณัฐพล หรือดำ มาได้คนแรก ส่วนอีก 2 คน จะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว" พล.ต.ต.รณพงศ์กล่าว

......

 (หมายเหตุ : เบี้ยว..ค่าโยนมือถือชนวนอุ้มฆ่า2ศพ  : ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ  ทิวัตถ์สิริกุล)