ข่าว

รมช.จีนแนะอาเซียนอย่าเป็นแค่'ไทยมุง'

รมช.จีนแนะอาเซียนอย่าเป็นแค่'ไทยมุง'

25 มิ.ย. 2555

รมช.ต่างประเทศจีน ประกาศขอให้ “อาเซียน” อย่าเป็นแค่ “คนดู” หรือยอมให้ชาติใหญ่ๆ ใช้เป็น “เครื่องมือ” หรือสร้างความแตกแยก หาไม่แล้วจะหมดพลังของภูมิภาค ยืนยันพร้อมรับ “บทบาทสร้างสรรค์” ของมะกัน พร้อมเรียกร้องให

              นางฟู่หยิง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของจีน ให้สัมภาษณ์พิเศษ นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศว่าไม่มีนโยบายสกัดกั้นประเทศจีน ว่า “เราก็ต้องเชื่อตามที่สหรัฐประกาศอย่างเป็นทางการ” 
   
               รมช.ต่างประเทศของจีน บอกด้วยว่า จีนไม่มีปัญหาที่สหรัฐจะมีบทบาททางสร้างสรรค์มากขึ้นในภูมิภาคนี้ “ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของความพยายามของจีนในการสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งความร่วมมือและสันติภาพภายนอก คือการรักษาภาพรวมของความร่วมมือกับสหรัฐ”
   
               อย่างไรก็ตาม เธอบอกว่า สื่อมวลชนและนักวิชาการในจีน ได้ตั้งข้อสังเกตแสดงความเป็นห่วงที่สหรัฐได้เน้น “วาระด้านความมั่นคง” มากในภูมิภาคนี้ “ดิฉันก็สังเกตเห็นความห่วงกังวลทำนองนี้ในประเทศเอเชียอื่นๆ เหมือนกัน บางคนก็เป็นกังวลถึงความเป็นไปได้ที่สงครามเย็นจะหวนกลับมา...” รมช.ฟู่หยิง กล่าวพร้อมยืนยันว่า ความสัมพันธ์ของจีนกับอาเซียนดำเนินไปด้วยดีมาตลอดและจะดีต่อเนื่องไป
   
               นางฟู่หยิง กล่าวด้วยว่า อาเซียนสามารถจะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของ “การปรับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่ๆ ในเอเชียตะวันออก” และจีนยืนยันจะสนับสนุนนโยบาย “การยึดแนวสายกลาง” ของอาเซียนต่อไปอย่างแข็งขัน และตั้งแต่จีนกับอาเซียนมีการแลกเปลี่ยนความเห็นแบบหุ้นส่วนกันมาในทศวรรษที่ 1990 ทั้งสองฝ่ายก็ได้ผลดีด้านพัฒนาอย่างคึกคัก เราก็เผชิญกับสิ่งท้าทายร่วมกันบ้าง แต่สิ่งท้าทายเหล่านั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ของเรา ตรงกันข้ามกลับเสริมสร้างความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ด้วยซ้ำไป
   
               ส่วนประเด็นความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้านหลายชาตินั้น นางฟู่หยิง ระบุว่า ปักกิ่งยืนยันจะแก้ปัญหาด้วยการเจรจากันแบบสันติวิธี ดังนั้นทั้งจีนและอาเซียนจึงควรจะใช้ความอดกลั้นและขันติในการพยายามแก้ปัญหา ยืนยันว่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จีนได้สิทธิเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้กลับคืนมาภายใต้ Cairo Declaration กับ Potsdam Proclamation แต่สมัยที่เติ้ง เสี่ยวผิงเป็นผู้นำจีนก็ได้ประกาศให้เก็บเรื่องสิทธิเหนือดินแดนเอาไว้ในลิ้นชัก และพยายามหาทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
   
               "ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีปัญหาความขัดแย้งอะไรในทะเลจีนใต้ มาระยะหลังเท่านั้นที่บางประเทศพยายามจะยัดเยียดแนวทางของตนให้แก่ประเทศจีน ทำให้จีนไม่มีทางเลือก ต้องมีปฏิกิริยาตอบโต้ แต่จีนยังมุ่งมั่นที่จะหาทางออกในปัญหานี้อย่างสันติ และกำลังเจรจากับประเทศอาเซียนในอันที่จะบรรลุข้อตกลงให้มี “หลักปฏิบัติร่วม” ระหว่างกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายกลายเป็นความรุนแรงต่อไป" รมช.ต่างประเทศของจีน กล่าวและว่า สำหรับประเทศจีนแล้ว มากกว่าร้อยละ 80 ของการค้าของเรา ต้องผ่านช่องทะเลในทะเลจีนใต้ ดังนั้นความปลอดภัยของเส้นทางการเดินเรือจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อเรา เราจะทำทุกอย่างในอันที่ทำให้ภูมิภาคแถบนี้ของโลกมีสันติภาพแน่นอน
   
               เธอยังกล่าวถึงความสำคัญของเอเชียว่า เอเชียกำลังเป็นที่สนใจของคนทั้งโลก เพราะเป็นทวีปที่มีพลังมากที่สุด นอกจากจะมีประชากรเท่ากับ 45% ของโลกแล้ว ก็ยังมีเศรษฐกิจรวมเท่ากับ 30% ของทั้งโลกอีกด้วย และประเทศในเอเชียทั้งหมดรวมกันแล้วก็มีส่วนสร้างอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจถึง 30% ของทั้งโลก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เอเชียกำลังเป็นที่สนใจของประเทศทั้งหลาย รวมทั้งสหรัฐอเมริกา เพราะสหรัฐเป็นประเทศที่มีวิสัยทัศน์ด้านยุทธศาสตร์ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องการมีส่วนพัวพันกับภูมิภาคนี้มากขึ้น
   
               รมช.ฟู่หยิงมาเยือนไทยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เข้าพบนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงต่างประเทศของไทย เพื่อหารือที่ประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับจีน ตั้งแต่พ้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปเป็นเวลาสามปี
   
               “ความสัมพันธ์ไทยจีนเป็นไปอย่างดีเยี่ยมและใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง และเมื่อไทยเป็นผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับจีนด้วย ก็จะยิ่งมีความสัมพันธ์กันสนิทแน่นยิ่งขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยต่อปีทุกวันนี้มีมากถึง 1.7 ล้านคน และเมื่อเร็วๆ นี้ดิฉันไปเมืองเล็กๆ ในต่างจังหวัดของจีน พบว่าคนที่นั่นรู้จักทุเรียนไทยกันอย่างกว้างขวางทีเดียว” นางฟู่หยิงกล่าว
   
               ทั้งนี้ นางฟู่หยิงไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการที่สหรัฐขอใช้ฐานทัพอู่ตะเภาของไทย เพื่อการสำรวจทางชั้นเมฆและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยบอกว่า เธอยังต้องศึกษารายละเอียดของเรื่องนี้ก่อนที่จะสามารถให้ความเห็นได้