ข่าว

ตั้งค่าหัว3แสน!ตร.สั่งล่ามือแทงออสซี่

ตั้งค่าหัว3แสน!ตร.สั่งล่ามือแทงออสซี่

23 มิ.ย. 2555

ตั้งค่าหัวคนก่อเหตุแทง นทท.ออสซี่ดับ 300,000 บ.พร้อมรวบรวมหลักฐานออกภาพสเก็ตขอหมายศาล 'ปานศิริ' มั่นใจจับได้แน่นอน สั่งเสริมกำลังทุกหน่วยช่วยเต็มที่

                เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. (ปป.1) แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทง นางสมิธ มิเซล เอลิซาเบะ นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเสียชีวิต และ Miss.LYNN TAMMEE LEE ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่บริเวณหาดกะตะน้อย ต.กะตะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ภายหลังเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล และมอบนโยบายการทำงานในพื้นที่ ภาค 8 โดยมี พล.ต.อ.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ ที่ปรึกษา (สบ.10) พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท.พล.ต.ต.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และข้าราชการตำรวจในระดับผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ หัวหน้าสถานีตำรวจภูธร ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 และภาค 9 เข้าร่วมรวมทั้งติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ว่า จากการรับฟังจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานพบว่ามีความคืบหน้าไปมาก ได้มีการสอบพยานในที่เกิดเหตุที่เห็นเหตุการณ์ไว้ได้จำนวนหนึ่ง โดยมีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ สามารถให้ตำหนิรูปพรรณคนร้ายได้ ประกอบกับฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้ไปติดตามกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุได้ทั้งหมด 6 จุด สามารถเห็นภาพคนร้ายตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ โดยเฉพาะกล้องที่ปลากฎภาพขณะที่ผู้เสียชีวิตถูกคนร้ายจ้วงแทง

               “ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ตั้งขึ้นไปทำการสเก็ตภาพคนร้าย ประกอบกับคำให้การของพยานและภาพที่ได้จากล้องวงจรปิดที่ตรวจได้ทั้งหมด เพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธมีดจ้วงแทง นางมิสเชล โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันนี้  ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจภูธร ภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งในส่วนของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจทางหลวงและตำรวจน้ำร่วมกันสืบสวนคดีนี้ เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้”พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าว

                พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวด้วยว่า เมื่อดูตำหนิรูปพรรณคนร้ายจากคำให้การของพยานและจากภาพที่เห็นในกล้องงวงจรปิด พบว่าคนร้ายทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ซ้อนท้ายซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย มีอายุระหว่าง 20-25 ปี มีรูปร่างสูงประมาณ 170 เมตรขึ้นไป นอกจากนี้ยังได้มีการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยที่มีลักษณะคล้ายกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จำนวน 29 คันที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต และในจำนวนดังกล่าวยังเหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 19 คัน

               “เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคลี่คลายให้ได้อย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ได้ตั้งรางวัลนำจับสำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายได้ จำนวน 300,000 บาท เป็นรางวัลของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จำนวน 100,000 บาท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จำนวน 100,000 บาท และนายสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหารโรงแรมกะตะธานี ภูเก็ต บีช รีสอร์ทอีก 100,000 บาท ในเรื่องนี้ถือว่าทุกคนต้องเป็นเจ้าภาพร่วมกันในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ฉะนั้นจะปล่อยให้คนเพียง 2 คนมาสร้างความเสียหายเช่นนี้ คงเป็นยอมไม่ได้ และขอให้คำมั่นสัญญาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมคนร้ายทั้ง 2 คนให้ได้โดยเร็ว”พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าว

              พล.ต.อ. ปานศิริ กล่าวอีกว่า นอกจากการหาตัวคนร้าย หารถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุและของกลางต่างๆ แล้ว ซึ่งในการทำงานครั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะตำรวจภูเก็ตอย่างเดียว แต่มีตำรวจในพื้นที่ติดต่อใกล้เคียงทั้งหมดร่วมทำงานด้วย รวมทั้งทางศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจะไปไล่แผนประทุษกรรมคนร้ายที่เคยก่อเหตุมาแล้ว รวมถึงการไล่ความสัมพันธ์ต่างๆ ให้มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น ซึ่งตำรวจทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ และคิดว่าจะจับกุมตัวคนร้ายได้ โดยตน และ พล.ต.อ.ฉัตรชัย โปตระนันทน์ ที่ปรึกษา (สบ.10) ซึ่งกำกับดูแลด้านการปราบปราม จะได้มากำกับดูแลติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดโดยตลอด

               อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวด้วยว่า นอกจากที่กล่าวมาแล้วยังได้สั่งการตรวจสอบบริเวณเส้นทางเข้าออก โดยเฉพาะบริเวณด่านตรวจท่าฉัตรไชยโดยละเอียด รวมถึงเส้นทางอื่นๆ ด้วย เพื่อที่ป้องกันการหลบหนี และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการช่วยแจ้งเบาะแส เพราะในการทำงานตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาในการนำภาพที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ค่อนข้างชัดเจน เมื่อได้เห็นภาพและรูปพรรณสัณฐานสามารถที่จะบอกได้

               ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากการประชุมสรุปการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พล.ต.อ. ปานศิริ พร้อมคณะก็ได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกันนี้ทาง สภ.ฉลอง ก็ได้มีการจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่จุดที่นักท่องเที่ยวเดินกลับมาจากรับประทานอาหารบริเวณถนนหาดกะตะน้อย จุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ และจุดที่นักท่องเที่ยวมาขอความช่วยเหลือจากทางพนักงานโรงแรมกะตะธานีฯ ให้ทางคณะรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชมด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่ประกอบการอาชีพและนักท่องเที่ยวที่บริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก

 

.............................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)