
ล้วงตับสุดสัปดาห์ : 'ถามสารทุกข์สุกดิบ'
ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว
หลังจากที่ “บรรหาร ศิลปอาชา” แกนนำพรรค โดนเฉ่ง!! จากแดนไกล โดยหัวหน้ารัฐบาลตัวจริง ข้อหาไม่ร่วมหนุนเดินหน้ารัฐธรรมนูญ
"เสี่ยเติ้ง" ก็หันมาเฉ่ง ลูกพรรคของตัวเอง.... แบบ ปิดประตูห้องมืด คุยทีละคน!!
แต่ “ส.ส.ตุ่น จินตะเวช” 1 ใน 8 ส.ส.ที่ไม่ร่วมลงคะแนน” กระซิบบอกว่า “แค่เรียกไปถามไถ่...ไปไหนมา ไม่สบายหรือเปล่า? ทีหลังไปไหนขอให้บอกก่อน เท่านั้น จริงๆ!! และไม่มีการคาดโทษ
แบบนี้เขาเรียกว่า เรียกถามสารทุกข์ สุกดิบ ตามประสา พ่อและลูก มากกว่า พร้อมแถมถามเอาข้อมูล เพื่อเตรียมกันไว้ล่วงหน้า หากเกิดเหตุจะได้มีข้อมูลแก้ตัว รึเปล่าเคอะ? อิอิ
อีกอย่าง.. “เตี่ยบรรหาร” คงเฉ่ง “ส.ส.กลุ่ม8” อะไรไม่ได้มาก...เพราะข่าวแว่ว... ส.ส.ส่วนใหญ่ เตรียมย้ายสังกัด หาก ดุดัน ว่ากล่าวไปเยอะ...อาจส่งผลให้ โกรธ ไม่พอใจ ย้ายพรรคไปจริงๆ ใช่เปล่า? ใช่เปล่า?
“คนปิดทองหลังพระ”
ช่วงนี้ไปไหนมาไหนก็มีแต่เสียงคนบ่นว่าของแพงๆ กันทั้งนั้น ร้านไหนที่เคยขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดนิดหน่อย หวังเพียงแค่กำไรให้พออยู่ได้ในแต่ละเดือน ก็เริ่มจะฝืนกระแสไม่ไหว ต้องขึ้นราคาตามไปด้วย
วันก่อนกระจอกข่าวมีโอกาสผ่านไปแถวจ.สมุทรสาครและสมุทรสงคราม ระหว่างทางไปสะดุดเข้ากับป้ายโฆษณาขายไข่ไก่ราคาถูกกว่าท้องตลาด เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าที่ถูกน่ะมันถูกจริงๆ หรือว่าลดต้นทุนเพื่อทำให้มันราคาถูก
ไล่ตามป้ายที่ปักเรียงรายอยู่ไม่นานก็เจอร้านที่ว่าจนได้ ที่หน้าร้านรถจอดต่อคิวซื้อไข่ไก่กันยาวเหยียด ชาวบ้านยืนยันว่าของเขาถูกจริงๆ แต่กระจอกข่าวมาถึงบางอ้อก็ตอนที่เห็นแผ่นป้ายหลังร้านข้อความว่า
“สนับสนุนโดยท่านอุเทน ชาติภิญโญ” เลยรีบหยิบโทรศัพท์สอบถามเจ้าตัวให้หายสงสัย “พี่อุเทน” อุเทน ชาติภิญโญ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เลยอธิบายที่มาที่ไปให้ฟังว่า
“พี่แค่หาที่ทางให้เจ้าของฟาร์มเขาได้มาขายตรงกับชาวบ้านโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้ขายไข่ได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ใหม่ๆ ขายได้วันละ 80 แผงจนตอนนี้คนเริ่มรู้มากขึ้นเลยขายได้วันละเกือบ 200 แผงแล้ว”
“พี่อุเทน” เล่าอีกว่า “พี่ยังมีแนวคิดที่จะสร้างแบรนด์ชุมชนด้วย โดยไม่คำนึงว่าสินค้าจะซ้ำกับชุมชนอื่นหรือไม่ เพียงแต่สินค้าของเราจะต้องดีกว่า ให้เป็นที่พูดถึงกันว่า ถ้าจะซื้อน้ำตาลปี๊บต้องซื้อที่แม่กลองถึงจะหอมหวาน”
ก่อนวางสาย “พี่อุเทน” แอบกระซิบด้วยว่า “สิ่งที่จ.สมุทรสงครามมีแต่ที่อื่นไม่มีก็คือขี้เกลือ ตรงนี้ถ้าเอามาผสมน้ำฉีดเป็นปุ๋ยจะทำให้รสชาติผลไม้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นปุ๋ยธรรมชาติ และเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้านได้อีกทางหนึ่ง”
“พี่จะทำให้เป็นโครงการนำร่องเพื่อให้จังหวัดอื่นเขาเอาไปทำตาม บนหลักคิดที่ว่า ลดต้นทุนการผลิตในส่วนที่เกินจำเป็น ถ้าทำได้จะสร้างทั้งงานและเงิน”
นี่แหละ ที่เขาเรียกว่า “คนปิดทองหลังพระ” ตัวจริง
ศึก..ตึกนารี
ครม.ปู2 ได้ “พี่ติ๋ว-ศันสนีย์ นาคพงษ์” อดีตบ้าน111 เข้ามากู้สถานการณ์ของ “ทีมโฆษกรัฐบาล” หลังไร้กระบอกเสียงตัวจริงนับตั้งแต่ “ฐิติมา ฉายแสง” หลังเหวอะ! โดนเสียบจนต้องสละเก้าอี้หนีปัญหาการเมืองใน “ตึกนารีสโมสร” ไปทำงานกับต.โต้ง “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” ดีกว่า
เปิดหัวมาทุกอย่างทำท่าจะราบรื่น เพราะ "พี่ติ๋ว" ใครก็รู้ว่าเป็นมือเก๋า ตัวจริงเสียงจริงขนาดไหน
แต่ที่ว่าแน่ก็ไม่แน่ เพราะ ครม.สัญจร ล่าสุด ที่ชลบุรี ส่อเค้า “การเมืองในตึกนารี” กลับมาปะทุอีกครั้ง กระจอกข่าวจับสังเกตจากที่ตามปกติการแถลงมติครม.สัญจร มักจะแบ่งกำลังกันลงมาแถลงข่าวทีละรอบ 2 รอบ หรือ 3รอบ
ทว่าครั้งนี้รอบแรกเป็นคิวเดี่ยวของ “พี่ติ๋ว” ก่อนที่คิวต่อไปเป็นของ 3หนุ่มรองโฆษกฯ “อนุสรณ์-ภักดีหาญส์-ชลิตรัตน์” ลงมาพร้อมกัน แต่เมื่อ ปิดท้ายรอบ 3 เป็น “พี่ติ๋ว” ที่้ต้องปิดท้ายฉายเดี่ยวอีกรอบ
ทำเอาบรรดากระจอกข่าวทำเนียบ งง!! ไปตามตามกันว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หรืออาจจะเป็นเพราะเกิดแรงกระเพื่อม กลายเป็นศึกจิตวิทยาเกิดขึ้นอีกครั้งกับทีมโฆษกในรัฐบาลนี้
วานคนคุมคิวตัวจริงอย่าง “สุรนันทน์ เวชชาชีวะ” เคลียร์ด่วน...
.....................
(หมายเหตุ : ล้วงตับสุดสัปดาห์ : สิงห์สนามข่าว)



