
ดูกรีซเป็นตัวอย่างอย่าได้คิดเอาอู่ตะเภาเข้าครม.
ดูกรีซเป็นตัวอย่างอย่าได้คิดเอาอู่ตะเภาเข้าครม. : หน้าต่างอาเซียน โดยทนง ขันทอง @thanongK
เดชะบุญที่ในวันศุกร์ที่ผ่านมาทีมฟุตบอลกรีซได้พ่ายแพ้ต่อทีมเยอรมนีอย่างหมดรูปไป 4-2 สร้างความสะใจให้แก่นางแองเจลา เมอร์เคิล ผู้นำเยอรมนีที่ไปร่วมเชียร์ด้วย เพราะเธอก็เป็นแฟนฟุตบอลตัวยง คิดดูก็แล้วกันว่า ถ้าทีมฟุตบอลกรีซเกิดพลิกล็อกชนะเยอรมนีขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น คงจะไม่จืดเลย เพราะเมอร์เคิล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเยอรมันต้องรู้สึกหมั่นไส้กรีซอย่างเข้าไส้ มาตรการทางการเงินที่จะช่วยเหลือกรีซซึ่งกำลังประสบกับวิกฤติการเงินอย่างรุนแรงเข้าขั้นล้มละลายอาจจะต้องชะงักลง เยอรมันเป็นพี่เบิ้มในสหภาพยุโรป กระเป๋าหนักสุดสามารถชี้เป็นชี้ตายของอนาคตเงินยูโรที่กำลังแกว่งไปมาอย่างน่าหวาดเสียวได้ ที่ผ่านมาประชาชนชาวเยอรมันได้แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลนางเมอร์เคิลเอาเงินภาษีไปอุ้มกรีซและประเทศยุโรปอื่นที่ประสบวิกฤติการเงินเพราะประเทศเหล่านี้ตรวจสอบกันจริงๆ ปรากฏว่าใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย ในขณะเดียวกันประชาชนกรีซก็ไม่ได้ชอบคนเยอรมันนักเพราะว่าแสดงอำนาจบาตรใหญ่กดขี่ประเทศเล็ก
แต่ความตึงเครียดอาจจะคลี่คลายได้ระดับหนึ่งหลังจากที่ทีมฟุตบอลเยอรมนีชนะกรีซ แต่เงินยูโรจะลากไปได้อีกนานแค่ไหนภายในสามเดือนถ้าไม่มีการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพเงินยูโรอาจจะล่มสลายได้ เพราะว่าเยอรมันคงจะแบกปัญหาประเทศเดียวไม่ได้ ปัญหาหลักของยุโรปคือระบบแบงก์ที่ล้มละลายแล้วและหนี้สาธารณะที่ไม่มีวันจ่ายคืนได้หมดระบบแบงก์ของยุโรปมีขนาดใหญ่ประมาณ 46 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐตามประสบการณ์ของไทยเมื่อปี 1997 วิกฤติการเงินทำให้เรามีหนี้เสียประมาน 60% ของเงินปล่อยกู้ทั้งหมด คิดกันง่ายๆ ถ้าหนี้เสียของระบบแบงก์ยุโรปอยู่ที่ 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเอาเงินที่ไหนมาแก้ปัญหาที่มหึมานี้ เพราะงบดุลบัญชีของธนาคารกลางยุโรปอยู่ที่ 1-2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเอง ธนาคารกลางของสหรัฐก็มีงบดุลขนาดนี้ ไม่พอที่จะแก้ปัญหา ถ้าต้องปรับโครงสร้างหนี้ ราคาทรัพย์สินจะเสื่อมถอย เศรษฐกิจจะถดถอยอย่างรุนแรง การว่างงานจะพุ่งต่อเนื่อง ท้ายที่สุดจะมีคนออกมาเดินขบวนเพื่อล้มรัฐบาล เพราะลำบากไม่มีเงินจ่ายหนี้ หรือซื้ออาหารกิน ถ้าทางการยุโรปเลือกที่จะพิมพ์เงินแก้ปัญหาความเชื่อถือในค่าเงินยูโรจะหมดไป เงินจะเฟ้ออย่างรุนแรงเป็นร้อยเป็นพันเปอร์เซ็นต์ ที่น่าตลกก็คือสหรัฐไม่มีทีท่าจะช่วยกรีซหรือประเทศยุโรปอื่นๆ ที่กำลังย่ำแย่อยู่ เพราะถ้าไม่ทำอะไร เยอรมันคงต้องตีชิ่งหนีออกจากยูโรโดยจะกลับไปพิมพ์เงินมาร์คของตัวเอง รัสเซียและจีนจะค่อยๆ เข้าไปตีกินผ่านระบบการเงินใหม่ที่ไม่พึ่งพาดอลลาร์หรือระบบการเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ โดยจะดึงเอาประเทศยุโรปที่อ่อนแอเข้ามาเป็นพวก ขณะนี้เยอรมนี รัสเซียและจีนได้จับมือประสานกันอย่างเงียบๆ แล้ว รอวันที่จะเป็นผู้นำโลกหลังการเสื่อมถอยของสหรัฐและอังกฤษ (ผู้นำโลกในปัจจุบัน)
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สหรัฐก้าวขึ้นมาผงาดเป็นผู้นำโลก ประธานาธิบดีทรูแมน ได้ริเริ่มเปลี่ยนนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐ เป็นรูปแบบจักรวรรดินิยม คือแทนที่จะมุ่งนโยบายปลีกตัววิเวก สหรัฐจะเข้าไปจัดระเบียบโลกใหม่ผ่านสงครามที่ไม่มีวันจบ (Perpetual war) เพื่อการแบ่งแยกและครอบครอง ทรูแมนใช้ประเทศกรีซ (เซอร์ไพรส์!!!) เป็นข้ออ้างที่จะใช้นโยบายทางการต่างประเทศ และทางทหารในเชิงรุก โดยเขียนเสือให้วัวกลัวว่าจะต้องปิดล้อมโซเวียตรัสเซียไม่ให้แผ่ขยายอำนาจเหนือยุโรป ทั้งๆ ที่โซเวียตรัสเซียตอนนั้นบอบช้ำจากสงครามโลกมาก ประชาชนตายไป 20 กว่าล้านคน ไม่มีศักยภาพที่จะมาต่อกรกับสหรัฐ แต่ทรูแมนอ้างว่ากรีซมีปัญหาภายใน ทั้งเผด็จการเอย ทั้งคอมมิวนิสต์เอยกำลังแย่งอำนาจกัน ถ้าสหรัฐไม่เข้าไปเกี่ยวพันกรีซจะตกเป็นของโซเวียตรัสเซีย
นโยบายของทรูแมนนำไปสู่การก่อตั้งซีไอเอ สภาความมั่นคงหน่วยงานความมั่นคงอื่น รวมทั้งอุตสาหกรรมทางทหาร ความเป็นจักรวรรดินิยมของสหรัฐ เริ่มต้นที่จุดนั้นและสงครามเย็นระหว่างโลกเสรี และโลกคอมมิวนิสต์เป็นผลที่ตามมา
มาตอนนี้กรีซต้องการความช่วยเหลือมาก แต่หสรัฐอเมริกาอยู่เฉยๆ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ในขณะเดียวกันสหรัฐกลับอยากจะมาช่วยไทยอย่างมาก เรื่องการสำรวจอากาศผ่านนาซา และการตั้งศูนย์ภัยพิบัติที่อู่ตะเภาบ้านเรา นี่มันอะไรกัน ปี 1997 เราเจอวิกฤติการเงิน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ของหสรัฐ เป็นตัวหลักที่โจมตีค่าเงินบาทเสร็จแล้วเราเจ๊ง สหรัฐก็ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินดอลลาร์เดียวก็ไม่ให้ กดดันไทยให้เข้าโปรแกมกองทุนการเงินระหว่างประเทศอย่างเดียว เพื่อที่จะให้เราเปิดเสรีการเงินเสรีทุกอย่างเพื่อสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาครอบงำเศรษฐกิจไทยอย่างเบ็ดเสร็จ ตอนนี้เราแทบไม่เหลืออะไรเป็นของตัวเองแล้ว มาวันนี้สหรัฐกลับสนใจเรื่องการศึกษาภูมิอากาศแถบบ้านเราเป็นพิเศษ ทั้งๆ ที่ภูมิภาคนี้ไม่ได้มีความเสี่ยงทางภัยพิบัติอะไรจากภาวะอากาศบนท้องฟ้า
ประการที่สอง ศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรมากมาย มีก็ได้ไม่มีก็ได้ เอาเข้าจริงๆ เวลามีปัญหาไม่ค่อยมีใครอยากจะควักกระเป๋า จึงสรุปได้ว่าเรื่องนาซา อู่ตะเภามีประเด็นเดียวคือความพยายามของสหรัฐที่จะปิดล้อมจีน ถ้าเราอ่านและเข้าใจประวัติศาสตร์จะเห็นว่าสหรัฐกำลังเล็งไปเพื่อการเผชิญหน้ากับจีน ประเทศไทยแค่เป็นหมาก เป็นฐานบำรุงกำลัง เป็นฐานดาวเทียมจารกรรม เป็นทางผ่าน
เราจะเป็นจะตายต่อไปเขาไม่สน ถ้ารัฐบาลปูยังคงดึงดันเอาเรื่องอู่ตะเภาเข้า ครม.วันพรุ่งนี้บอกได้คำเดียว นอกจากจะโง่แล้ว ยังจะนำความฉิบหายมาให้ประเทศในภายหลัง



