
สังคมวัตถุนิยม
สังคมวัตถุนิยม : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
คืนวันพุธก่อนในรายการ “การเดินทางของความคิด” ทางเอฟเอ็ม 96.5 อสมท เวลา 21.00-22.00 น. คุณสรรเสริญ ปัญญาธิวงศ์ สนทนากับผมถึงเรื่องคนไทยกับหวย แล้วลองสรุปเล่นๆ ว่า การที่คนไทยคลั่งหวยก็เพราะความยากจน และเห็นว่าหวยหรือเลขท้ายลอตเตอรี่เป็นการรวยทางลัด ไม่ต้องลงแรงแต่ได้เงินง่าย คุณสรรเสริญตั้งปุจฉาว่า ถ้าคนไทยมีฐานะดีกว่านี้ จะเล่นหวยกันอยู่อีกหรือเปล่า?
ผมก็เลยทำตัวเป็นอิคคิวซัง วิสัชนาว่า คนที่เล่นหวยมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกเล่นเพราะความไม่มีปัญญาหาเงินจากทางอื่น ซึ่งประเภทนี้ ถ้ามีทางทำมาหากินหรือมีฐานะดีขึ้น ก็อาจจะห่างจากหวยไปได้ อีกประเภทเป็นพวกติดการพนัน พวกนี้ยิ่งมีเงินมากก็ยิ่งเล่นการพนันมากตามไปด้วยและคงยากที่จะเลิกราได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญซึ่งท้าทายผู้คนในทุกวันนี้ก็คือความลุ่มหลงในวัตถุนิยม ซึ่งสอดคล้องกับนิสัยของคนไทยทั่วไปที่ชอบสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่ทันสมัย และสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกโก้หรู มากกว่าจะคำนึงถึงประโยชน์หรือการสมค่าของการใช้สอย กับการนิยมใช้เงินในอนาคต หรือการสร้างหนี้ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลทางการลงทุน จึงทำให้สินค้าประเภทดังกล่าวขายดิบขายดีในประเทศไทย ผู้ที่ยังไม่มีใช้ก็ต้องดิ้นรนขวนขวาย เพื่อจะได้ไม่น้อยหน้าเพื่อนฝูง และนำไปสู่การเสี่ยงโชคหรือเล่นการพนันในที่สุด หรือถ้าผู้ใดมีช่องทางอื่นที่จะให้ได้เงินทองและวัตถุที่ตนนิยม ก็ย่อมจะใช่องทางนั้น โดยไม่คำนึงว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะในสังคมวัตถุนิยมจะนับถือคนที่มีวัตถุมากกว่า แพงกว่า ดีกว่า โดยไม่ได้มองให้ลึกซึ้งว่าวัตถุเหล่านั้นได้มาด้วยวิธีใด และนั่นคือสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะคนจะไม่ให้ความสำคัญกับคุณธรรม ศีลธรรม หรือจริยธรรม อีกต่อไป
เคยมีผู้ตั้งขอสงสัยว่า ในสมัยก่อนมีการโกงกินหรือทุจริตคอรัปชั่นเหมือนสมัยนี้หรือไม่? ผมเชื่อว่ามีครับ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นกิเลสที่อยู่ในตัวคนมาทุกยุคทุกสมัย แต่ผมก็เชื่อว่าคงจะมีไม่มาก ทั้งจำนวนของผู้กระทำผิด และจำนวนของผลประโยชน์ที่ได้รับ ทั้งนี้ ก็เพราะกฎหมายบ้านเมืองที่รุนแรงและเด็ดขาด สภาพของสังคมที่ไม่ใหญ่โตและซับซ้อนทำให้คนในสังคมแทบจะรู้จักกันหมด และที่สำคัญก็คือจิตสำนึกของคนซึ่งถูกหล่อหลอมด้วยคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรม ทำให้เกิดความละอายต่อการทำสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร
คนในสมัยก่อนมีความรักในเกียรติยศและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่กล้ากระทำผิดบาปเพราะเกรงว่าเมื่อตายไปจะสู้หน้าบรรพบุรุษไม่ได้ และลูกหลานก็จะได้รับการรังเกียจเดียดฉันท์ คนสมัยก่อน เขาไม่ได้สนใจหรอกครับว่าคุณจะร่ำรวยขนาดไหน แต่เขาสนใจว่าคุณร่ำรวยมาได้อย่างไร ต่างกับคนสมัยนี้ที่ดูกันแค่วัตถุ โดยไม่สนใจที่มาที่ไปของวัตถุเงินทอง หรือความเป็นมาของผู้ครอบครองวัตถุนั้น
เริ่มต้นด้วยเรื่องหวย แล้วก็โยงมาถึงเรื่องคอรัปชั่นได้เหมือนกันครับ
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแนะนำหนังสือดีสัก 2-3 เล่ม เล่มแรกคือ "ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินสองซีกโลก” ผลงานบันทึกชีวิตและงานของศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ซึ่งได้รับการยกย่องจากวงการศิลปะสากล โดย ไมตรี ลิมปิชาติ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา (สนพ.วสี ครีเอชั่น/ราคา 500 บาท) อีกสองเล่ม คือ “นักเศรษฐศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 20” และ “คิดอย่างยักเศรษฐศาสตร์” ของ ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร (สนพ.แสงดาว/เล่มแรก ราคา 170 บาท เล่มหลัง ราคา 120 บาท)
อยากให้คนไทยอ่านหนังสือกันเยอะๆ จังเลยครับ



