
'ชวนนท์'จี้'ยิ่งลักษณ์'ปราม'จตุพร'
ปชป. จี้ 'ปู' ปราม 'ตู่' คุกคามศาล-องค์กรอิสระ พร้อมตั้งทีมมอร์นิเตอร์เวที '80ปี ประชาธิปไตย จับผิดคนโจมตีสถาบัน,ศาล,พรรคการเมือง' บี้รัฐแจงหลังพบข้อมูลสหรัฐฯ ขออุปกรณ์สำรวจอากาศเข้าอู่ตะเภา
23 มิ.ย.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตักเตือนนายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ให้ยุติการคุกคาม ข่มขู่ศาล หรือ องค์กรอิสระ หลังจากที่พบว่านายจตุพรได้ปราศรัยให้ข้อมูลในลักษณะบิดเบือนเพื่อเอาตัวรอด ในกรณีที่ศาลยื่นถอนประกัน ทั้งนี้ตนมองว่าหากน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ตักเตือนเพื่อให้เลิกการกระทำ นายจตุพรจะกลายเป็นภาระของรัฐบาล และทำให้รัฐบาลต้องเจอกับความขัดแย้งรอบใหม่
“ผมมองว่าคุณจตุพรและพวกควรใช้สติว่าสิ่งที่ศาลตัดสินนั้น มาจากกระทำของตัวเองในการละเมิดข้อห้ามของศาลหรือไม่ อย่าพยายามกดดันให้ศาลต้องตัดสินใจสิ่งที่ถูกใจ ทั้งนี้เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้คุณจตุพรมีมาตรฐานเหนือคนอื่น ผมมองด้วยว่าหากรัฐบาลปล่อยให้คุณจตุพรทำแบบนี้เชื่อว่าจะกลายเป็นแผลเน่า ที่ทำให้รัฐบาลล้มไปในที่สุด” นายชวนนท์ กล่าว
ด้านน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าทางพรรคจะตั้งทีมเพื่อมอนิเตอร์การปราศรัยของกลุ่มบุคคลในงานครบรอบ 80 ปีประชาธิปไตย บนถนนราชดำเนิน ในวันที่ 24 มิ.ย. นี้ เพื่อตรวจสอบว่ามีการปราศรัยโจมตีสถาบัน ศาล พรรคการเมือง หรือบุคคลทางการเมืองใดหรือไม่ ทั้งนี้หากพบการปราศรัยที่โจมตี จะประสานไปยัง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ให้ดำเนินการ ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้ ผบช.น. คนใหม่ ดำเนินการเอาผิดกับบุคคลที่กระทำความผิดแบบซึ่งหน้าด้วย สำหรับการปราศรัยที่พบว่ามีผลกระทบกับบุคคลของพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะต้องมีการหารือกับฝ่ายกฎหมายของพรรคก่อน ว่าจะดำเนินการอย่างใดหรือไม่
น.ส.มัลลิกาแถลงด้วยว่า สำหรับการจัดเวทีปราศรัยที่ถนนราชดำเนิน ขอเรียกร้องว่าอย่าใช้เวทีดังกล่าวเป็นที่ระบายอารมณ์ หรือเป็นเวทีด่าศาลรัฐธรรมนูญ หรือสถาบัน นอกจากนั้นขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ดูแลและเตือนส.ส.ที่จะขึ้นเวทีให้เคารพสิทธิบุคคลอื่น อย่ากล่าวใส่ร้าย หรือโจมตี โดยเฉพาะคนของพรรคประชาธิปัตย์ และสถาบัน
จี้ รบ.แจงสหรัฐฯ ขออุปกรณ์สำรวจอากาศเข้าอู่ตะเภา
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงที่พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่เวปไซต์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) ระบุว่าได้เริ่มขนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีในผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ มาจากท่าเรือของสหรัฐอเมริกาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ท่าทีของรัฐบาลขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการอนุมัติให้ทางสหรัฐฯ เข้ามาใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาหรือไม่
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางการประเทศจีนเป็นห่วงเรื่องของการนำเครื่องบินที่จะใช้ในโครงการ โดยเฉพาะเครื่องบินรุ่น นาซาอีอาร์ 2 เพราะเป็นลำที่คล้ายกับเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐ อีกทั้งเครื่องบินลำดังกล่าวมีสมรรถนะสูงมาก คือ บินได้ในระดับความสูง 21 กิโลเมตรจากพื้นดิน เรดาห์บางประเภทไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวได้ ส่วนหัวหน้าทีมสำรวจอากาศ พบข้อมูลว่ามีผลงานการวิจัยด้านระเบิดนิวเคลียร์และผลกระทบด้วย
“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดของโครงการ รวมถึงผลกระทบต่ออธิปไตยของไทยด้วย และขอให้รัฐบาลนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ทั้งนี้ผมขอปฏิเสธข่าวที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่าโครงการนี้ทำในสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนำหนังสือสัญญาที่มีการลงนามระหว่างหน่วยงานไทยและนาซามายืนยัน ตามข้อเท็จจริงไม่เกี่ยวกับรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพราะเป็นการลงนามระหว่างหน่วยงาน แล้วเขาก็แค่แจ้งมาทางบอรด์ของกระทรวงก็สามารถลงนามได้ จึงไม่ใช่สนธิสัญญาระหว่างประเทศจึงไม่เข้าข่ายตามมาตรา 190” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ประเมินผลงานรบ.รอบ 10 เดือน ล้มเหลว 12 นโยบาย
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าจากการตรวจสอบผลงานรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา พบว่าใน 16 นโยบายของรัฐบาล มีความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงใน 12 นโยบาย อาทิ นโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริต, นโยบายคืนสันติภาพสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้, นโยบายยกระดับคุณภาพชีวิต, โครงการแทปเล็ต, นโยบายเพิ่มราคาสินค้าเกษตร ทั้งนี้มองว่าเหตุของความล้มเหลวเป็นเพราะความไร้ภาวะผู้นำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่นำไปสู่การแก้ไขได้ และความไร้ศักยภาพของคณะรัฐมนตรี
น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นมี 4 นโยบายที่ถือว่าเอาหน้ารอดไปได้ อาทิ นโยบายปราบปรามยาเสพติด, นโยบายประกันสุขภาพ ที่จะนำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคกลับมาใช้แทนการรักษาฟรี, การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
'อนุสรณ์' อัด 'อภิสิทธิ์' ทัศนคติลบ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่งอีเมลล์ถึงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล โดยอีเมลล์ของรองโฆษกผู้นี้กล่าวถึงกรณีที่น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อ้างคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีหุ้นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ อาจจะเอี่ยวนาซา ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา สำรวจหาพลังงานในอ่าวไทยและอันดามัน ว่า ถือเป็นทางถนัดที่คนพรรคนี้แถลงข่าวแบบตั้งคำถามด้วยทัศนคติอันเป็นลบ ตัดแปะข่าวจากสื่อต่างๆ มาจับแพะชนแกะ ซึ่งเรื่องจริงๆไม่มีอะไรเป็นไปตามข้อสงสัยที่มองโลกในแง่ร้ายแบบนั้น
“ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่เคยมีสัมปทานและธุรกิจด้านพลังงานในประเทศเพื่อนบ้านตามที่น.ส.มัลลิกากล่าวอ้าง และหากทางพรรคประชาธิปัตย์ สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะยกสัมปทานและหุ้นทั้งหมดในนั้นให้กับมูลนิธิคนปัญญาอ่อนทั้งหมด เรื่องอู่ตะเภาที่พยายามกวนน้ำให้ขุ่นของฝ่ายต่อต้านรัฐนั้น ทำกันเป็นกระบวนการ ขนาดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชาชีวะ ที่เมื่อก่อนเชื่อฟังคำอบรมสั่งสอนของทหารเป็นอย่างดี แต่วันนี้กลับกินยาผิดซอง” นายอนุสรณ์ กล่าวผ่านอีเมลล์
นายอนุสรณ์ ระบุในอีเมลล์อีกว่า ขนาดแม่ทัพ นายกอง ทั้งหลาย พร้อมใจกันดาหน้าออกมาประสานเสียงยืนยันว่า ไม่มีเรื่องเสียหาย มีแต่เรื่องได้ประโยชน์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ยังออกมายืนยันเลยว่า รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงจะดำเนินการด้วยความรอบคอบ ไม่ทำให้ไทยเสียเปรียบและยืนยันว่าไม่ทำให้ไทยเสียอธิปไตยในทางใดทั้งสิ้น และยังเตือนฝ่ายที่ออกมาต่อต้านว่า ขอให้คัดค้านบนหลักการของเหตุผลและแสดงความคิดเห็นด้วยความระมัดระวัง เพราะทำให้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศชาติพล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ใครต่อมิใคร นายทหารใหญ่ๆของบ้านของเมืองออกการันตีมาหมด ทีอย่างนี้ ทำไมไม่ฟัง
“ทำไมไม่เชื่อพี่เขาบ้างล่ะ โครงการดีๆแท้ ค้านกันจนเลอะ จนประเทศเสียโอกาส จากโครงการการจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (HADR) มีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เป็นประโยชน์เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะทำได้อย่างทันเวลา และเครื่องมือสนับสนุนที่จะนำมาใช้นับว่าเป็นประโยชน์ พวกนี้พูดกันจนเลอะไปไกลถึงการตั้งฐานทัพ ยิงขีปนาวุธ เตรียมรบพุ่งกันด้วย อาวุธนิวเคลียร์ ลามมาจนถึงบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯสำรวจหาพลังงาน แต่มันไม่เนียน ตรงที่ทุกเรื่องก็พุ่งเข้าหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ราวกับมีอิทธิฤทธิ์มากมาย เหาะเหิน เดินอากาศได้ ทั้งๆที่แค่จะกลับบ้านยังกลับไม่ได้เลย คนพวกนี้ทำเอาคนไทยไม่กล้าหลับ เพราะไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมา พวกนี้จะเอาเรื่องอะไรมาต้มคนไทยอีกหรือไม่” นายอนุสรณ์ ระบุทิ้งท้ายในอีเมลล์



