
'เก่ง'ลั่นไม่เสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียว
"เก่ง-การุณ" เปิดใจไม่มีวันเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียวหลังถูกใบแดง ยืนยันไม่มีความผิดยังหวังศาลจะเมตตา "เหวง" จี้"อภิชาต"เพิกถอนมติใบแดง"จตุพร"
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.2555 พรรคเพื่อไทยจัดเวทีปราศรัยที่ตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง กทม. โดยขึ้นป้ายว่า "เพื่อไทยความจริงเพื่อประชาธิปไตย" โดยมี นปช. มารับฟังราว 500 คนทั้งนี้นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทยนำเอกสารถอนเทปการปราศรัยที่ตลาดนัดโกสุมรวมใจ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2554 และตลาดนัดบุญอนันต์เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2554 ซึ่งนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคประชาธิปัตย์นำมาเป็นหลักฐานฟ้องร้องคดีแพ่ง คดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทโดยการกระจายเสียงป่าวประกาศ กระทำการเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหรือให้งดเว้นการลงคะแนนเสียงด้วยวิธีการใส่ร้ายหรือกล่าวเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองหรือเรื่องใดอันเกี่ยวกับผู้สมัครใดและยื่นฟ้องต่อ กกต. ด้วย รวมทั้งยังนำสำเนาคู่ฉบับของสำนักงาอัยการพิเศษคดีอาญา 8 เลขที่ อส.0016.8/2478 ลงนามโดยนายเรืองวิชญ์ โภคัย อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา8 แจ้งมายังผกก.สน.ดอนเมือง ลงวันที่7ธ.ค.2554เรื่องแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องในคดีดังกล่าวด้วย
"เก่ง-การุณ" ปราศรัยขอบคุณ "เจ๊สด"
นายการุณขึ้นเวทีปราศรัยว่า พรรคเพื่อไทยจัดเวทีสัญจรเรื่องแก้รัฐธรรมนูญและร่างพรบ.ปรองดองแห่งชาติ รวมทั้งขอแถมเรื่องการตัดสิทธินายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และเรื่องใบแดงของตนด้วย ตนขอขอบคุณนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ที่ให้ความเป็นธรรม เพราะนางสดศรีบอก หากคดีของตนโดนใบแดง เชื่อว่าส.ส.500คนจะโดนใบแดงหมด หลายคนบอกตนอย่าท้อถอย แต่ตนขอให้นำพลังไปเรียกร้องประชาธิปไตยและความปรองดอง ตนไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวในคำพิพากษาของกกต.และยังมีโอกาสค้นหาความจริง หากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งรับเรื่องนี้ไว้ ตนมีโอกาสอยู่เพราะหากตนตายหนึ่งคนจะเกิดล้านคน วอนบรรพชนพรรคประชาธิปัตย์ดลใจแกนนำพรรคในวันนี้ให้เคารพประชาธิปไตยด้วยเพราะการปาสิ่งของใส่ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นการไม่เคารพสถาบันเพราะเบื้องหลังนั้นมีพระบรมฉายาลักษณ์อยู่ด้วย
พร้อมหนุน"ตู่"ลงแทนหากศาลชี้ขาดใบแดง
นายการุณ ให้สัมภาษณ์ว่า หากพรรคมีมติส่งนายจตุพรลงสมัครจริง พร้อมก็จะสนับสนุนเพราะมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ตอนนี้ต้องรอการตัดสินจากศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้งเสียก่อน คาดว่าไม่กี่เดือนก็จะรู้ผล
จี้"อภิชาต"เพิกถอนมติใบแดง"จตุพร"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า กระแสลมกวาดล้างรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและนปช.แล้วระลอกใหญ่ แต่ทำไม่ได้ มติกกต.ที่ให้ใบแดงนายการุณนั้นยอมรับไม่ได้ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ลงมติแบบหน้าด้านทั้งๆที่ไม่มีหน้าที่ลงมติ เพราะวันนั้นองค์ประชุมไม่ครบ ข่าวออกมาว่ามติองค์ประชุมไม่ให้ใบแดง 2:1 แต่นายอภิชาตกลับลงมติด้วย การทำแบบนี้นายอภิชาตต้องขอโทษคนไทยโดยถอนญัตติการเพิกถอนการพิจารณาเรื่องนี้ หากทำไปด้วยความเกลียด คนไทยก็จะเกลียดกกต.ที่ไม่อำนวยความยุติธรรมกับประเทศและคนไทย ประชาชนก็ไม่ให้ความยุติธรรมกับกกต.เช่นกัน องค์กรเหล่านี้ทำตามคำสั่งอำมาตย์
ขอเตือนกกต.ไว้ ณ ที่นี่ และกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญด้วยเพราะตนทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งคำสั่งไปยังศาลอาญาเพื่อให้ถอนประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ถามว่าการสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสามนั้น ตนกล่าวหาเลยว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำผิดรัฐธรรมนูญ
"จตุพร"ระบุหากไม่ใช่"การุณ"ก็ไม่โดนใบแดง
นายจตุพรกล่าวว่า 20กว่าคดีที่ค้างการพิจารณาของกกต.นั้นสี่คดีเป็นของพรรคเพื่อไทย และต้องตัดสินในวันที่ 3 ก.ค.การปราศรัยของนายการุณนั้นไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร อัยการไม่สั่งฟ้องแต่นายอภิชาตกลับยกเรื่องนี้มาพิจารณา เรื่องนี้ควรพักการพิจารณาไว้ก่อนเพราะวันนั้นไม่มีนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ที่ขาดประชุม นายการุณเป็นมิตรร่วมรบกับพวกตนที่โดนคดีก่อการร้าย ตอนนั้นมีคนมาบอกให้พวกตนหนีคดี แต่ตนกับนายการุณไม่ยอมและขึ้นศาลเพื่อสู้คดี หากคดีนี้ไม่ใช่นายการุณรับรองว่าไม่โดนใบแดงแน่
"เมื่อมีข่าวว่าผมจะลงมัครส.ส.เขตดอนเมืองแทนนายการุณเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีข่าวว่าจะมีการถอนประกันตัวผมทันที กกต.รับรองผมเป็นส.ส.คนที่500แต่กลับมาลงมติถอดถอนและยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินและเพิ่งรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีเงื่อนไขในการให้ประกันกับผมตั้งแต่ปี 2553 ที่ระบุว่าห้ามผมไปปราศรัยกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับมาทำแบบนี้"นายจตุพรระบุ
รับหาก"เก่ง"ไป"ตู่"จะมา
นายจตุพรกล่าวต่อว่า การแจกใบแดงของกกต.ทั้งที่ยังมีเรื่องค้างคากว่า 20 เรื่อง แต่มีการเลือกหยิบบางเรื่อง เพราะได้ข่าวว่าจะมีการเร่งให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 3 ก.ค. เช่นเดียวกับความพยายามศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งตัวแทนไปขอให้ศาลเพิกถอนการประกันตัวตน ไม่รู้ว่าในหัวมีแต่เรื่องของตนคนเดียวหรืออย่างไร ต่อไปแค่ขับรถฝ่าไฟแดง ไม่ข้ามทางม้าลาย จะต้องถูกถอนประกันใช่หรือไม่ นายก่อแก้วไปให้สัมภาษณ์ไม่ถึง 3 ชม. ศาลก็จะไปถอนประกันตัวเลยแต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่ถึง 4 เดือนก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะตัดสินนายการุณก็สนุกดี หากเก่งโดน ตู่ก็จะมา แต่หากตู่โดนอีก เก่งก็จะมาอีก ถามว่าทำไปทำไม บอกไปว่ามีความสุขดี ได้กวน..เล่นๆ
นายจตุพรกล่าวด้วยว่า ตนเกิดมาเพื่อจัดการนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ที่โกหกสารพัดที่นายสุเทพบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ส่งสตรีชั้นสูงสองคนและบุรุษหนึ่งคนมาเจรจาให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลนั้น ตนมองข่าวนี้ว่าการเจรจาดังกล่าวเหมือนสุนัขวิ่งเข้าขวด สุรา แม้มีข้อตกลงใดๆก็ตาม หากจะมีช่องให้นายสุเทพเข้าไปนั้น เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้เช่นใด พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งมา 265 เสียง จะยอมให้นายสุเทพเป็นครม.นั้นเป็นไปไม่ได้ ส่วนสิ่งที่นายสุเทพไม่ยอมเปิดชื่อคนที่มาทาบทามเพราะเกรงนปช.จะโจมตีนั้น นายสุเทพควรบอกมา นปช.จะไม่กล่าวถึงแน่
"สดศรี"ปัดกกต. มีธงก่อนตัดสินคดี
นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง และการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการปราศรัยด้วยการโจมตีกันก็มีมาตลอด กกต.ก็จะพิจารณากันเป็นกรณีๆไป ว่าการปราศรัยที่ถูกร้องเข้ามายังกกต.นั้น ส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ ซึ่งกกต.ไม่ได้พิจารณาการปราศรัยหรือการหาเสียงที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของฝ่ายตรงข้ามของนายการุณ เป็นคดีแรก
กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า กกต.ทำมาหลายคำร้องแล้ว แต่กรณีของนายการุณที่ตนเห็นว่าสมควรยกคำร้องนั้นมีประเด็นใหญ่คือ อัยการไม่ได้สั่งฟ้องในคดีนี้ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ตนใช้พิจารณาร่วมด้วย รวมถึงยังมีความเห็นของเลขาธิการกกต.และกกต.กทม.ที่เป็นเจ้าของสำนวนก็เสนอยกคำร้องมา ส่วนกกต.คนอื่นมีความเห็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของแต่ละคน
“เรื่องนี้ยังแปลกใจว่าทำไมต้องเป็นประเด็นใหญ่โต เพราะเรื่องนี้ยังต้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้ชี้ขาดออกมาก่อน หากศาลเห็นพ้องตามกกต. นายการุณก็ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่เห็นตามก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะนี้ทุกคนต่างยึดข้อมูลของตัวเองมั่วไปหมด ไม่มีความเห็นที่ถูกต้องแท้จริง ควรรอว่าศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไรดีกว่า” นางสดศรี กล่าว
ส่วนกรณีที่กกต.เข้าประชุมเพียง 4 คน แต่กลับมีมติใบแดงออกมาได้นั้น นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องนี้ ในวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีเรื่องเข้ามาให้ที่ประชุมกกต.พิจารณาเป็นจำนวนมาก ทั้งการเลือกตั้งส.ส.และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แม้ว่าจะมีกกต.4 คน เนื่องจากนายสมชัย ติดภารกิจ ก็ต้องมีการประชุมกัน หากมีการเลื่อนการวาระก็ต้องเลื่อนทั้งหมดกว่า 20 สำนวน จะเลือกว่าเลื่อนสำนวนนี้ หรือไม่เลื่อนสำนวนนี้ไม่ได้ เพราะจะเป็นการเลือกปฏิบัติ และเมื่อคะแนนเสียงออกมาเท่ากันที่ 2 ต่อ 2 เสียง นายอภิชาตในที่ประชุมก็จึงต้องออกเสียงอีก 1 เสียงตามพรบ.กกต.เพื่อชี้ขาด
กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า การลงคะแนนเสียงของกกต.จะเป็นวิธีลับ ไม่มีใครรู้ว่าใครจะออกเสียงอะไร ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นใบแดง หรือจะยกคำร้อง มารู้ตอนสำนักการประชุมรวมคะแนนแล้วว่า เสียงออกมา 2 ต่อ 2 เสียง จึงเป็นหน้าที่ประธานที่ประชุมชี้ขาด เนื่องจากนายอภิชาตได้ออกเสียงไปตั้งแต่ครั้งแรกว่าเป็นใบแดง อีกเสียงหนึ่งของนายอภิชาต จึงเป็นใบแดง และเป็นที่มาของเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เสียงให้ใบแดงนายการุณ
นางสดศรี ชี้แจงถึงกรณีที่สังคมมองว่ากกต.มีธงในใจ ว่าจะตัดสินคดีต่างๆไว้แล้วว่า เรื่องนี้สังคมเข้าใจผิด กกต.อาจมีธงในใจ แต่ไม่มีใครรู้ว่าอีกคนคิดอย่างไร ทุกคนออกเสียงแบบอิสระ ไม่มีการล็อบบี้กันก่อนลงคะแนนไม่ว่าเรื่องอะไร ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน กกต.แต่ละคนก็ไม่เคยเดินไปหากันที่ห้อง เจอกันแต่ในห้องประชุม จนมีคนพูดกันว่า กกต.ชุดนี้ไม่ถูกกันหรืออย่างไร นี้ก็เป็นการยืนยันว่ากกต.ไม่มีธงในการตัดสินคดี อย่างกรณีของพ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ที่กกต.มีมติให้ใบเหลืองนั้น ก็เป็นมติเอกฉันท์ กกต. 5 คนให้ใบเหลืองทั้งหมด แต่ก็มารู้พร้อมกันตอนขานมติ จริงๆแล้วมติต่างๆ สำนักประชุมจะรู้ก่อนกกต.เสียอีก



