
สมอ.ยกเครื่องมาตรฐานสินค้าคุมเข้มรง.
สมอ.ยกเครื่องมาตรฐานสินค้า คุมเข้มโรงงาน-เพิ่มโทษผู้ผลิต-สกัดลักลอบ : สัมภาษณ์พิเศษ : โดย ... วัชร ปุษยะนาวิน
นับตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาจนตลอดการดำเนินชีวิตทั้งวัน ทุกคนล้วนจะต้องเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต หรือเพื่อความบันเทิง การอำนวยความสะดวกสบาย รวมไปถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ และอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ขึ้น ในปี พ.ศ.2511 มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดและควบคุมมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม
เพื่อปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ และความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค รวมทั้งยังทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันสินค้าที่ด้อยคุณภาพทะลักเข้ามาแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ทดแทนกำแพงทางภาษีที่นับวันจะลดหายลงไปเรื่อยๆ ตามข้อบังคับของการเปิดเขตเสรีการค้าในกรอบต่างๆ ทั่วโลก
ปรับยุทธศาสตร์คุมเข้มรง.-สกัดสินค้าห่วย
จากวัตถุประสงค์ขั้นต้นในการจัดตั้ง "สมอ." จะเห็นได้ชัดหน่วยงานแห่งนี้มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประชาชนผู้บริโภคทั้งหมด ดังนั้น ท่ามกลางสถานการณ์การค้าและการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สมอ.จึงต้องเร่งปรับตัวรับมือให้เท่าทัน "ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์" เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) คนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา กล่าวถึงแนวนโยบายในการขับเคลื่อน สมอ. กับ "คมชัดลึก" ว่า สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้ามาตรฐานต่ำตกไปถึงมือผู้บริโภค
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สมอ. ได้ให้ความสำคัญกับมาตรการเชิงรุกน้อยเกินไป เน้นเรื่องมาตรการในการตรวจจับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาดมากกว่าการป้องกันตั้งแต่ต้นทางในการผลิต โดยหลังจากนี้จะให้ความสำคัญในการตรวจจับสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน ตั้งแต่โรงงานผู้ผลิต และด่านการค้าชายแดนทั่วประเทศ รวมทั้งท่าเรือขนส่งสินค้า เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าต่ำมาตรฐานเข้ามาจำหน่ายในประเทศ และจะจับตาสินค้าจากประเทศที่มีปัญหาทางด้านมาตรฐานสินค้าเป็นพิเศษ เช่น สินค้าจากประเทศจีน โดยเฉพาะสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเหล็ก ซึ่งจะเข้มงวดในการสุ่มตรวจที่ด่านศุลกากร และท่าเรือขนส่งสินค้าต่างๆ
นอกจากนี้ จะรื้อระบบการออกมาตรฐานสินค้าชนิดใหม่ๆ ที่ในปัจจุบันต้องใช้เวลาฉบับละ 3-5 ปี ทำให้มาตรฐานใหม่ๆ ที่ออกมาไม่ทันต่อเหตุการณ์ โดยตั้งเป้าว่าจะลดระยะเวลาลงไม่ให้เกิน 1 ปี ก็สามารถประกาศใช้ได้ ซึ่งจะลดขั้นตอนของคณะกรรมการวิชาการ และแก้ไขปัญหาการอ้างอิงกับมาตรฐานสินค้าของต่างประเทศ จากนั้นจะประกาศมาตรฐานใหม่ล่วงหน้าก่อนการบังคับใช้จริงเป็นเวลา 1 ปี เพื่อให้โรงงานอุตสากรรมปรับตัวเตรียมความพร้อมให้รองรับกับมาตรฐานใหม่
ดึงระบบไอทีช่วยด้านเอกสาร
นายณัฐพล กล่าวว่า ไม่เพียงแต่การลดเวลาการออกมาตรฐานใหม่เท่านั้น แต่จะมีการเปลี่ยนกระบวนการตรวจติดตามมาตรฐานสินค้าจากโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากระบบที่ใช้ในขณะนี้ต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารต่างๆ มากเกินไป ทำให้เจ้าหน้าที่ของ สมอ. กว่า 80% ใช้เวลาหมดไปกับงานเอกสารตรวจปล่อยสินค้า ทำให้ขาดแคลนเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจจับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาด ดังนั้น จึงจะนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้มากขึ้น เพื่อลดขั้นตอนที่ใช้เอกสาร ทำให้ผู้ประกอบการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินงาน รวมทั้งยังทำให้มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจจับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาดได้มากขึ้น
อีกทั้ง จะมีการกระจายงานของ สมอ. ไปให้ผู้เชี่ยวชาญในสาขาอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นผู้ออกไปตรวจสอบและรับรองมาตรฐานแทน สมอ. ซึ่งหน่วยงานที่เข้ามารับช่วงงานเหล่านี้ จะต้องเป็นมืออาชีพในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น สถาบันยานยนต์เข้ามาช่วยตรวจสอบมาตรฐานชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันสิ่งทอ สมาคมวิชาชีพ และมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต่างๆ รวดเร็วขึ้น
จับมืออาเซียนผุดมาตรฐานสินค้า
สำหรับการเตรียมตัวรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปี 2558 นั้น สมอ. ได้เข้าไปประสานงานกับชาติสมาชิกให้ยอมรับมาตรฐานสินค้าซึ่งกันและกัน รวมทั้งจัดทำมาตรฐานสินค้าอาเซียนใน 8 สาขาอุตสาหกรรรม และวางมาตรการป้องกันไม่ให้สินค้าด้อยคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานของไทยเข้ามาทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ทั้งนี้ มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมของไทยถือได้ว่าอยู่ในแถวหน้าของอาเซียน เพราะใช้มาตรฐานเดียวกันกับมาตรฐานโลก สามารถส่งสินค้าเข้าไปตีตลาดทั้งในยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ดังนั้น จึงไม่เสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน
"ขณะนี้ประเทศไทยมีมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ออกมาแล้ว 2,840 เรื่อง แต่เป็นมาตรฐานที่บังคับใช้ 99 เรื่อง และในแต่ละปีจะออกมาตรฐานใหม่ๆ ประมาณ 180 เรื่อง โดยจะเข้าไปพิจารณาว่ามาตรฐานเรื่องใดที่ควรจะยกขึ้นมาเป็นมาตรฐานภาคบังคับ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเน้นหนักในเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะมีมาตรฐานใหม่ๆ ออกมามากขึ้น เพื่อป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำจากจีนทะลักเข้าสู่ประเทศไทย" นายณัฐพล กล่าว
นอกจากนี้ สมอ.จะลงไปให้ความเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็ก รวมทั้งปรับปรุงมาตรฐานเหล็กในบางเรื่อง เพื่อป้องกันสินค้าเหล็กชนิดใหม่ๆ ที่เพิ่มส่วนผสมบางชนิดกระดับไปสู่เหล็กคุณภาพสูง แต่ในความเป็นจริงเป็นเหล็กเกรดต่ำที่จงใจตบตาเพื่อเลี่ยงภาษี ดังนั้น สมอ. จะต้องก้าวให้ทันผู้ประกอบการเหล่านี้ ไม่ให้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายหลบเลี่ยงภาษี
"ปัญหาที่หนักใจของ สมอ. ขณะนี้ ไม่ใช่สินค้าที่ลักลอบเข้ามาขายโดยไม่มีตราสัญลักษณ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. แต่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่เคยผ่านมาตรฐานของ สมอ. มาแล้ว และมีตรารับรอง แต่ภายหลังกลับผลิตสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ทำให้ตรวจสอบได้ยาก ดังนั้น จึงต้องเข้าไปสุ่มตรวจตามโรงงานต่างๆ ให้เข้มงวดขึ้น" นายณัฐพลกล่าว
แก้ก.ม.เพิ่มโทษ-ระดมจับสินค้าลักลอบ
เลขาธิการ สมอ. คนใหม่ กล่าวถึงมาตรการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ว่า สมอ.ได้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายที่มีอยู่ให้มีโทษรุนแรงขึ้น โดยขณะนี้ได้ร่างกฎหมายเพิ่มโทษ ในส่วนของผู้จำหน่ายสินค้าไม่มีตรา มอก. จากปัจจุบันมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับ 5,000 - 50,000 บาท จะเพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับ 5,000 - 500,000 บาท ส่วนโรงงานผู้ผลิตจะเพิ่มโทษจากในปัจจุบันจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะแก้ไขกฎหมายให้รัฐสามารถอายัดสินค้าที่ผ่านการทำลายให้สิ้นสภาพแล้วให้เป็นของหลวง เนื่องจากในปัจจุบันมีช่องโหว่ให้รัฐต้องคืนซากสินค้าที่ผ่านการทำลายให้กับเจ้าของ ทำให้มีการนำไปปรับปรุงเพื่อขายต่อได้ โดยเฉพาะสินค้าเหล็ก เป็นต้น ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการ คาดว่าจะส่งร่างกฎหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาได้ภายใน 2 เดือน จากนั้นจะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
ส่วนสถิติการจับกุมที่ผ่านมา ในปี 2554 จับกุมผู้ที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานจำนวน 280 ราย มูลค่าสินค้าประมาณ 280 ล้านบาท สูงกว่าในปี 2553 อยู่พอสมควร เนื่องจากในปีที่ผ่านมามีการจับกุมเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นจำนวนมาก นอกจากสินค้าเหล็กที่มีผู้กระทำผิดมากขึ้น ยังมีสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และของเด็กเล่นที่ทำผิดกฎหมายมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น
ขณะที่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ สมอ. นั้น ในปีนี้ สมอ. ได้ทำเรื่องของบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 632 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นงบที่ใช้ในการซื้อเครื่องมือในการทดสอบมาตรฐานเป็นจำนวนมาก มีมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท รวมทั้งจะใช้งบประมาณในการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า ให้สามารถเลือกใช้สินค้าที่ได้รับรองมาตรฐานจาก สมอ. ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่จะซื้อบ้านพักที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับเหมาหลอกลวง โดยนำเหล็กและอุปกรณ์ก่อสร้างคุณภาพต่ำมาสร้างบ้านหลอกขายผู้บริโภค ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
----------
(หมายเหตุ : สมอ.ยกเครื่องมาตรฐานสินค้า คุมเข้มโรงงาน-เพิ่มโทษผู้ผลิต-สกัดลักลอบ : สัมภาษณ์พิเศษ : โดย ... วัชร ปุษยะนาวิน)
----------



