ข่าว

ขู่ปลด“ชาติชาย”นัดชุมนุมใหญ่กดดันรัฐบาล

ขู่ปลด“ชาติชาย”นัดชุมนุมใหญ่กดดันรัฐบาล

18 พ.ค. 2552

"ชาติชาย" เปิดปากทุกอย่างแล้วแต่ผู้ใหญ่ตัดสินใจ อ้างไม่เข้าร่วมประชุมพรรคเหตุติดงาน ชี้เป็นบทเรียนในเส้นทางการเมือง

นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกระแสกดดันให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ไม่รู้เรื่องมาก่อน เพราะไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยที่จะพูดคุยกัน เกี่ยวกับความเหมาะสมในตำแหน่ง ซึ่งตนเชื่อมั่นในผู้ใหญ่ของพรรคหลายๆคน ทั้งนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคฯ นายเนวิน ชิดชอบ และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม รวมทั้งอีกหลายคน แต่เวลานี้ขอทำหน้าที่ให้เต็มที่และดีที่สุดก่อน เพราะเมื่อมีโอกาสทำงาน และได้รับมอบหมายให้ทำงานก็ต้องทำให้ดีที่สุด
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการถูกกล่าวหาว่าไม่เข้าร่วมกิจกรรมของพรรค และไม่ให้ความสำคัญกับพรรค นายชาติชาย กล่าวว่า ต้องขอโทษ ที่ผ่านมาตนอาจละเลยต่อการทำกิจกรรมกับพรรค เพราะมัวมุ่งแต่ทำงานในหน้าที่ ทำให้ผู้ใหญ่ที่เคารพหลายคนเข้าใจผิด และไม่เข้าใจ แต่สิ่งต่างๆจะเป็นบทเรียนในการทำงานการเมือง ว่าการเข้ามาทำงานการเมือง ต้องจัดเวลา เพื่อให้เกิดการสมดุลย์ เพราะถ้าทำให้ทุกอย่างเกิดความสมดุลย์ ก็จะสามารถทำงานในหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกร ประชาชน และสังคมได้ เมื่อถามว่า มองอนาคตการเมืองของตัวเองไว้อย่างไร นายชาติชาย กล่าวว่า “ทุกอย่างแล้วแต่ผู้ใหญ่จะตัดสินใจ”

ขู่ปลด“ชาติชาย”นัดชุมนุมใหญ่กดดันรัฐบาล

 นายประพาส  โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาค กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลโดยการนำของนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะได้มีการปรับตำแหน่งนายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกจาก ครม. โดยจะหาผู้อื่นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งเรื่องนี้จะมีผลกระทบกับเรื่องที่สภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาคที่เสนอไปอย่างแน่นอน หากมีการปรับเปลี่ยนจริง ก็จะทำให้งานไม่เดินหน้า

 เพราะที่ผ่านมา นายชาติชาย ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรไปมากแล้ว และถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ หรือเพียงการไปจัดซื้อที่ดิน เพื่อจัดสรรให้เกษตรกรได้ทำมาหากิน และอยู่ในขั้นตอนที่ให้เกษตรกรแต่ละจังหวัดทำการสำรวจว่าที่ดินบริเวณไหนเหมาะสมกับการทำการเกษตร

 "หากมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งจริง จะส่งผลกระทบมาก เพราะต้องมาตั้งคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาใหม่ เมื่อมีคนใหม่มาก็ต้องปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่อีก ซึ่งเป็นปัญหาที่จะตามมา เกษตรกรที่อยู่ภายในศูนย์อพยพคนไทยไร้แผ่นดิน บ้านนากลาง ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 2,000 คน ต้องได้รับความเดือดร้อน"

 ดังนั้น หากมีการปรับเปลี่ยนก็จะต้องมารื้องานขึ้นมาใหม่อีก เพราะที่ผ่านมางานได้เดินหน้าไปแล้วและมีเพียง นายชาติชาย ที่เข้ามาดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง อีกทั้งเกษตรกรที่อยู่ภายในศูนย์ฯต่างไม่เห็นด้วยที่จะมีการโยกย้ายนายชาติชาย เพราะการทำงานกับเกษตรกรเป็นไปในทางที่ดีแล้ว อีกทั้งการทำงานของนายชาติชาย ก็ยังเป็นผลดีกับพรรคอีก เพราะนายชาติชายมีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา จึงอยากให้รัฐบาล หรือพรรคภูมิใจไทยอย่าเอาเรื่องการเมืองมาโยกย้าย คนที่ทำงานเพื่อประชาชน

 ในส่วนของสภาเครือข่ายประชาชน 4 ภาค ขอยืนยันว่า หากมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง นายชาติชาย จริง ในวันที่ 21 พ.ค. เกษตรกรในนามสภาประชาชน 4 ภาค จำนวนกว่า 1,000 คน  จะเดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  เพื่อเสนอให้มีการพิจารณาการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ เนื่องจากนายชาติชาย มีผลงานที่เกษตรกรยอมรับ อีกทั้งจะไปให้กำลังใจ นายชาติชาย เพราะเป็นคนที่มีความจริงใจที่จะทำงานให้ประชาชน ซึ่งมีมีผลงานที่เห็นเด็นชัด มีการตั้งคณะกรรมการในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของเกษตร อีกทั้งมีการประชุมแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

 "เมื่อมีการปลดนายชาติชายจริง ก็จะต้องมีการกดดันรัฐบาลบ้าง เพราะหลังจากที่สภาเครือข่ายประชาชนเคยเคลื่อนไหวอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ได้รับคำตอบจากภาครัฐว่าจะแก้ไขปัญหาให้ จึงได้กลับมาอยู่ที่ศูนย์อพยพคนไทยไร้แผ่นดิน และไม่เคยเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลอีกเลย ซึ่งจากการประชุมหารือกับทางแกนนำทั้ง 4 ภาค ได้มีมติที่จะเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลโดยไม่กลับมาที่ศูนย์อีก เพราะกลับมาก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาก็จบไปกับนายชาติชาย อีกทั้งหากมีคนใหม่เข้ามาก็ต้องมาเริ่มงานกันใหม่  และหากรัฐบาลไม่มีคำตอบที่ชัดเจนก็จะปักหลักชุมนุมกดดันรัฐบาลที่หน้าทำเนียบโดยไม่มีกำหนด" นายประพาส กล่าว