
'ชวน-มาร์ค'ทอล์คกรีด'ระบอบทักษิณ'
"ชวน-มาร์ค" ทอล์คโชว์กรีด “ระบอบทักษิณ” ทำการเมืองเป็นธุรกิจ "อภิสิทธิ์" อัด "ทักษิณ"เอาประเทศไทยเป็นตัวประกัน บรรยากาศคึกคักแม่ยกปชป.เต็มเอ็มเธียเตอร์
เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 24 มิ.ย. 2555 ที่โรงละครเอ็มเธียเตอร์ ถ.เพชรบุรี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย ชาแนล ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ จัดงานทอล์คโชว์การกุศล “2575 เจาะเวลาสู่อนาคต” ขึ้นไทม์แมชชีนสำรวจอดีตการเมืองไทย 2475 สู่อนาคต 2575 โดยการเป็นการทอล์คโชว์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้งานการกุศลดังกล่าวมีจำหน่ายบัตรที่นั่งในราคาที่นั่งละ 1 พันบาท และบรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่บัตรเข้าชมจำนวน 800 ที่นั่งได้ขายจนหมด
ทั้งนี้ผู้เข้าฟังส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของพรรคประชาธิปัตย์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกายชาแนล ส่วนรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะบริจาคให้สภากาชาดไทยสำหรับการทอล์คโชว์บนเวทีนั้น นายชวน ซึ่งพูดเป็นคนแรกได้กล่าวถึงภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ที่เดิมที่พระมหากษัตริย์จะมีดำริมอบอำนาจให้กับประชาชนอยู่แล้วก่อนเกิดคณะราษฎรขึ้น ทำให้การเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทยไม่สูญเสียมาก
อย่างไรก็ตามประชาธิปไตย 80 ปี มีอุปสรรคเบื้องต้นคือทหารยึดอำนาจทั้งที่ทำสำเร็จและไม่สำเร็จ ต่อจากนั้นการเมืองไทยได้เข้าสู่ยุคธุรกิจการเมืองขั้น กล่าวคือเกิด "ระบอบทักษิณ” ที่แทรกแซงองค์กรทั้งหมาย มีการซื้อพรรคการเมืองให้มากจนทำอะไรไม่ได้ ก็ไม่เหมาะสม และสิ่งที่ผิดคือการซื้อวุฒิสมาชิก ทั้งนี้การเมืองยุคนี้มีการข่มขู่คุกคามศาล โดยนักการเมืองซึ่งเป็นสิ่งที่เลวร้ายตลอด 80 ปีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นสาเหตุให้เกิดความวุ่นวายและทำให้บ้านเมืองเป็นปัญหา และในอนาคตหากไม่แก้ปัญหานี้ ประชาธิปไตยก็จะเดินไปอย่างไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม
นายชวน กล่าวด้วยว่า คนบางกลุ่มมองประชาธิปไตยเป็นธุรกิจการเมือง มองแต่ผลกำไร ทำทุกวิธีทางให้อีกฝ่ายต้องตายให้ได้ แทรกแซงทุกองค์กรไม่เว้นแม้แต่สื่อ เห็นได้จากการพยายามแทรกแซงการลงโฆษณาของสื่อที่เห็นตรงกันข้ามกับรัฐบาล อาทิ หนังสือพิมพ์แนวหน้า สื่อเครือเนชั่น ไม่เว้นกระทั่งมารดาของตนเองที่โดนตรวจสอบทางการเงิน ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับการตัดสินใจใช้นโยบายผิดในปัญหาภาคใต้ที่แม้จะยอมรับกับหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ในเวลาต่อมาแต่ก็เป็นการยอมรับหลังจากมีผู้เสียชีวิตไปแล้วนับพันราย
นายชวน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในทางการเมืองจะมีองค์กรกลางเพื่อพิจารณาให้ความเป็นธรรม คือศาลรัฐธรรมนูญแต่ในขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญกลับถูกโจมตีจากฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ นั่นเพราะมีการตัดสินไม่ถูกใจกับพวกตนจึงพยายามให้ร้ายและคุกคามศาล
"อภิสิทธิ์" อัด"ทักษิณ"เอาประเทศไทยเป็นตัวประกัน
นายอภิสิทธิ์ ทอล์คโชว์หัวข้อ “2575 เจาะเวลาสู่อนาคต" ขึ้นไทม์แมชชีนสำรวจอดีตการเมืองไทย 2475 สู่อนาคต 2575 โดยระบุว่า ตนมองอนาคตของไทยต่อจากนี้โดยแบ่งว่าประเทศไทยตอนนี้มีทางเลือกอยู่มากมาย ตนขอพูดทางเลือก 3 อย่าง คือหนึ่งเป็นทางเลือกที่นำไปสู่ความขัดแย้งลุกลามบานปลาย จนเกิดสงครามกลางเมือง ทางนี้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เห็นไม่ตรงกัน สื่อไม่นำเสนอความจริง หรือนายกรัฐมนตรีไม่ใช้กระบวนการทางรัฐสภา ทางเลือกนี้ทำให้ประชาชนที่ต้องออกมาต่อสู้บนท้องถนน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ทางที่สอง เป็นทางสุ่มเสี่ยงของประเทศต่อการใช้นโยบายประชานิยม และนำไปสู่การล่มสลายของระบอบเศรษฐกิจ ตนยืนยันว่านโยบายประชาชนิยมบางอย่างไม่น่ารังเกียจ เช่นเรื่องการทำระบบประกันสุขภาพหรือการให้เงินกองทุนกับชุมชน หามีการให้การศึกษา และมีมาตรการที่รัดกุมเพียงพอก็เป็นนโยบายที่ดี หากเป็นนโยบายประชานิยมที่สนองคนเฉพาะกลุ่มก็จะนำไปสู่ทางที่ไม่ดีแน่นอน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่ ทางที่สามเป็นการก้ามข้ามวิกฤตสู่ฟ้าวันใหม่ทางประชาธิปไตยไทย ทางเลือกนั้นเกิดขึ้นได้เมื่อคนไทยสลายขั้วและมุ่งไปสู่ประโยชน์ของประเทศโดยส่วนรวม รัฐบาลต้องบริหารเพื่อส่วนรวมไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่ง
นายอภิสิทธิ์ ระบุด้วยว่า นายโคฟี อันนัน เคยเดินทางมาไทยและบอกว่าปัญหาของไทย ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย เพียงแต่ติดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะเอาประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้งหรือมุ่งที่ประโยชน์ส่วนรวม สิ่งที่ทำอยู่เหมือนเอาประเทศเป็นตัวประกันเหมือนกับว่าให้ยอมเถอะแล้วจะไม่เกิดความวุ่นวายและเมื่อเรายอมผลร้ายแรงจะไม่อยู่แค่นั้น เมื่อยอมแล้วหนึ่งครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดแค่ทักษิณ แต่หมายถึงระบบที่เคยมีมาต้องเสียไป
นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ที่คำพูดของนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่พยายามออกมาปกป้องระบบรัฐสภา จากการให้ความเห็นกดดันว่าศาลควรถอนคำสั่งระงับการพิจารณา ซึ่งเช่นนี้ก็เหมือนนักเลงอาชีวะคือคิดแต่มุมของตนแต่ไม่รับฟังหน้าที่ฝ่ายอื่น มองฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตนคือฝ่ายตรงข้ามไปเสียหมด ต้องแยกให้ออกว่าอะไรเป็นหน้าที่ของสภาหรือตุลาการ ตอนนี้ ปชป. พยายามทำหน้าที่คัดค้านเพื่อประโยชน์อย่างเต็มที่ หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมก็ขอโทษด้วย ซึ่งแตกต่างกับพรรคเพื่อไทย ที่เผาบ้านเผาเมือง แต่ไม่ยอมขอโทษและขอให้นิรโทษแทน ซึ่งวิธีการเช่นนี้ เป็นการทำลายตำรากฎหมายของบ้านเมือง



