
สภาเห็นชอบพ.ร.ก.กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
สภา เห็นชอบ พ.ร.ก.กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อไทย เย้ย ควรยอมรับรัฐบาลถังแตก จับตาประกาศขึ้นภาษีเหล้าเบียร์ พ่อค้าได้ประโยชน์ รมว.คลัง ระบุ เสียดายแผนไทยเข้มแข็งต้องล่าช้า หลัง ฝ่ายค้านยื่นศาลรธน.วินิจฉัย
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงบ่าย มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม ยังได้ให้ความเห็นชอบพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตพ.ศ. 2527 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2552 ให้แก้ไขอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ด้วยคะแนนเสียง 245 ต่อ 34 งดออกเสียง 7 ไม่ลงคะแนนเสียง 12 หลังจากที่ประชุมใช้เวลาอภิปรายมานานกว่า 6 ชั่วโมง
ทั้งนี้ นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.ฉบับนี้อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 186 วรรค 2 ที่ระบุว่า ถ้าพ.ร.ก.ที่ได้ตราขึ้นจะต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายในสามวัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งในกรณีนี้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น ถ้าจะเข้าสภาฯจะต้องเสนอเรื่องมาตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.จึงอยากถามว่ารัฐบาลมีเกณฑ์ในเรื่องการนับวันอย่างไรโดยมีการนับเฉพาะวันทำการหรือนับรวมวันหยุดด้วย ทั้งนี้การขึ้นภาษีดังกล่าวเป็นการสร้างภาระให้กับภาคการผลิตอย่างภาคการเกษตร เพราะต้องมีการเพิ่มต้นทุนในส่วนของราคาน้ำมัน จากเดิมที่ตอนนี้มีปัญหาในเรื่องการจำหน่ายผลผลิตอยู่แล้ว จึงคิดว่าการจัดเก็บภาษีในส่วนนี้จะเป็นการซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีก
นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประกาศขึ้นภาษีและการออกกฎหมายเพื่อกู้เงินของรัฐบาลจำนวนมากในเวลาเดียวกันขณะนี้ มีผลในเชิงสร้างความวิตกให้กับประชาชนเป็นอย่างมากเพราะประชาชนจะไม่มีความมั่นใจในเรื่องสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาลเองมีแต่นโยบายในเรื่องการใช้เงินเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการบอกว่าประเทศไทยจะมีรายได้อะไรบ้างนอกเหนือไปจากการขึ้นภาษีกับประชาชน ขอให้ยอมรับกับประชาชนตรงไปตรงมาเลยว่ารัฐบาลถังแตกจะได้ช่วยกันหาวิธีแก้ไข ขณะนี้ทราบมาว่ารัฐบาลก็กำลังเตรียมประกาศล่วงหน้าเกี่ยวกับการขึ้นภาษีเหล้าเบียร์ ซึ่งถ้ามีการทำจริงจะทำให้ผู้ผลิตได้ประโยชน์จากส่วนนี้ เพราะตามความเป็นจริงการผลิตเหล้าในประเทศไทยจะเป็นการผลิตล่วงหน้า 10 ปีและมีการเก็บภาษีไปแล้ว ดังนั้น หากมีการจัดเก็บภาษีในอัตราใหม่ก็เท่ากับว่าพ่อค้าจะได้ประโยชน์จากการเอาเหล้าเก่ามาขายในราคาใหม่ ซึ่งเป็นการไม่ยุติธรรม
ด้าน นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า จุดประสงค์หลักของการออก พ.ร.ก.เรื่องเน้นให้ประชาชนประหยัดในการใช้น้ำมัน ส่วนเรื่องการเก็บภาษีสุรานั้นไม่ได้เก็บภาษีจากสต๊อก แต่จะเก็บภาษีเมื่อขายออก
ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงว่า หากไม่จำเป็นไม่มีรัฐบาลไหนอยากเก็บภาษีกับประชาชน แต่ขณะนี้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินภาษีช่วยพี่น้องประชาชน ส่วนคำถามว่าทำไมไม่หาเงินส่วนอื่นมาช่วยเหลือประชาชนนั้น ขอย้ำว่าเป็นเพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนทั้งการรักษาฟรี เรียนฟรี การเข้าถึงแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ส่วนตัวรู้สึกผิดหวังที่วันนี้ไม่สามารถพิจารณา พ.ร.ก.ทั้งที่รัฐบาลมองว่ามีความเร่งด่วนจริงที่ต้องใช้เม็ดเงินประมาณ 2 แสนล้านบาทในการชดเชยการขาดดุลงบประมาณและต้องใช้เงินอีก 2 แสนล้านบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เข้าใจดีว่าเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่จะยื่นตีความ แต่ก็ต้องรับผิดชอบกับที่โครงการไทยเข้มแข้งต้องล่าช้าออกไป ทั้งนี้หวังว่าจะใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนพ.ร.บ.ขอกู้เงินอีก 4 แสนล้านบาทนั้น ยืนยันว่าจะไม่มีการถอนออกจากการพิจารณาของสภาฯแน่ แต่วิปรัฐบาลได้พิจารณาแล้วว่าควรจะพิจารณาพร้อมกับพระราชกำหนดเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อเท็จจริงในกฎหมายสองฉบับที่เกี่ยวข้องกัน ขอย้ำว่าการขึ้นภาษีบุหรี่และภาษีน้ำมันเป็นทางเลือกที่สร้างความเจ็บปวดให้กับประชาชนน้อยที่สุด
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลัง ชี้แจงว่า การขึ้นภาษีครั้งนี้ได้ใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปแทรกแซงทำให้ประชาชนผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินเพิ่มแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางรัฐบาลจะไม่ใช้กองทุนนี้ในการเข้าไปตรึงราคาน้ำมันจนเกิดปัญหาเหมือนในปี 2547 และ 2548 ที่ทำให้เป็นหนี้ถึง 9.2 หมื่นล้านบาท แต่จะดูแลให้ราคาน้ำมันมีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับตลาดโลกแทน



