
นักเรียน นักเลง ตีกันไม่พอ ยิงชาวบ้านตาย
นักเรียน นักเลง ตีกันไม่พอ ยิงชาวบ้านตาย : โดย...ดร.มังกร หริรักษ์อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
น่าสะเทือนใจยิ่งที่นักเรียนช่างกลทะเลาะวิวาทอย่างร้ายแรงถึงจบชีวิตบนรถประจำทาง ทั้งเยาวชนและผู้โดยสาร สุภาพสตรีวัยกลางคนที่ทิ้งครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ 14 มิถุนายน 2555 อันเป็นผลกระทบของปัญหาซ้ำซาก หาข้อยุติได้ยากลำบากจริงๆ ลำพังสถานศึกษาจะมีครู-อาจารย์ที่สมบูรณ์แบบทุกด้านคงหาได้ยาก จึงเป็นจุดอ่อนและอุปสรรคที่ปรากฏขึ้นทุกวันนี้
แต่ก็ต้องเริ่มต้นที่ผู้บริหารสถานศึกษาหมายเลข 1 ของโรงเรียนอาชีวะ
เริ่มด้วยความพร้อมครูมืออาชีพที่มีความสามารถทั้งด้านการฝึกอาชีพและอบรมบ่มนิสัยใจคอศิษย์ ความสามารถดังกล่าวมาจากประสบการณ์การทำงาน และวัยวุฒิ วุฒิภาวะของครูที่ต้องรับผิดชอบเยาวชน มีความเพียบพร้อมด้วยคุณลักษณ์ที่สำคัญหลายประการ เช่น มีบุคลิกภาพดี มีบารมี มีจิตวิทยา น่าเชื่อถือ มีวาทศิลป์ในการเกลี้ยกล่อมให้ศิษย์วัยรุ่น วัยกระทง ให้ทั้งรักและเกรงใจ ซึ่งครูส่วนใหญ่นี้จบการศึกษาด้านพลศึกษา
ถึงแม้ว่าจะควานหาบุคลากรรูปแบบดังกล่าวนี้ได้ยากในคนคนหนึ่ง สถานศึกษาจำเป็นต้องพิจารณาสรรหาบุคลากรภายนอกหรือองค์กรต่างๆ ภายนอกที่มีความชำนาญกว่า เข้ามาเป็นวิทยากร หรือจัดการกระบวนการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษา อย่าใช้แบบเดิมๆ คือ มีจำนวนครูเท่าไหร่ก็ใช้ปฏิบัติงานเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ได้คำนึงถึงความถนัด หรือเหมาะสมหรือไม่
พอกันทีกับวิธีการเก่าๆ หรือวิธีการแก้ไขปัญหารูปแบบเดิมๆ ที่ข้าราชการผู้ดูแลการศึกษาเอกชนสัมภาษณ์ซ้ำๆ ซากๆ เหมือนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา
ต้องพิจารณาถึงสาเหตุที่แท้จริง พร้อมทั้งแนวทางแก้ปัญหาที่หนักอึ้งนี้ ด้วยประสบการณ์บริหารสถานศึกษาอาชีวะมาก่อน จึงเสนอวิธีการป้องกันนักเรียนนักเลงภายในสถานศึกษา ดังนี้ คือ
1.ทีมผู้บริหารอันประกอบด้วย ผอ., รอง ผอ. และหัวหน้าสาขาวิชา ต้องเป็นน้ำหนึ่งเดียวกัน เรื่องนี้ผู้บริหารระดับสูงต้องลงมาจัดรูปแบบใหม่
2.ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้เรียนวิชาชีพ ต้องมีคุณลักษณะเหมาะสมกับสาขาวิชาที่ต้องการเรียนโดยเฉพาะการกลั่นกรองพฤติกรรมผู้สมัคร
3.การจัดการการเรียนการสอนต้องเข้มแข็งตลอดเวลา พัฒนาครูให้สอนดีและสอนเก่ง มีหลักการบริหารลูกศิษย์ รู้หลักการพูดจูงใจคน พร่ำอบรมบ่มนิสัยคู่กับการสอนอาชีพ
4.ให้อาชีพแก่ศิษย์ด้วยความเมตตา โดยมุ่งเน้นการสอนภาคปฏิบัติให้มากๆ ให้เด็กลงมือทำ มุ่งมั่นอยู่กับงาน ใช้การสอนที่เป็นสากลที่เน้นการฝึกงานให้มีผลผลิต หรือชิ้นงานออกมาแสดง (Project Based Learning) และวิชาชีพพิเศษต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญชำนาญการมาเป็นวิทยากร การเปิดโอกาสให้ศิษย์นำผลงานมาแสดงให้เห็นศักยภาพของตนในด้านความรู้ความสามารถ การยกย่องชื่นชม ให้รางวัล จึงเป็นช่องทางสร้างความภาคภูมิใจที่เยาวชนต้องการมาก และที่สำคัญที่สุดในการจัดการเรียนการสอนวิชาชีพนั่นคือ ความสมบูรณ์ของแผนการเรียนการฝึก เครื่องมือ เครื่องจักร และวัสดุที่ใช้ฝึกของครูและผู้บริหารต้องใส่ใจลงมาดูให้การฝึกงานของนักเรียนราบรื่น
5.สมาคมผู้ปกครองและครูของสถานศึกษาต้องมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษา มีบทบาทที่ต้องดูแลบุตรหลาน ผู้ที่อยู่ในความดูแล อย่างน้อยได้สนับสนุนด้านการเงินในการจ้างบุคลากรพิเศษเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยรอบๆ สถานศึกษาในช่วงเวลาสุ่มเสี่ยง
6.ให้ความสำคัญกับจุดอ่อนในสถานศึกษาที่เป็นต้นเหตุให้นักเรียนเบื่อหน่าย มีเวลาว่างมากเกินไปแสดงพฤติกรรมที่ขาดความเชื่อฟังครู ไม่เคารพกติกาและข้อตกลงของสถานศึกษา อันนี้เป็นสัญญาณเตือน ต้องรีบเร่งแก้ไข พร้อมกับมีแผนงานหรือกลยุทธ์ให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียน อยากมาโรงเรียน พอใจสถานศึกษา
หากสถานศึกษาใดจัดการพัฒนาไม่ครบถ้วน จะกลายเป็นจุดอ่อนที่แก้ไม่ตก
.................................
(นักเรียน นักเลง ตีกันไม่พอ ยิงชาวบ้านตาย : โดย...ดร.มังกร หริรักษ์อดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา)



