ข่าว

'เด็จพี่'ยื่น'ปู'ตรวจโกงงบไทยเข้มแข็ง

'เด็จพี่'ยื่น'ปู'ตรวจโกงงบไทยเข้มแข็ง

22 มิ.ย. 2555

'พร้อมพงศ์'ยื่น'ยิ่งลักษณ์'ตรวจโกงงบไทยเข้มแข็งยุค'ปชป.' เผย'นายกฯ'รับลูกสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องสอบแล้ว ยันรบ.พร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ

             เมื่อเวลา 09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงปรากฏว่า นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายประแสง มงคลศิริ คณะทำงานตรวจสอบการทุจริต 172 โครงการ พรรคเพื่อไทย ที่มารอพบอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าได้ยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบโครงการเงินกู้ SP2 ไทยเข้มแข็ง ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

             ทั้งนี้ โดยเอกสารที่ นายพร้อมพงศ์ ยื่นถึงนายกฯ ระบุว่า ได้สืบสวนข้อเท็จจริงพบข้อมูลการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างชัดแจ้งในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ วงเงินงบประมาณ 5,300 ล้านบาท โดยเครือข่ายอิทธิพลประกอบด้วย นักการเมือง ข้าราชการและพ่อค้าร่วมมือเบียดบังภาษีของประชาชน ท้าทายกฎหมายอย่างไม่เกรงกลัวความผิด จนนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีอาญาและสอบวินัยร้ายแรงกับข้าราชการระดับสูง 2 ราย

             “การทุจริตในโครงการดังกล่าว มีผลทำให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาในสังกัดกว่า 400 วิทยาลัยทั่วประเทศต้องรับครุภัณฑ์ที่มีปัญหามากมายทั้งคุณภาพและราคา ส่งผลให้บรรดาครู-อาจารย์ได้พากันร้องเรียนพร้อมส่งเอกสารหลักฐานการทุจริตมาจำนวนมาก แต่ข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องก็ได้พยายามใช้อำนาจหน้าที่ของตนในการปกปิดและทำลายเอกสารหลักฐานที่จะมัดตัวผู้กระทำผิด ” นายพร้อมพงศ์ ระบุ

             นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า เมื่อฝ่ายค้านเตรียมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็ได้ตรวจสอบโครงการเพื่อให้เห็นเพื่อให้เกิดผลดีกับประชาชน ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเพิ่งจะมาตรวจสอบนั้น ยืนยันตนตรวจสอบมาตั้งแต่ตอนที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน แต่ก่อนหน้านั้นเป็นการดำเนินการด้านเอกสารที่ยังไม่ชัดเจนและการจัดซื้อก็ทยอยมาเรื่อยๆ แต่ความชัดเจนล่าสุดในปีนี้ 2555 เมื่อเอกสารงบฯมันผูกพันกับรัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลนี้ก็ต้องส่งครุภัณฑ์เข้าไปจึงเห็นได้ชัดว่าเป็นการวางแผนโกงข้ามรัฐบาลทั้งที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง

             “ ท่านนายกฯรับเรื่องแล้วท่านบอกว่าจะเร่งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เข้าไปดูเรื่องนี้ เพื่อหาคนผิด เพราะไม่เช่นนั้นเม็ดเงินภาษีของประชาชนจะถูกนำไปใช้ในการส่อไปทางทุจริต” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 

 

"พร้อมพงศ์"ยันรบ.พร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ

               เมื่อเวลา 9.45น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังเปิดประชุมรัฐสภาสมัยหน้า ว่า ตอนนี้ทางพรรคเพื่อไทยมีความพร้อม เพราะรัฐบาลบริหารงานมาแค่ 10 เดือนเศษ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่ารัฐบาลที่นำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ยังไม่มีข้อบกพร่อง และไม่มีปัญหาในเรื่องของการทุจริต เพราะฉะนั้นการที่ฝ่ายค้านจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเชื่อว่ารัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยมีความพร้อม และเตรียมข้อมูลไว้แล้ว ซึ่งถือว่าการที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบรัฐบาลนั้นก็เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่แทนประชาชน

             ส่วนกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติระดับภูมิภาค และให้องค์การนาซ่าใช้อู่ตะเภาจัดตั้งศูนย์ศึกษาชั้นบรรยากาศ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนแปลกใจว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และนายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องของสนามบินอู่ตะเภานั้นเป็นเรื่องของการใช้เพื่อภัยธรรมชาติ หรือเป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับนาซ่า และไม่เข้าข่าย มาตรา190 แต่ปรากฎว่าพอเปลี่ยนรัฐบาลจากที่เคยดำเนินการและมีการทำสัญญาในเรื่องนี้ ก็ความจำสั้นแล้วก็มีการดำเนินการว่าเรื่องนี้ต้องเข้าสู่การเห็นชอบของรัฐสภาตาม มาตรา 190 ซึ่งตนอยากให้ทางพรรคประชาธิปัตย์ เลิกเล่นการเมืองและหันมาเห็นประโยชน์ของบ้านเมือง เพราะวันนี้ในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย กัมพูชา ต่างก็ให้ความร่วมมือ และถือว่าเรื่องการขอใช้สนามบินอู่ตะเภาในการตรวจสภาพภูมิอากาศนี้จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนในการศึกษาเรื่องภัยธรรมชาติ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยเองก็ให้ทาฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วว่าไม่เข้าข่าย มาตรา 190

              “ ในฐานนะที่นายอภิสิทธิ์ เป็นฝ่ายค้านมืออาชีพ ขอให้เล่นการเมืองน้อยๆ หน่อย อย่าดีแต่ค้าน ค้านทุกเรื่องอย่างนี้ไม่ถูก” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

              เมื่อถามว่า การขอใช้สนามบินอู่ตะเภาของนาซ่านั้น เป็นเรื่องที่ควรจะนำเรื่องเข้าชี้แจงกันในสภาจะเป็นทางออกที่ดีกว่าหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ต้องให้ความเชื่อมมั่นกับหน่วยงานความมั่นคง แต่ฝ่ายค้านกลับไม่เชื่อ หลายหน่วยงานก็ชี้แจงรวมทั้งเลขากฤษฎีกาก็เห็นว่าเรื่องนี้ไม่เข้า มาตรา 190 ส่วนเรื่องที่มองว่าต้องให้สภาเห็นชอบนั้นก็เป็นเรื่องของมุมมอง แต่ถ้าเรื่องนี้จะเข้าสภานั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทางรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้ขัดข้อง ทางสหรัฐเองก็ไม่ได้กดดันแต่ก็มีขอบเขตระยะเวลาในการศึกษาเรื่องเมฆและอากาศอยู่




“การุณ”พร้อมชี้แจงศาล ยก“จตุพร”ขึ้นชั้นเป็น“ซุปตาร์”

          นายพร้อมพงศ์  กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบแดงนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ด้วยมติ 3 ต่อ 2 ทำให้หมดสภาพความเป็น ว่า ตอนนี้ขั้นตอนการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรมยังไม่จบ และยังไม่มีการเตรียมคนไว้แทน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ศาลฎีกาไม่เคยตัดสินในเรื่องนี้ และตนค ดว่าจะมีการชี้แจงกันในศาลฎีกาได้ อย่างที่มีกรณีของนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย มาแล้ว
 
          เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีรายชื่อของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ลงชิงเก้าอี้แทนนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการนำเสนอของสมาชิกพรรค และตนมองว่านายจตุพร มีคุณสมบัติที่เหมาะสม และเป็นบุคคลที่เก่งมีความรู้ความสามารถ อีกทั้งยังเป็น “ซุปตาร์” คนหนึ่งที่มีความยอดนิยมในเรื่องการเป็นตัวแทนประชาชน แต่ต้องดูในเรื่องคดีของนายการุณ โหสกุล ก่อนและเชื่อว่าน่าจะชี้แจงกับศาลฎีกาได้โดยฝ่ายกฎหมายจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดในการสู้คดี และถ้าหากว่าสุดท้ายแล้วนายการุณ ถูกตัดสิทธิ์จริงตนคิดว่านี่อาจจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมืองจะมาการพูดโจมตีกระทบกันไม่ได้ เสมือนกับต้องเอาเทปกาวปิดปาก ปราศรัยนโยบายหาเสียงแล้วก็จบแค่นั้นไม่ต้องพูดอะไรต่อ
 
          เมื่อถามว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่สัญญาณปรองดองหรือไม่หากปราศจากการปราศรัยโจมตีซึ่งกันและกัน นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การปราศรัยก็ต้องมีบ้างแต่ว่าเป็นลักษณะของการหมิ่นประมาท แต่กรณีการใส่ร้ายกันในการเลือตั้งนี้ไม่เคยมี ตนได้ศึกษาในเรื่องคำพิพากษาศาลฎีกา รวมถึงคำพิพากษาอื่นคดีเรื่องเกี่ยวกับการปราศรัยโจมตีที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นการฟ้องในคดีหมิ่นประมาทอยู่แล้ว
 
          เมื่อถามว่ากรณีนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องฟ้องกกต.หรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า “ไม่ฟ้องครับ” เรื่องนี้เป็นเรื่องของภาคประชาชน ทางพรรคคงไม่ดำเนินการ แต่ตนห่วงในเรื่องของการพิจารณาคำร้องที่ยังค้างอยู่ และองค์ประชุมกกต.ทั้ง 5 เสียง มาให้ครบก่อนจะใช้ดุลพินิจในการตัดสิน เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไร ต่อไปประชาชนอาจจะมองว่าเป็นสองมาตรฐานได้