
แฉขบวนการทุจริตงบน้ำท่วม300ล้าน
อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทออกโรงแฉ ขบวนการเขมือบงบลงทุนค่าเสื่อมกว่า 500 ล้าน และงบช่วยน้ำท่วมอีกกว่า 300 ล้าน ร่วมกับพ่อค้าเรียกประชุม รพ.บางแห่งในภูมิภาค เพื่อยัดรายการสั่งซื้อใส่มือผู้บริหาร
24มิ.ย.2555 จากการที่ชมรมแพทย์ชนบทยื่นเอกสารหลักฐานให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบการอนุมัติจัดซื้อเครื่องซักผ้าอัตโนมัติแบบอุโมงค์ที่ตั้งราคาสูงถึงเครื่องละ 39.3 ล้านบาท และเครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมในสภาพจริง (เครื่องตรวจ DNA) เครื่องละ 8.5 ล้านบาท โดยระบุว่าสูงกว่าราคาจัดซื้อจริงที่ 3.58 ล้านบาท รวมทั้งรายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์อื่นๆ ในเงินงบลงทุนค่าเสื่อมของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จำนวน 502.6 ล้านบาท ที่เป็นอำนาจอนุมัติของกระทรวงสาธารณสุขนั้น
นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวว่า ข่าวการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้มีหลายโรงพยาบาลและกลุ่มคนรักกระทรวงสาธารณสุข ได้ทยอยส่งเอกสารหลักฐานเปิดโปงขบวนการหาเงินทอนจากงบประมาณบริการคนไข้ดังกล่าวมายังชมรมแพทย์ชนบทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าหลังจากที่กลุ่มผลประโยชน์เอกชนและฝ่ายการเมืองได้เข้ายึดครองเสียงข้างมากในคณะกรรมการ สปสช. แล้วได้มีการส่งคนใกล้ชิดซึ่งวงการภายในเรียกกันว่า ไอ้เสือโหย ร่วมกับพ่อค้าในเครือข่ายเรียกประชุมผู้บริหาร รพ.บางแห่ง ในภูมิภาคที่โรงแรมแห่งหนึ่งพร้อมส่งรายการและราคาเครื่องมือทางการแพทย์ให้ ผู้บริหาร รพ.ทำคำขอตามแบบฟอร์มที่กำหนดไว้แล้ว เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขและเขตตรวจราชการบางเขตอนุมัติงบประมาณ โดยมีการอ้างว่าผู้มีอำนาจมากในกระทรวงเตรียมงบลงทุนค่าเสื่อมจำนวนกว่า 500 ล้านบาทและงบช่วยน้ำท่วมจำนวนมากกว่า 300 ล้านบาทไว้แล้ว
อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวอีกว่า ล่าสุด นพ.ไพจิตร วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามอนุมัติครุภัณฑ์จากงบลงทุนค่าเสื่อมแล้วจำนวน 307.7 ล้านบาทเมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จัดสรรให้รพ.ต่างๆ ทั้งที่ได้ทำคำขอเข้ามาและไม่ได้ขอโดยครุภัณฑ์ดังกล่าวมีหลายรายการที่มีปัญหาความเหมาะสมหรือ รพ.ไม่มีความจำเป็นต้องใช้และมีราคาสูงกว่าตลาดปกติมาก
นพ.อารักษ์ กล่าวด้วยว่า จากเอกสารที่ได้รับจากรพ.ต่างๆ และภายในกระทรวงสาธารณสุขยังมีการอนุมัติเครื่องมือทางการแพทย์ราคาสูงอีก หลายรายการที่มีการประสานงานกันอย่างเป็นขบวนการจากผู้ใกล้ชิดผู้มีอำนาจภาย ในกระทรวงสาธารณสุข ออกเดินสายบังคับให้รพ.ต่างๆ ทำคำขอตามแบบฟอร์มที่บริษัทเอกชนกำหนดไว้แล้วเหมือนกรณีทุจริตยาในอดีต หรือกรณีงบไทยเข้มแข็งสมัยรัฐบาลที่แล้วที่ถูกสังคมตรวจสอบอย่างหนักจนมีการ ทบทวนรายการครุภัณฑ์การแพทย์เหลือเฉพาะเท่าที่จำเป็นและลดราคาประหยัดงบ ประมาณได้หลายพันล้านบาท
“ขบวนการเขมือบงบลงทุนค่าเสื่อมกว่า 500 ล้านบาทและงบช่วยน้ำท่วมอีก 300 กว่า ล้านบาททำกันอย่างโจ่งแจ้ง รีบร้อน คล้ายกับผู้มีอำนาจมีเวลาจำกัดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายและประชาคมภายในกระทรวง สาธารสุขที่มีระบบตรวจสอบที่ไม่กลัวต่ออำนาจมืดทางการเมืองเหมือนกระทรวง อื่นๆกลัวกัน ดูตัวอย่างการอนุมัติเครื่องซักผ้าอัตโนมัติแบบอุโมงค์ที่ตั้งให้ รพ.ตรัง จำนวน 1 เครื่องราคา 39.3 ล้านบาท โดยไม่คำนึงถึงขนาดของ รพ. ความจำเป็นต้องใช้งานและภาระการบำรุงรักษาซ่อมแซมในอนาคตว่าคุ้มค่าหรือไม่ และไม่เกรงกลัวว่ากรณีลักษณ์ดังกล่าวเคยถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สอบและเปิดเผยเป็นข่าวว่ามีมูลเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ”นพ.อารักษ์กล่าว
ด้านนพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า เรื่องนี้หากปปช. หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องการให้ชี้แจงก็พร้อม เนื่องจากทุกอย่างมีข้อมูลหมด แต่ตอนนี้ยังไม่ขอพูดอะไรมาก ขอเป็นเรื่องของการชี้แจงดีกว่า



