
'เพิ่มประสิทธิภาพ'ท้ารบ'ทุจริตสอบ
'เพิ่มประสิทธิภาพ' ปฏิบัติการ...'ท้ารบ'ทุจริตสอบ : สัมภาษณ์พิเศษพล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
แวดวงตำรวจในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.ภ.1 มาเป็น ผบช.น. โยกสลับกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ไปเป็น ผบช.ภ.1 แทนแล้ว ไม่มีประเด็นไหนเป็นที่สนใจของประชาชนเท่าการทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตสอบนายสิบตำรวจ หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสอบแข่งขันคัดเลือกบุคคลทั่วไปเข้ารับราชการตำรวจชั้นประทวนยศ "ส.ต.ต." เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา
การทลายเครือข่ายทุจริตสอบครั้งนี้ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสั่งยกเลิกการสอบทันที ส่งผลให้ผู้สมัครเข้าสอบคัดเลือกเป็นนายสิบตำรวจเกือบ 3 แสนคน ต้องเตรียมตัวสอบใหม่ และยังสั่งระดมกำลังฝ่ายสืบสวนทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงกำลังจากกองปราบปราม ออกสืบสวนหาข่าวติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีการแต่งตั้งชุดปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสอบขึ้นมารับผิดชอบในการควบคุมดูแลจัดการสอบนายสิบตำรวจครั้งใหม่
ชุดปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสอบชุดนี้มี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร. เป็นหัวหน้า พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผบช.ศ. เป็นเลขานุการ หลังได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เจ้าหน้าที่ชุดนี้มีการวางแผนในการแก้ปัญหาการทุจริตในการสอบครั้งต่อไปแล้ว ส่วนจะแก้ปัญหาการทุจริตได้หรือไม่ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ ให้คำตอบได้ดีที่สุด
-จุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตสอบครั้งนี้
ในการจัดสอบแข่งขันบุคคลทั่วไปเพื่อเข้ารับราชการแทบทุกสาขาอาชีพไม่ใช่เฉพาะตำรวจ มีเรื่องระแคะระคายอยู่เสมอว่ามีขบวนการทุจริตสอบเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือให้ผู้เข้าสอบที่ยอมจ่ายผลประโยชน์ให้สามารถสอบได้ ในการจัดสอบนายสิบตำรวจครั้งนี้ก็เช่นกัน เราได้รับเบาะแสว่า ขบวนการทุจริตสอบมีการเตรียมการที่จะทุจริตสอบช่วยเหลือผู้สมัครเข้าสอบบางรายให้สามารถสอบได้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จึงสั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้ง 1,460 สถานีตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงฝ่ายสืบสวนของภูธรจังหวัด ฝ่ายสืบสวนของภูธรภาค 1-9 และ บช.น. ตลอดจนกองปราบปราม ออกสืบสวนหาข่าวเพื่อหาเบาะแสของขบวนการทุจริตสอบล่วงหน้าก่อนการสอบ 3 เดือน และยังมีฝ่ายสืบสวนของจเรตำรวจ นำโดย พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบตำรวจด้วยกันเองด้วยเพื่อดำเนินการกับตำรวจที่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการทุจริตสอบในครั้งนี้
ในส่วนของการออกข้อสอบก็ออกข้อสอบกันสดๆ มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่ออกข้อสอบทั้งหมดไปอยู่ในพื้นที่ควบคุมพิเศษเป็นเวลานาน 4 วัน กับ 3 คืน เพื่อออกข้อสอบให้เสร็จสิ้นล่วงหน้าก่อนการสอบในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ก่อนจะส่งไปยังหน่วยการสอบ และทุกขั้นตอนในการส่งข้อสอบนั้นมีเจ้าหน้าที่ของจเรตำรวจควบคุมอย่างเข้มงวด จึงมั่นใจได้ว่าในการสอบครั้งนี้ไม่มีเรื่องข้อสอบรั่วไหลแน่
-เมื่อควบคุมทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวดแล้วเกิดทุจริตได้อย่างไร
การทุจริตเกิดขึ้นในวันสอบ คือวันที่ 10 มิถุนายน เราได้ระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศรวม 2 หมื่นนาย เข้ามาทำหน้าที่ในการควบคุมการสอบ มีการนำเครื่องตัดสัญญาณทั้งโทรศัพท์ คลื่นความถี่ต่ำ และคลื่นรีโมทคอนโทรลมาติดตั้ง รวมถึงการนำเครื่องตรวจหาวัตถุโลหะทั้งแบบเดินผ่านและแบบมือถือเข้ามาใช้ตรวจสอบผู้เข้าสอบอย่างละเอียด กระทั่งพบผู้เข้าสอบนับร้อยคนมีการซุกซ่อนเครื่องรับสัญญาณโลหะสี่เหลี่ยมคล้ายกับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือขนาดประมาณ 1X1.5 นิ้ว ไว้ในที่ลับเช่นตามง่ามก้น และตรงบริเวณอวัยวะเพศ เข้ามาในห้องสอบ โดยพบมากที่สุดในสนามสอบของ บช.ภ.2, 3, 5 และ 6 เมื่อพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นอย่างมโหฬารขนาดนี้ จึงต้องยกเลิกการสอบในครั้งนี้เพื่อความโปร่งใส
หลังจากพบการทุจริตดังกล่าว ได้มีการตรวจสอบขยายผล พบว่า มีขบวนการทุจริตสอบเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพยายามทุจริตสอบนายสิบตำรวจครั้งนี้นับสิบกลุ่ม เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มีการแบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มตั้งแต่กลุ่มที่ทำหน้าที่หาเหยื่อ เข้าไปติดต่อผู้ที่ประสงค์จะเข้าสอบอ้างว่าจะช่วยเหลือให้สามารถสอบได้ มีการเรียกเก็บเงินเริ่มแรกตั้งแต่ 2-5 หมื่นบาท และหากสอบได้ก็ต้องจ่ายอีก 4-5 แสนบาท เมื่อผู้ต้องการเข้าสอบตกลงแล้วก็จะถูกส่งต่อให้กลุ่มคนที่ทำหน้าที่ในการฝึกใช้งานเครื่องรับส่งสัญญาณ มีการเช่าห้องพักอยู่ร่วมกันเพื่อติวเข้มกันเลย ขณะที่อีกส่วนจะทำหน้าที่ในการเสาะหาบุคคลที่มีผลการเรียนดีมาก หรือที่เรียกว่า "มือปืน" เข้ามาทำหน้าที่ในการเข้าทำข้อสอบและส่งสัญญาณบอกข้อสอบกับผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินให้ตามข้อตกลง ขณะนี้มีข้อมูลหมดแล้วว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้างอยู่ระหว่างการขยายผลและรวบรวมหลักฐานคาดว่าจะสามารถจับกุมได้หมดในเร็วๆ นี้
- ใครอยู่ในข่ายต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบ้าง
เราทราบข้อมูลแล้วว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากพยานบุคคล เอกสาร และร่องรอยที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ บอกได้คร่าวๆ คือ โรงเรียนกวดวิชาบางแห่งอยู่ในข่ายที่ต้องตรวจสอบ เนื่องจากหลายแห่งเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป้าประสงค์ที่แท้จริง โดยเปิดสถาบันกวดวิชาขึ้นเพื่อหาประโยชน์จากการสอบแข่งขันต่างๆ มีการใช้ "วิชาโจร" ช่วยเหลือผู้เข้าสอบทุจริตหรือโกงการสอบแบบแพ็กเกจ
เริ่มตั้งแต่พาไปสมัครสอบ เก็บตัวเพื่อซักซ้อมวิธีการโกงรูปแบบต่างๆ หากมีเครื่องมือช่วยในการโกงเช่นเครื่องส่งสัญญาณระบบสั่นก็จะมีการฝึกอบรมวิธีการใช้งาน รวมถึงโค้ดรหัสการสื่อความหมายต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าสอบสามารถรู้ว่าขบวนการโกงสอบจะบอกคำตอบของข้อสอบอย่างไร บางแห่งมีการเก็บตัวโดยให้ผู้เข้าสอบไปพักอาศัยอยู่กับขบวนการโกงสอบเลย มีการเรียกเก็บค่าบริการที่แพงมาก หลักครึ่งล้านก็มี ซึ่งผู้ปกครองของผู้เข้าสอบก็ยินยอมเพราะเห็นแก่อนาคตของลูก โดยลืมคำนึงไปว่าหากมีการจับได้ว่าใครทุจริตสอบในการเข้ารับราชการจะมีประวัติติดตัวไม่สามารถสมัครสอบเข้ารับราชการได้อีกไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดหรือกระทรวงใด จะเสียโอกาสไปเลยทั้งชีวิต
-วิธีการโกงสอบของขบวนการทุจริตสอบเป็นอย่างไร
ขบวนการทุจริตสอบมักเป็นคนกลุ่มๆ เดิม ทำงานกันราวมืออาชีพ มีประวัติทำซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะได้ผลตอบแทนสูงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 10 ล้าน เป็น 100 ล้าน เป็น 1,000 ล้าน คนพวกนี้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบแทบทั้งหมดที่ทางราชการจัดขึ้นไม่ว่าจะเป็น สอบข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครู ปลัดอำเภอ ปลัด อบต. ข้าราชการราชทัณฑ์ หรือแม้กระทั่ง ก.พ. มีการสร้างเครือข่ายต่อกันไปเรื่อยๆ ขณะนี้พอทราบตัวการใหญ่แล้วว่าเป็นใคร โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้กำชับแล้วให้จับกุมตัวหัวโจ๊กใหญ่ให้ได้ คาดว่าในเร็วๆ นี้น่าจะได้ตัวอย่างแน่นอน
สำหรับกลโกงของขบวนการทุจริตสอบนั้นพัฒนาเรื่อยๆ จากเดิมเคยทำกันเพียงแค่แอบดูข้อสอบจากเพื่อนข้างๆ โดยขบวนการทุจริตสอบมีการส่งพี่เลี้ยงเข้าไปนั่งสอบประกบอยู่ข้างๆ เพื่อทำข้อสอบให้ผู้จ่ายเงินลอกกันดื้อๆ ต่อมาเปลี่ยนเป็นส่งบุคคลอื่นหรือที่เรียกว่า "มือปืน" เข้าสอบแทน วิธีการนี้จะมีการปลอมแปลงหลักฐานการเข้าสอบเช่นปลอมแปลงบัตรประชาชน ใช้ชื่อของผู้สมัครสอบแต่นำภาพถ่ายของมือปืนมาติดแทน พอถูกจับได้ไล่ทัน ก็พัฒนาเป็นระบบการส่งสัญญาณการสอบ วิธีการนี้อาจจำเป็นต้องรู้ข้อสอบล่วงหน้า มีการแอบบอกข้อสอบกันทั้งภายในและภายนอกห้องสอบโดยวิธีการส่งสัญญาณแบบเสียง แสง หรือเคาะสัญญาณ เพื่อบอกคำตอบ เมื่อสามารถป้องกันไม่ให้ข้อสอบรั่วไหลได้ ขบวนการทุจริตสอบก็ปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้น ทั้งเครื่องส่งสัญญาณความถี่ต่ำ หรือการส่งสัญญาณโทรศัพท์ วิธีการนี้ขบวนการทุจริตสอบจะส่งคนของตัวเองเข้าสอบพร้อมกับผู้สมัครสอบและทำข้อสอบไปพร้อมๆ กัน และจะหาโอกาสส่งสัญญาณผ่านอุปกรณ์ที่เขาจัดเตรียมไว้
- วิธีการป้องกันการทุจริตสอบในครั้งต่อๆ ไป จะทำอย่างไร
การสอบนายสิบตำรวจที่จะจัดสอบขึ้นเพื่อทดแทนการจัดสอบในวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสอบชุดนี้มี พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นหัวหน้า มีผมเป็นเลขานุการ เบื้องต้นได้หารือถึงแนวทางการจัดสอบครั้งต่อไปแล้วว่า จะเพิ่มจำนวนวันสอบให้มากขึ้น จากเดิมสอบพร้อมกันในวันเดียวเป็นสอบสองวันแบ่งสายงานการสอบ คือ สายปราบปราม 1 วัน สายอำนวยการ 1 วัน เพื่อลดจำนวนผู้เข้าสอบในแต่ละวันให้น้อยลง เจ้าหน้าที่ผู้คุมสอบที่เราเตรียมไว้กว่า 2 หมื่นคนจะได้ควบคุมการสอบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่สนามสอบจะเปลี่ยนไปใช้อาคารที่มีมาตรฐานมั่นคงขนาดใหญ่ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำสามารถจุคนได้จำนวนมาก เพื่อลดจำนวนสนามสอบลงจะได้สะดวกต่อการควบคุม โดยสนามสอบจะอยู่ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคนั้นๆ เพื่อให้ผู้เข้าสอบสะดวกต่อการเดินทางไปสอบ อีกทั้งทุกสนามสอบนอกจากจะมีการติดตั้งเครื่องตรวจจับโลหะแล้ว จะนำเครื่องตัดสัญญาณทั้งเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ เครื่องตัดสัญญาณความถี่ต่ำ เครื่องตัดสัญญาณรีโมทคอนโทรล และเครื่องตัดสัญญาณวิทยุสื่อสารมาใช้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการทุจริตส่งสัญญาณต่างๆ บอกข้อสอบได้อีก
ที่สำคัญที่สุดผู้เข้าสอบทุกคนควรมีจิตสำนึกอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตสอบ เพราะหากถูกจับได้จะเสียทั้งเงิน เสียทั้งโอกาส และเสียทั้งอนาคต เพราะจะถูกขึ้นบัญชีผู้มีประวัติทุจริตสอบไม่สามารถสมัครสอบเข้ารับราชการใดๆ ได้อีกทั้งชีวิต
...........
(หมายเหตุ : 'เพิ่มประสิทธิภาพ' ปฏิบัติการ...'ท้ารบ'ทุจริตสอบ : สัมภาษณ์พิเศษพล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



