
วัดกรุงเก่าดีดกุฏิหนีน้ำ'พัง4หลัง'
วัดกรุงเก่าดีดกุฏิหนีน้ำท่วมเกิดทลายพังลง 4 หลัง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หลังดีดสำเร็จมาแล้ว 6 หลังพร้อมหอสวดมนต์ใช้เงินจ้างล้านกว่า
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ แสงครุฑ สว.เวร สภ.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเกิดเหตุกุฏิภายในวัดสีกุก เลขที่ 35 ม. 2 ต.พระขาว อ.บางบาล พังทลายลงมาจำนวน 4 หลัง จึงพร้อมด้วยพระครูสันติกัลป์ยานคุณ เจ้าคณะตำบลกบเจา เดินทางไปที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุเป็นกุฏิไม้ชั้นเดียวอายุมากกว่า 50 ปี สภาพเก่ามาก ลักษณะเป็นกุฏิที่ปลูกติดกันเป็นแถวยาว 4 หลัง มีสภาพพังลงไปทางด้านหลังเสียหายทั้งหมด พระและสามเณรและคนงานกำลังช่วยกันเก็บสิ่งของเครื่องใช้ออกจากกองเศษไม้ที่พังลงมา และพบว่าที่เสาแต่ละต้นของกุฏทุกหลังแม่แรงและลอกโซ่ติดอยู่ทุกต้น
พระครูชินธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดสีกุก และเจ้าคณะอำเภอบางบาล เปิดเผยว่า วัดสีกุกเป็นวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำน้อย ประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี โดยปีที่ผ่านมาน้ำท่วมหนัก ทำให้พระเณรเดือดร้อน จึงได้ตัดสินใจดีดเสาให้สูงขึ้น โดยครั้งแรกเมื่อสองเดือนก่อนได้ดีดเสาขึ้นอีก 3 เมตรที่กุฏิจำนวน 6 หลังเป็นเงิน 4 แสนบาทกว่า และต่อมาก็ได้มาดีดหอสวดมนต์เพิ่งแล้วเสร็จ และกำลังจะดีดเสาในส่วนของกุฏิไม้เก่าเป็นเงินอีก 7 แสนบาท โดยตั้งใจที่จะดีดสูงอีก 3 เมตร แต่ดีดได้เพียง 50 ซ.ม.กุฎิก็พังลงมาทั้งหลังดังกล่าว
พระเจริญ ฐีรธัมโม อายุ 43 ปี พระลูกวัด กล่าว ก่อนเกิดเหตุขณะที่กำลังยืนคุยอยู่กับพระลูกวัดอีกรูปที่หน้ากุฏิอาตมา ซึ่งอยู่หลังริมและเป็นหนึ่งใน 4 หลังที่อยู่ระหว่างการดีดเสาให้สูงขึ้น ปรากฏว่า ได้ยินเสียงลั่นคล้ายกับไม้แตก เสียงดังมาก และเห็นตัวของกุฏิเอียง จึงตะโกนให้พระที่จำวัดในกุฎิอีก 3 รูปวิ่งหนีออกมา สักครู่กุฏิทั้งสี่หลังก็ล้มพับไปทางด้านหลัง โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่คนงานพักเที่ยงพอดี
นายสินสมุทร นารินรักษ์ อายุ 54 ปีผู้รับเหมา เปิดเผยว่า ตนใช้คนงานสับเปลี่ยนกันจำนวน 12-15 คน และรับเหมางานของวัดมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว สาเหตุที่กุฏิล้มพังลงไปนั้น น่าจะเกิดจากคานของพื้นหัก เนื่องจากรับน้ำหนักไม่ไว้ อย่างไรก็ตามตนก็จะรับผิดชอบทั้งหมด



