ข่าว

'สุกำพล'ยืนกรานไม่ขายชาติให้นาซ่า

'สุกำพล'ยืนกรานไม่ขายชาติให้นาซ่า

22 มิ.ย. 2555

'สุกำพล'ลั่นไม่ขายชาติให้นาซ่าใช้'อู่ตะเภา'ขอให้ไว้ใจทำเพื่อชาติ รับเสียดาย-น่าอายหากนำเข้าครม.ไม่ทัน ทำ'นาซ่า'เปลี่ยนใจ เผย'มะกัน'ใช้เงิน 30 ล้านเหรียญฯวิจัย 2 เดือน ด้าน'มาร์ค' แนะรัฐบาลแจง 'นาซ่า' หากไม่อนุมัติเพราะเหตุติดขัดอะไร ขณะที่' ปู'ไม่ตอบ 'ร

                 22 มิ.ย.55 พล.อ.จิ้ง จื่อ หยวน (Gen. Jing  Ziyuan)  สมาชิกกรรมาธิการทหารกลางสาธารณประชาชนจีน  (สปจ.) และ ผบ.กองบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่  2 กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน พร้อมคณะ  เข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล  สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะหารือข้อราชการและ กระชับความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสองประเทศ จากนั้น นายแอนดรู แชปพิโร่ ( Mr. Andrew Shapiro)  ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ด้านการเมือง การทหาร ของสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย นางคริสตี้ เคนนี่ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ได้เข้าพบเป็นคณะต่อไป

                 ภายหลังการหารือ พล.อ.อ.สุกำพล  เปิดเผยว่า   ในการเข้าพบคณะของจีนได้คุยเรื่องการจัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  (HADR)  ซึ่งเราบอกว่าไม่มีปัญหา และจีนสามารถเข้าร่วมได้ เพราะการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ใช่เฉพาะแค่ไทยกับสหรัฐฯ เท่านั้น  อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการพอสมควร เพราะเราต้องฝึกคอบร้าโกลด์  ซึ่งทางกองทัพจีนมีส่วนร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่แล้ว ถ้าประเทศไหนจะเข้าร่วมด้วยก็ยินดี  ความจริงเราขอสหรัฐฯไปเองตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมปีที่ผ่านมา ต่างชาติเข้ามาช่วยมาก และไม่มีแบบฉบับอะไรแต่ต่อไปถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นในเขตนี้อีกทีจะต้องมีการตั้งกติกาขึ้นมาเป็นสากลที่ทุกชาติยอมรับ  หากจะเข้ามาช่วยในไทยต้องทำอย่างไรบ้าง ด้วยความรวดเร็ว และความเข้าใจเสมอกัน  ทั้งนี้ จีนไม่ได้ถามเรื่องนาซ่า เพราะเขาเข้าใจ   

                รมว.กลาโหม กล่าวว่า  ส่วนกรณีของนาซ่านั้นคณะของผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศและทูตสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ชัดเจนแล้ว เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะตัดสินใจในสัปดาห์หน้า  ทั้งนี้สหรัฐฯมาเยี่ยมปกติ พูดเรื่องความสัมพันธ์ทั่วไป ไม่ได้เร่งเรื่องของนาซ่าเพราะไม่ใช่หน้าที่ของเขา  สหรัฐฯไม่พูดมากเหมือนไทย เขาพูดทีเดียวรู้เรื่อง เราพูดกันสิบครั้งยังไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้อย่าไปมองว่าถ้าเรื่องนี้ไม่เข้าครม.จะเป็นอย่างไร  อย่าไปคาดการณ์ไปในทางที่ไม่ดี  อย่าไปพูดถึง  ส่วนที่สหรัฐฯ ขู่ว่าถ้าทำเรื่องไม่ทัน นาซ่าจะไม่เข้ามาใช้อู่ตะเภานั้น นายสุรพงษ์  โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ประกาศอย่างชัดเจน และทูตสหรัฐฯก็ชี้แจงชัดเจนว่า ถ้าเรานำเรื่องเข้าครม.ไม่ทัน เขาก็เตรียมตัวไม่ทัน เพราะเขามีแผนงานประจำปีเขาอยู่แล้ว ถ้าเราช้า เขาเตรียมตัวไม่ทัน ก็คงไปทำที่อื่น ซึ่งก็น่าเสียดายและน่าอาย 

                พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวยืนยันว่า  สหรัฐฯไม่ได้กดดันไทย อย่าไปมองในแง่ไม่ดี เขามีแผนงานประจำปี  ถ้าตรงนี้ทำให้เสียไปทั้งแผนก็ต้องไปที่อื่น อย่ามองว่ากดดัน  ทั้งนี้ยืนยันกับสหรัฐฯไม่ได้ว่าจะยื่นเรื่องเข้าครม.ได้ทันตามกำหนดหรือไม่  เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลยืนยัน แต่ส่วนของเราเห็นด้วย เพราะรู้ว่ากรณีของนาซ่า ไม่ได้มีเรื่องความมั่นคงเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนคณะทำงานร่วมไทย-สหรัฐ กรณีอู่ตะเภาที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการในรายละเอียดนั้น ก็มีคนของกระทรวงกลาโหมอยู่ ซึ่งคงจะเป็นทหารอากาศ และทหารเรือ  เพราะทหารเรือเกี่ยวข้องเรื่องสถานที่ ทหารอากาศดูอุปกรณ์  คงจะมีการเสนอกันมาเองในระดับผู้ใหญ่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีการเรียกประชุมไปแล้ว ซึ่งคณะทำงานมีหน้าที่ประสานกับคนที่จะมาว่าจะทำอะไรบ้างในรายละเอียด  เพราะการตรวจสอบได้เกิดขึ้นแล้ว กระทรวงกลาโหมได้ส่งข้อคิดเห็นไปยังเลขาธิการครม.เพื่อประกอบการพิจารณาแล้วเช่นกัน  ซึ่งสรุปว่ากระทรวงกลาโหมเห็นด้วยที่นาซ่าเข้ามา ด้านความมั่นคงไม่มีปัญหา  ส่วนเรื่องด้านอื่นเป็นเรื่องที่หน่วยอื่นส่งเข้ามา

                “ยืนยันสหรัฐฯเข้ามา ไม่มีอะไรแอบแฝง ถ้ามองแต่ในแง่นี้ก็ไม่ต้องคบใครต่อไปนี้ ห้ามใครมา ไม่ต้องพบใครเลย อย่างกัมพูชา สิงคโปร์ เครื่องบินไม่ได้ลงไป เขาบินเหนือน่านฟ้าตลอด เขายังให้เลย  น่ากลัวกว่าไหม ส่วนกรณีที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เกรงว่าสหรัฐฯ แอบแฝงนำขีปนาวุธนนั้น  มันจะแบกมายังไง  ผมยังไม่เข้าใจ  แม้ท่านเคยเป็นซีไอเอเก่า  ทหารอากาศเก่า แต่ไม่น่าจะเป็นขนาดนั้น  ไม่มีหรอกครับ” พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว

                พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า ถ้านาซ่าไม่ทำตามข้อตกลงเราสามารถยกเลิกการใช้อู่ตะเภาได้ ประเทศไทยมีอธิปไตย  ถ้าทำเกินกว่าตกลง เราก็ยอมไม่ได้  เราต้องเป็นตัวของตัวเองในเรื่องนี้  คนเราตกลงไว้เรื่องอะไร ก็ต้องคุยในเรื่องนั้น  มั่นใจว่าไม่มีเรื่องความมั่นคงหรือมาซ่อนเร้น  ถ้าเราคาดการณ์และคิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเป็นอย่างนี้ แล้วไม่เอาเลยมันไม่ฉลาด  เราก็ไม่ต้องมีเพื่อนเลย ไม่ต้องให้ใครเข้ามา  ซึ่งเราอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก  ส่วนที่กำหนดว่า สหรัฐฯจะเข้ามาใช้ในงานด้านวิจัย 2 เดือนจะยืดออกไปได้หรือไม่นั้น ทางสหรัฐฯ เขาก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง  เช่นมีวงเงิน 30 ล้านเหรียญฯ หากต้องยืดโครงการออกไปมันก็คงต้องใช้เงินอีกหลายล้านเหรียญฯ และเราจะให้เขายืดต่อเวลาหรือไม่  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ของเราจะตอบได้ สมมุติเขาขออยู่ต่อ ก็ต้องพิจารณากันภายหลัง

                “ผมเดาว่าเรื่องนาซ่า เสร็จแล้วก็หายไป อยู่ 2 เดือนแล้วก็หายไป ก่อนจะเข้ามาเหนื่อย คือเรื่องไม่เป็นเรื่อง ผมเข้าใจเรื่องความห่วงใย  แต่มากเกินไปจนทำอะไรไม่ได้  ขอให้ไว้ใจผมบ้างซิ เรื่องความมั่นคง ผมไม่ใช่คนที่จะไปขายชาติ ขายประเทศ  คงไม่ใช่จะให้เขามาตั้งขีปนาวุธ  อย่าพูดให้ง่าย  พูดแล้วคิดนิดนึง  พูดแล้วไม่คิดแล้วก็จะเสียหมด  วันนี้ผู้สื่อข่าวกับผมรู้เท่ากัน  ผมไม่ได้กั๊กอะไรไว้เลย  ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับนาซ่าเขาเลย  ส่วนสัญญาจะมีหรือไม่ ตนไม่รู้ เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ  ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็น agreement สั้นๆ ระหว่างสองฝ่าย คงเปิดเผยได้ไม่มีปัญหา เพราะเป็นแค่เส้นทางการบิน และมีอุปกรณ์อะไรบ้าง อย่าไปคิดว่าเขาจะซ่อนอาวุธ มีแผนการอะไร”รมว.กลาโหม กล่าว

                รายงานข่าวแจ้งว่า  ในการหารือกับ พล.อ.จิ้ง จื้อ หยวน นั้น  ทางจีนไม่ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับ นาซ่า จะขอใช้สนามบินอู่ตะเภา แต่ทาง รมว.กลาโหมของไทยได้ชี้แจงยืนยันว่าจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพและจะไม่ให้นำอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารเข้ามาภายในประเทศ ทางจีนได้ขอบคุณไทยที่เข้าใจปัญหาของจีน ตั้งแต่กรณีของเกาะฮ่องกงที่ยังไม่ลงตัว  ปัญหาพิพาทของหมู่เกาะสแปร็ตรี่  ซึ่งจีนชื่นชมไทยว่าเป็นมิตรแท้กับอาเซียนและเป็นมิตรที่ดีกับจีนโดยตลอด  

                ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.จิ้ง จื่อ หยวน ผู้บัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ 2 ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนและคณะเดินทางเข้าพบว่า การที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านต้องยึดหลักของความไว้วางใจ รวมทั้งต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันรวมทั้งการกระทำความร่วมมือต่อกันก็ต้องผ่านขั้นตอนกฎหมายของแต่ละประเทศ เพราะกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ซึ่งจะต้องมีการร่างข้อตกลงร่วม รวมทั้งต้องมีการฝึกร่วมเป็นแนวทางต่าง ๆ เรื่องนี้มันอยู่ในขั้นตอน หากเราพูดมากมายก็จะไม่จบ เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนที่รัฐบาลได้ชี้แจงแล้วว่าตามกฎหมายเป็นอย่างไรและมีคณะทำงานตรวจสอบทั้งในเรื่องความมั่นคงและทุกมิติ ประเด็นสำคัญคือ สิ่งใดก็ตามที่เป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับต่างประเทศยังคงจำเป็นต้องมีอยู่ แต่จะมีอย่างไรก็อยู่ที่ข้อตกลง สิ่งใดก็ตามที่เราเกรงว่าจะเกิดผลกระทบเราก็ร่างไว้ในข้อตกลงมันก็จะควบคุมได้ในระดับหนึ่ง ตนคิดว่าก็ต้องพยายามทำกันไป เพราะเรื่องการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศมันหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเราเป็นประเทศอาเซียนแล้ว ต้องมีความใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม ดังนั้นกรณีเช่นนี้ก็จะเกิดมากขึ้น เป็นการดีที่ทุกคนจะช่วยเข้ามาคิดและทำแต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องทำตามขั้นตอนในปัจจุบันอยู่แล้ว

                “การเดินทางของ พล.อ.จิ้ง จื่อ หยวน ในครั้งนี้ได้มีการตกลงล่วงหน้ามานานแล้ว เพราะทุกครั้งที่เราเดินทางไปประเทศจีนเขาก็เพิ่มเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี การเดินทางไปเยี่ยมเยือนต่างประเทศก็มากขึ้นตามลำดับ และรมว.กห.จีนก็กล่าวอยู่เสมอว่าการแก้ไขปัญหาใด ๆ ก็ตามของจีนจะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยการเยี่ยมเยือนพูดคุยพบปะทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ ที่ผ่านมาเขาก็มีบทบาทหลายบทบาทเพิ่มเติม ทั้งเรื่องการช่วยเหลือภัยพิบัติ แม้กระทั่งในไทยที่ผ่านมาและการจัดกำลังไปช่วยรักษาสันติภาพในซีกโลกต่าง ๆ ตามมติขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาระหว่างกัน และการมาเยือนของผู้นำจีนครั้งนี้เป็นการมาในฐานะนายทหารชั้นผู้ใหญ่กุมกำลังที่มีความสำคัญของกองทัพจีน และมาเยี่ยมเยือน ทั้งนี้คงมีการหารือเรื่องการพัฒนากองทัพและความร่วมมือเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ และเรื่องการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งเป็นการพูดคุยในระบบของทหาร คงไม่มีเรื่องอื่น คิดว่าคงไม่พูดกัน ตนอยากถามว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของใคร สหรัฐอเมริกาติดต่อมาทางไหน ติดต่อมาทางรัฐบาลใช่หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ ขอให้สื่อถามให้ตรงเพราะไม่ใช่เรื่องที่ตนจะไปพูดจาเพราะไม่ใช่ประเด็น”ผบ.ทบ.กล่าว

                เมื่อถามว่าในฐานะที่ดูแลความมั่นคงมีความเป็นห่วงในบางประเด็นที่ไม่สบายใจ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ใครไม่สบายใจ ตนยังไม่เคยพูดว่าไม่สบายใจ ข่าวมาจากใครก็ไปหาคนที่บอก การทำงานจะทำด้วยความไม่สบายใจไม่ได้ ต้องทำงานด้วยความสบายใจ ถ้าไม่สบายใจก็อย่าทำ ดังนั้นอย่ามาคิดแทนตน หากมีอะไรไม่สบายก็แสดงให้สังคมได้รับรู้รับทราบว่าเรากำลังดำเนินการอะไร ไม่ว่าจะอะไรก็ตามเราจะไม่ปล่อยให้ต่างประเทศมากระทำได้คนเดียว เราก็ต้องไปทำด้วย การจะขึ้นจะลงก็ต้องขออนุญาตและขออนุมัติ ถ้าอะไรที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงก็ยกเลิกการทำดังกล่าว ก็จบแค่นั้น อย่างไรก็ตามก็ต้องระมัดระวัง และตนก็ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องของประเทศชาติ อะไรที่เป็นผลประโยชน์และจะเสียผลประโยชน์เราก็ต้องช่วยกันดูแลและเคารพกติกาว่ามีกติกาในการทำงานอย่างไรในแต่ละเรื่อง

                “ถ้าอะไรทำไม่ได้ทุกอย่างก็ไม่ต้องไปคบกับใคร เราระแวงไปทุกเรื่องไม่ได้ แต่เราจะรักษาอธิปไตยและประเทศชาติของเราให้ได้ผลประโยชน์อย่างไร ดังนั้นการคบกับทุกประเทศจะต้องได้ผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ่าย ซึ่งเป็นหลักการแต่ก็ต้องหาวิธีการว่าจะต้องทำอย่างไร ซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่จะต้องศึกษาหารือในรายละเอียด เพราะตอนนี้อยู่ในขั้นตอน "ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็เลิก" ก็เท่านั้น ถ้าทำได้ก็มาหากติกากันต่อไปว่าจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เราเสียประโยชน์อย่างที่ทุกคนเป็นห่วง ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณสื่อและทุกคนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ในเมื่อให้เกียรติพวกเราเป็นฝ่ายความมั่นคงก็ต้องไว้ใจฝ่ายความมั่นคง เพราะเราก็ต้องดูในทุกมิติเหมือนกัน ขณะนี้เรามั่นใจว่าเรายังไม่เสียอธิปไตยใด ๆ ให้กับประเทศใดในการตกลงทั้งสิ้น เราเป็นทหารต้องระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                 เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดการต่อต้าน เพราะมีหลายกลุ่มไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะฝ่ายค้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้นำเหตุผลมาต่อต้านกัน เราไม่ได้ว่าอยู่แล้วเพราะเป็นกระบวนตามประชาธิปไตย ซึ่งตนก็ไม่ได้ห้ามว่าใครจะต่อต้านแต่ขอให้มีเหตุมีผลและมีความชอบธรรมถูกต้องตามกฎหมาย อย่านำทหารไปโยงใยเพราะทหารเป็นกลไกส่วนหนึ่งในการดำเนินการ

 

 

"มาร์ค" แนะรัฐบาลแจง "นาซ่า" หากไม่อนุมัติเพราะเหตุติดขัดอะไร


                 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการที่องค์การนาซา ระบุว่าหากไทยไม่อนุมัติการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ก็จะถอนโครงการออกไปนั้น ว่า รัฐบาลต้องตอบทางสหรัฐฯ ไปให้ชัดว่า กระบวนการที่จำเป็นต้องใช้เวลา ถ้าพูดกันว่าในทางเทคนิคมีความจำเป็นอะไรนั้น ก็ต้องอธิบายกันมา แต่คงไม่ใช่ลักษณะที่จะมาใช้วิธีการที่เหมือนกับกดดัน ฉะนั้นตรงนี้มันจะต้องมีการทำความเข้าใจกันให้ชัดเจน ความล่าช้าที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร  แต่หากจะใช้ลักษณะเหมือนกับกดดันบอกว่าต้องตอบภายในวันเท่านั้นเท่านี้ เป็น deadline โดยที่ไม่มีเหตุผลทางเทคนิค ตนฟังว่าไม่ใช่ความร่วมมือเท่าไหร่
 
                 นายอภิสิทธิ์ ยังระบุให้รัฐบาล เปิดเผยข้อตกลงในรูปแบบไหนอย่างไร  ทุกคนก็จะมองเห็นว่ามีอะไร แล้วถ้าไปทำนอกเหนือข้อตกลงก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป แต่ถ้าเปิดเผยมาแล้วมีมากไปกว่าที่รัฐบาลพูด หรือมีผลกระทบเชิงความมั่นคงอะไร มันก็ต้องว่ากันตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ตนก็ไม่เห็นมันเป็นเรื่องยากเย็นอะไร หากเราเห็นข้อตกลงก็จะรู้เลยว่า ตกลงมีการสงวนสิทธิ์หรือไม่ว่า คนไทยหรือเจ้าหน้าที่ไทยไม่สามารถที่จะเข้าถึงอะไรได้บ้าง อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ที่เข้ามามีอะไรอย่างไร มันก็เกิดความโปร่งใสชัดเจน แต่รัฐบาลเองพอเวลาถูกถามกลับไม่ชี้แจงว่ามันคืออะไร กลับพยายามเบี่ยงประเด็นบอกว่าเรื่องนี้ไปเกี่ยวกับรัฐบาลเก่า ตอนนี้ก็ไปเอาเรื่องของ  GISTDA ขึ้นมา  ขณะที่สหรัฐฯ แถลงรู้สึกว่าเขายังไม่ได้พูดถึงหน่วยงานฝ่ายเราด้วยซ้ำ แล้วก็ทำไมถ้าเกิดเรื่องนี้เกี่ยวกับ GISTDA แล้ว GISTDA เพิ่งโผล่มาทีหลัง ทำให้มันชัดเจนซะมันก็จบ แต่แปลกที่ว่าไม่สามารถที่จะอธิบายข้อเท็จจริงที่เป็นพื้นฐานออกมา ตรงไปตรงมาได้

 

 

"นายกฯ" ไม่ตอบ "รมว.ต่างประเทศ" รายงานเรื่อง "นาซ่า" หรือยัง

 
                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานให้ทราบถึงท่าทีของนองนาซ่าหรือยัง  พร้อมกับเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ในทันที เพื่อพบกับคคณะนิสิตปริญญาเอกจาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ ซึ่ง นายอดิศร เพียงเกษ เป็นที่ทำมา