ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'สั่งกต.เคลียร์อเมริกา

'ยิ่งลักษณ์'สั่งกต.เคลียร์อเมริกา

22 มิ.ย. 2555

'ปู' สั่ง กต.เคลียร์อเมริกา เหตุไทยยังไม่อนุญาติให้ใช้อู่ตะเภา แทงกั๊กส่งใครเสียบแทน 'เก่ง' กตช.ไฟเขียวขึ้นเงินเดือนตร.ชั้นประทวน ชม 'ผบ.ตร' เด็ดขาดสั่งยกเลิกสอบนายสิบ

                      22 มิ.ย.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงท่าทีของรัฐบาลไทยกับการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซ่า)ใช้สนามบินอู่ตะเภา ว่า จริงๆแล้วความร่วมมือของทางนาซ่า ก็คือความร่วมมือในการสำรวจภูมิอากาศ แต่ว่าสถานที่ก็ยังต้องหารือในรายละเอียด แต่ว่าทางทีมงานเสนอว่า สนามบินอู่ตะเภาเหมาะสมกว่า แต่ก็ยังไม่ได้สรุปเรื่องของสถานที่ ซึ่งต้องเรียนว่าขั้นตอนพวกนี้จะเป็นรายละเอียดที่เราจะหารือกัน

                      เมื่อถามว่าเบื้องต้นอนุญาตให้ทางนาซ่าใช้สถานที่ในเมืองไทยใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ยังค่ะ” และเบื้องต้นก็เป็นความร่วมมือที่ต่อเนื่องมา และรัฐบาลเห็นว่าในหลักการเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์เห็นว่า เนื่องจากเราไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ แต่มีข้อกังวลใจที่เราเป็นห่วงว่า ในเรื่องของการสำรวจ จะสำรวจมากน้อยแค่ไหน และบริเวณใด และใช้สถานที่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องของการต้องตั้งคณะทำงานในการที่จะศึกษาในรายละเอียดในเนื้อหา แต่ขั้นตอนการทำงานของเราต้องมีขั้นตอนของรัฐบาลว่า การที่จะไปร่วมมือต่างๆต้องไปผ่านตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศต้องทำความเห็นเกี่ยวกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองทัพและก็นำเสนอคณะรัฐมนตรี และทางฝ่ายกฤษฎีกาก็ต้องตีความอีกครั้งหนึ่งว่า จะนำเข้าเสนอต่อรัฐสภาหรือไม่

                      “ ต้องเรียนว่าอันนี้คือส่วนของสหรัฐเองก็มีการเตรียมงาน และแน่นอนว่า ถ้าเรามีการติดในเรื่องขั้นตอนรายละเอียด ก็ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ ให้ชี้แจงไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันว่าเราติดปัญหาในเรื่องขั้นตอนอย่างไร เพราะเราเองก็ต้องเรียนว่าเราก็ต้องทำทั้งสองส่วน ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างและประเทศที่ต้องสื่อสารให้มีความเข้าใจสอดคล้องกัน ขณะเดียวกันก็ต้องดูรายละเอียดของประเทศว่ามีปัญหาอุปสรรคหรือข้อห่วงใยอะไร และขั้นตอนในเนื้อหาของกฎหมายว่าต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้อง”นายกฯ กล่าว

                      เมื่อถามว่าทางนาซ่าขีดเส้นตายให้ไทยให้คำตอบภายในวันที่ 26 มิถุนายน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เดี๋ยวเราคงต้องเข้าไปหารือ เชื่อว่าทางสหรัฐอเมริกา น่าจะเข้าใจในขั้นตอนของเรา” เมื่อถามว่ามีบางฝ่ายติดใจว่าหากไทยได้ประโยชน์จริงทำไมไม่เปิดข้อตกลงร่วมกัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น เปิดแน่นนอน ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะเรื่องทุกอย่างตรงไปตรงมาไม่มีอะไรเลย”

                      “ ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลที่ผ่านมา เราเองก็ได้ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์เข้ามาชี้แจง เพราะว่าตัวนี้ที่ถามว่ายังไม่มีรายละเอียดเพราะว่าต้องให้คณะทำงานในการหารือกันก่อนว่า เราจะมีขั้นตอนเนื้อหา การสำรวจที่ไหนอย่างไร ถ้าเมื่อมีคำชี้แจงแล้ว ก็พร้อมให้คำชี้แจงไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างก็เป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมาอยู่แล้ว และเราก็คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักอยู่แล้ว”นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าว

                      เมื่อถามว่าถ้าจำเป็นต้องเข้าสภาตามมาตรา190 รัฐบาลพร้อมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “พร้อมค่ะ พร้อมค่ะ พร้อม” อันนี้เราต้องยืนยันว่าจะปฏิบัติตามขั้นตอน แต่แน่นอนว่าจะต้องนำเข้าคณะรัฐมนตรีแน่นอน ส่วนจะวันอังคารที่ 26 นี้เลยหรือไม่ยังไม่ทราบ เพราะเดิมทีกระทรวงต่างประเทศแจ้งมา รัฐบาลก็อยากให้ทำความเห็นก่อน และเราก็ให้ส่งความเห็นไปถามกฤษฎีการไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ถ้าทำความเห็นครบเมื่อไหร่ก็เข้ามาในครม.ได้ ส่วนสภาก็ขึ้นอยู่กับทางกฤษฎีกา กับกระทรวงการต่างประเทศ ที่ต้องให้ความเห็นว่า นำเข้ารัฐสภาตามขั้นตอนตามกฎหมายหรือไม่

                      “ ในการชี้แจงพี่น้องประชาชน สื่อมวลชนหรือทุกท่านที่อยากทราบอันนี้เรายินดีอยู่แล้ว หลังจากที่เราต้องมีข้อสรุปก่อน เพราะการที่เราแจ้งเร็วไป ถ้าเกิดไม่ถูกต้อง ก็จะเสียด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แน่นอนว่า เราต้องประคองทั้งสองส่วน แต่ไม่มีอะไรปิดบังแน่นอน”นายกฯ กล่าว

                      เมื่อถามว่าแสดงว่าวันนี้เรายังบอกไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าจะมีข้อสรุปเมื่อไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังเร่ง เพราะว่า วันนี้ได้มอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงการต่างประเทศ หารือในรายละเอียดว่า จะเร่งดำเนินการในขั้นตอนต่างๆมีข้อสรุปอย่างไร ซึ่งจริงๆแล้ว หลักการรัฐบาลให้ว่าเป็นประโยชน์ แต่เรายังต้องดูในเนื้อหารายละเอียดว่าเราจะสำรวจอย่างไร ที่ไหน ขั้นตอนวิธีการ และสถานที่ที่จะใช้

 

ผบ.ทร.เชื่อเป็นประโยชน์สหรัฐตั้งศูนย์ช่วยน้ำท่วมอู่ตะเภา


               ที่กองบัญชาการกองทัพบกพล.อ.จิ้ง จื่อ หยวน และผบ.กองบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 2 กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน พร้อมคณะรวม 10 นาย เดินทางเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองทัพบกระหว่างวันที่ 21-25 มิ.ย.นี้ โดยมีพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ให้การต้อนรับและนำพล.อ.จิ้ง จื่อหยวน วางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 5 ) ก่อนเข้าเยี่ยมคำนับและหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นทางราชการกับผบ.ทบ.เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนทางด้านการทูตทหาร ด้านการฝึก ศึกษา และการฝึกร่วมผสมไทย-จีนในรหัส Strike หลังจากที่ในช่วงเช้าคณะของพล.อ.จิ้ง จื่อหยวน ได้เข้าพบหารือกับพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมที่กระทรวงกลาโหมมาแล้ว

               จากนั้นพ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศกองทัพบก ในฐานะรองโฆษกกองทัพบกด้านต่างประเทศ เปิดเผยผลการหารือว่า ไม่มีการหารือเรื่องการที่นาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภา มีเพียงวาระเพิ่มพูนความร่วมมือ แลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับเพื่อให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น รวมไปถึงการฝึกศึกษาร่วมกัน ที่ในอนาคตจะฝึกในเชิงรักษาสันติภาพในลักษณะทวิภาคภายใต้รหัสการฝึกใหม่ เพื่อมนุษยธรรม นอกจากนี้จะมีการศึกษาเทคโนโลยีทางด้านอาวุธ เช่น จรวดหลายลำกล้องและยุทโธปกรณ์ของจีนที่เรามีประจำการอยู่ พร้อมกันนี้ สาเหตุที่ต้องให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก เป็นผู้ต้อนรับนั้นเป็นขั้นตอนพิธีการทูต เนื่องจากผบ.หน่วยบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 2 มีฐานะเทียบเท่ากับผบ.เหล่าทัพใดเหล่าทัพหนึ่งของจีน ซึ่งการจัดลำดับการต้อนรับเป็นไปตามความเหมาะสมและขั้นตอนพิธีการทูต

               ด้านพล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯขอใช้อู่ตะเภาเพื่อสำรวจสภาพอากาศว่า การใช้อู่ตะเภามีกฏระเบียบ มาตรการต่าง ๆ เมื่อเครื่องบินขึ้นลง หรือบินผ่านน่านฟ้าจะต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งโครงการการจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (HADR) มีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและในหลักการถือว่า เป็นประโยชน์ที่ตนทราบคือ จะเป็นศูนย์ชั่วคราวจะเป็นประโยชน์เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจะทำได้อย่างทันเวลา และเครื่องมือสนับสนุนที่จะนำมาใช้นับว่าเป็นประโยชน์

               เมื่อถามว่า ส่วนตัวเห็นด้วยหรือไม่ที่นำเรื่องเข้าที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณา พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องที่เป็นประโยชน์ ก็นับว่าเป็นประโยชน์ และเป็นผลดี

               เมื่อถามย้ำว่า การนำเรื่องเข้าครม.จะช้าไปหรือไม่ เพราะทางสหรัฐฯมีกำหนดระยะเวลาให้ทางไทยพิจารณาและหากยกเลิกโครงการนี้ไปจะเป็นผลดีหรือผลเสีย พล.ร.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ทราบ ในส่วนของ HADR ทางสหรัฐฯจะเข้ามาสำรวจในห้วงที่มีการฝึก ก็จะมีหัวข้อนี้เข้ามาร่วมให้ตรวจสอบด้วย ทั้งนี้เท่าที่ตนทราบตรงกับที่รมว.กลาโหมได้ชี้แจงไปแล้วและพล.อ.มาร์ติน อี เดมพ์ซี่ย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วม ได้ชี้แจงไปแล้วไม่เกี่ยวกับกรอบระยะเวลา

 

'ยิ่งลักษณ์'รอศาลตัดสิน'เก่ง'ยังกั๊กส่งใครลงแทน

                      น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความคืบหน้าการคัดเลือกบุคคลลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนนายการุณ โหสกุล ที่ถูก กกต.ให้ใบแดงว่า เรื่องดังกล่าวคงต้องรอข้อสรุปและผลการวินิจฉัยตัดสินของศาล และเมื่อมีข้อสรุปออกมาอย่างไรทางคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ก็จะมีการพิจารณากันอีกครั้ง

                      ผู้สื่อข่าวถามว่าระหว่างนายจตุพร พรหมพันธุ์ กับนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ พรรคจะพิจารณาส่งใครลงสมัคร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ ไม่ทราบเลย ดิฉันก็เพิ่งทราบจากสื่อหนังสือพิมพ์เหมือนกัน”

 

กตช.ไฟเขียวขึ้นเงินเดือนตร.ชั้นประทวน

                      น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(กตช.) ครั้งที่ 2/2555 ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง

                      จากนั้นพล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการประชุม ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ชมเชยพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ที่มีความเด็ดขาดที่ได้ยกเลิกการสอบนายสิบ ซึ่งพบหลักฐานความผิดเชื่อมโยงทั่วประเทศ ถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะไม่ให้คนทุจริตเข้าเป็นข้าราชการ และฝากย้ำ เรื่องบูรณาการในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัด ตามที่ได้มอบนโยบายไปแล้ว 4 เรื่อง ให้ดำเนินการเข้มงวด คือ เรื่องยาเสพติด ปราบปรามการทุจริต ดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชน เช่น หากมีการชุมนุมร้องเรียนใดๆต้องไม่ให้มีการปิดถนน หากมีการปิดถนนให้ผวจ.-ผู้การฯ ไปเจรจาเฉพาะกรณีที่กลุ่มนั้นๆทำตามกติกาคือ อยู่ในจุดที่กำหนด ส่งตัวแทนมาพบ หากปิดถนนจะไม่มีการเจรจาเด็ดขาด และเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เป็นหนึ่งในเรื่องหลักที่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปประสานงานต่อเพิ่มเติม

                      พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่าจากการประชุมครม.สัญจรที่ชลบุรี นายกฯได้มอบให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาหาแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการกรณีนักท่องเที่ยวที่เดือดร้อนจากการเรียกค่าบริการเช่น เจ็ทสกี และอื่นๆ ให้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว นอกจากนี้นายกฯยังแสดงความเป็นห่วงกรณีอาวุธปืน ทั้งปืนเถื่อน และการพกปืนไปในที่สาธารณะถือเป็นมูลเหตุสาธารณะ ซึ่งผบ.ตร.ได้รายงานให้นายกฯทราบว่าเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาได้เร่งระดมเรื่องการตรวจจับอย่างจริงจัง ต่อเนื่องเพราะถือเป็นต้นเหตุสำคัญของอาชญากรรม

                      พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า นายกฯสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการเชื่อมโยงโรงพยาบาลในสังกัดตำรวจเข้ากับกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องอุปกรณ์การแพทย์ พยาบาล ที่จะตอบสนองให้สามารถขยายการให้บริการไปสู่ประชาชนได้รับประโยชน์ได้มากที่สุด รวมถึงการปรับปรุงอัตราแพทย์ พยาบาลให้มีจำนวนเพียงพอต่อการให้บริการ

                      ส่วนมติที่ประชุมก.ต.ช.นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ได้รับทราบกรณีที่ครม.มีมติเพิ่มอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเพิ่มใหม่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 55-59 จำนวน  5 ปี รวม 2.5 หมื่นอัตรา (5,000อัตรา/ปี) ซึ่งนายกฯได้ให้ความสำคัญของตำรวจชั้นประทวน ซึ่งปัจจุบันมีอัตรากำลังอยู่แค่ 60% ตามอัตราที่กำหนด และเรื่องการคืนอัตราจากการเกษียณปี 53-56 จำนวน 9,004 อัตราและให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายนโยบายกำลังพลภาครัฐไปพิจารณา โดยเบื้องต้นคืนอัตรา 1,838 อัตรา ส่วน 12 อัตราคืนกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมไป

                      นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบเรื่องแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยนายกฯเป็นห่วงกรณีที่ข้าราชการตำรวจได้รับการพัฒนาระหว่างปีน้อย ดังนั้น ให้นโยบายมาว่า ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 50% ต้องได้รับการอบรม ดังนั้นสำนักงานตำรวจฯจึงจัดงบฯตั้งแต่ปี 55 เป็นต้นไปว่า ตำรวจต้องได้รับการอบรมอย่างน้อยปีละ 60% ไว้แล้ว

                      กตช.ยังได้มีมติให้สำนักงานตำรวจไปพิจารณา แผนการพัฒนาในภาพรวมของส.ต.ช.ทั้งหมดให้ครอบคลุมกิจกรรมทั้งอาชญากรรม การสืบสวนสอบสวน การให้บริการประชาชน งานบริหารจัดการ การจราจร และตำรวจชุมชนสัมพันธ์ และที่ประชุมกตช.ยังได้อนุมัติการกำหนดตำแหน่งนายตำรวจระดับผู้บังคับการขึ้นไป (พล.ต.ต.ขึ้นไป) โดยมี 2 กลุ่ม คือ เห็นชอบกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับเทียบเท่าผู้บังคับการหรือยศพล.ต.ต.ทั้งหมด 14 ตำแหน่ง ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บชภ.1-9 ศูนย์ปฏิบัติตำรวจชายแดนภาคใต้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ กตช.ยังให้ความเห็นชอบกำหนดตำแหน่ง ผู้บังคับการกองบังคับการสกัดกั้นยาเสพติด กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 1 ตำแหน่ง