
"สรอรรถ"ไฟเขียวภูมิใจไทยปรับรมช.เกษตรฯ
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯปิดสมัยประชุมแล้ว"พรทิวา"ระบุนโยบายจำนำข้าวโพดเป็นตามที่นายกฯสั่ง ยันพรรคร่วมรัฐบาลไม่ไม่ขัดแย้ง ระบุปรับครม.ดุลยพินิจหัวหน้าพรรค "ชวรัตน์" เผยได้ชื่อรมต.แทน"ชาติชาย"พฤหัสนี้ เพื่อไทย เคาะ 31 พ.ค.โละกก.บห. ชุดเก่า เด็กมาร์ค
(18พ.ค.) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เผยแพร่สำเนาพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไป พ.ศ. 2552 โดยมีใจความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า ตามที่ได้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป พ.ศ.2552 ในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552 นั้น
บัดนี้ จะสิ้นกำหนดสมัยประชุมในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 สมควรจะปิดประชุมได้แล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 128 และ 187 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมทั่วไป พ.ศ. 2552 ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
รัฐให้ทำหลักเกณฑ์แทรกแซงข้าวเสนอครม.พิจารณา
เมื่อเวลา 11.50 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปํญหาการแทรกแซงราคาข้าว ว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ ยังไม่มีการระบายข้าว อย่างไรก็ตาม เรื่องการระบายสินค้าในสต๊อกทั้งหมด ครม.ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปจัดทำหลักเกณฑ์การแทรกแซง โดยจะมีทั้งข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ซึ่งคาดว่า จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าได้ โดยรัฐบาลจะดูแล เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด
"พรทิวา"ระบุนโยบายจำนำข้าวโพดเป็นตามที่นายกฯสั่ง
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิช (รมว.พาณิชย์) กล่าวถึงมาตรการในการระบายข้าวโพดในสต๊อกของรัฐบาลจำนวน 4.49 แสนตัน ว่า การดำเนินงานเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ และได้ทำการเสนอให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวะสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ถึงหลักการ และหลังจากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาในการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล
"พรทิวา"ยันรัฐบาลไม่ขัดแย้งเรื่องปรับครม.
นางพรทิวา ฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวกรณีที่มีกระแสข่าวการปรับครม.ภายในพรรคภูมิใจไทยว่า เป็นดุลยพินิจของหัวหน้าพรรค ซึ่งพรรคมีการประชุมกันทุกสัปดาห์ และระหว่างเธอกับหัวหน้าพรรคนั้น ก็ไม่มีช่องว่างต่อกัน อีกทั้งหัวหน้าพรรคเองก็มีความเมตตาให้ตลอดมา
ส่วนปัญหาความน้อยใจของกลุ่มต่าง ๆ ภายในพรรค ที่ได้รับการดูแลที่แตกต่างหรือไม่เท่าเทียมกันนั้น ยืนยันว่าเธอไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ และที่ผ่านมาก็ไม่มีความแตกต่างเกิดขึ้น เป็นการปฏิบัติที่เหมือนกันหมด คาดว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นเพียงข่าวลือ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมภายในพรรค ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้ถูกปรับออกจากครม.นั้น นางพรทิวา กล่าวว่า การปรับครม.มีหลายอย่างเป็นองค์ประกอบ คงไม่ใช่แค่เรื่องการไม่เข้าประชุมพรรคเพียงอย่างเดียว
ส่วนความสัมพันธ์ภายในพรรคนั้น สำหรับสมาชิกพรรคคนอื่น เธอไม่ทราบว่า เขาคิดกันอย่างไร แต่ยืนยันว่า ภายในพรรคภูมิใจไทยทุกคน ทำงานเป็นทีม เป็นพรรค ไม่มีกลุ่มใครกลุ่มมัน
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาหรือไม่นั้น นางพรทิวา กล่าวว่า เธอมีเวลาว่าง ไม่ได้พบเจอใคร เพราะทำแต่งาน แต่สมาชิกภายในพรรคทุกคนจะเจอกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
"สรอรรถ"ไฟเขียวภูมิใจไทยปรับรมช.เกษตรฯ
นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และประธานภาคกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ของพรรคภูมิใจไทยในโควตาของเขา คือ นายชาติชาย พุคยาภรณ์ ออกจากตำแหน่งรมช.เกษตรและสหกรณ์ว่า เรื่องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของนายชาติชาย เป็นโควตาของกลุ่มส.ส.ภาคกลาง ซึ่งตนเคยเป็นประธานภาค เมื่อเขามาขอความเห็นทางการเมืองใดๆ ตนก็ให้คำแนะนำไป ส่วนเรื่องจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งในโควตาภาค หากเขาเห็นสมควรปรับเพื่อความเหมาะสม ก็ต้องไปคุยกันเอง
"ผมถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไม่มีอำนาจหน้าที่ไปตัดสินใจแทน ส.ส. แต่วันนี้ ก็ไม่อยากถูกมองว่ามีความขัดแย้งกันภายในพรรคภูมิใจไทย ขอยืนยันว่าไม่มีปัญหาอย่างที่เป็นข่าว แต่สิ่งที่ ส.ส.สะท้อนความเห็นให้ทราบ คือ อยากให้คนที่จะเป็นรัฐมนตรีมาจาก ส.ส.มากกว่าคนนอก เพราะมีปัญหาเรื่องประสานงานได้ยาก ก็แนะนำให้เขาไปหารือกันในกลุ่ม เมื่อเห็นว่าใครเหมาะสม ก็ให้พรรคตัดสินใจ ในเมื่อมารวมกับพรรคนี้แล้ว มีอะไรก็ต้องเอามติพรรคเป็นตัวตั้ง และทุกอย่างก็ต้องดำเนินการเพื่อความก้าวหน้าของพรรค ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน" นายสรอรรถ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการปรับเอานายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.กลุ่มนายเนวิน ชิดชอบ เข้ามาแทนนายชาติชาย โควตาของกลุ่มภาคกลาง จะหายไปหรือไม่ นายสรอรรถ กล่าวว่า การที่ ส.ส.ภาคกลาง มารวมกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว พรรคก็จัดสรรตำแหน่งให้ตามโควตาภาค แต่หากจะตัดสินใจอะไร ถึงแม้จะเป็นโควตาภาค ก็คงต้องขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมพรรค เรื่องปรับนายชาติชาย ถ้าเสียงส่วนใหญ่ในพรรคมีความเห็นอย่างไร ก็ไม่มีปัญหา
"ชวรัตน์"เผยได้ชื่อรมต.แทน"ชาติชาย"พฤหัสนี้
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึง กรณีแกนนำภท.เตรียมปรับนายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กลุ่มนายสรอรรถ กลิ่นประทุม ออกจากตำแหน่ง และผลักดันให้นายศุภชัย โพธิ์ศุ ส.ส.นครพนม กลุ่มเพื่อนเนวิน ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ว่า ต้องรอหารือในที่ประชุมพรรคภท.ในวันพฤหัสนี้ ก่อนจะเสนอชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเรื่องนโยบายพรรคที่ต้องมีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง และที่ผ่านมานายชาติชายไม่เคยเข้าร่วมประชุมพรรค ตนจึงถือว่านายชาติชายรับตำแหน่งเข้ามาไม่ใช่เพราะโควต้าของพรรค เพราะได้เป็นรัฐมนตรีก่อนพรรคภูมิใจไทยจะเกิด
ปัดตอบคุณสมบัติ‘ศุภชัย’นั่งรมต.
เมื่อถามว่า สรุปว่าตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นของกลุ่มนายสรอรรถหรือกลุ่มนายเนวิน นายชวรัตน์ กล่าวว่า เป็นกลุ่มของภูมิใจไทย เพราะพรรคไม่มีกลุ่มแล้ว เมื่อถามว่านายศุภชัย ใจสมุทร มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่อยากให้ความเห็น เพราะยังต้องพิจารณาผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามการปรับครม.ไม่รู้ว่าจะมีกี่ตำแหน่ง เพราะอยู่ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะปรับครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยหรือไม่
คุย‘สรอรรถ’แล้วไม่มีน้อยใจ
“ไม่ได้หมายความว่ารัฐมนตรีชาติชายทำงานบกพร่อง เพียงแต่ผมถือว่าท่านไม่ใช่คนของพรรค เพราะเราต้องดูแลและให้นโยบายกับคนที่ทำงานได้ และยังไม่มีการพูดคุยกับนายชาติชายโดยตรง แต่ได้คุยกับนายสรอรรถแล้ว คงไม่น้อยใจอะไร” นายชวรัตน์ กล่าว
"มาร์ค-เทพเทือก"ประสานเสียงแจงกก.สอบสลายชุมนุม
เมื่อเวลา 10.00 น.ได้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยมีนายสมศักดิ์ บุญทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เป็นประธานในการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการในส่วนของพรรคเพื่อไทย ต่างอภิปรายถามถึงนโยบายของรัฐบาล ในการดำเนินการกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น รวมถึงการประกาศพรก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมทั้งถามนายกฯว่า มั่นใจได้อย่างไรว่า ไม่มีการใช้ความรุนแรง เพราะจากพยานหลักฐานพบว่า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต
นอกจากนี้ ยังได้ถามถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อน้ำเงิน ที่พัทยาว่า กลุ่มเสื้อน้ำเงินนั้น มีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปร่วมหรือไม่ และนายเนวิน ชิดชอบ อดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมทั้งได้สอบถามเหตุการณ์ทุบรถที่กระทรวงมหาดไทยด้วย
ทั้งนี้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ขอให้ประธานในที่ประชุมเปิดคลิป เกี่ยวกับเหตุการณ์สลายม๊อบที่ดินแดง โดยระบุว่า เป็นการรวบรวมข้อมูลมาจากสื่อต่างประเทศ ซึ่งพบว่า มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งคลิปดังกล่าวมีความยาว 11 นาที
อย่างไรก็ตาม ประธานในที่ประชุม ไม่อนุมัติให้เปิด เนื่องจากเกรงว่า จะเสียเวลา ซึ่งนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้ส่งมอบให้เขา แล้วจะกลับไปดู และยืนยันว่า ไม่กลัวที่จะให้เปิดคลิปดังกล่าว เพราะหากกลัว คงไม่ยอมให้เปิดประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ถึง 2 วัน และเขาก็เป็นคนเสนอตั้งคณะกรรมการฯชุดนี้เองด้วย ดังนั้น จึงไม่กลัวการตรวจสอบ พร้อมทั้งระบุว่า คลิปดังกล่าว เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ที่ต้องการให้เกิดความแตกแยก
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้ยืนยันว่า นโยบายที่ให้ไว้ คือให้ระมัดระวังให้ถึงที่สุด ในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และมีนโยบายชัดเจนว่า ไม่ให้มีการยิงตอบโต้ ทุกครั้งที่ตัดสินใจ ก็ให้อยู่ภายใต้กฎหมาย และให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่
ส่วนเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทยนั้น ยืนยันว่า เขากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ อยู่บนรถจริง ซึ่งก็มีทีวีสามารถบันทึกภาพไว้อย่างชัดเจน เพียงแต่แค่เขาไม่ได้เปิดกระจกรถไว้ให้ดูเท่านั้น ซึ่งระหว่างที่มีการปิดล้อมรถนั้น เขาก็ทราบเหตุการณ์ตลอดว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการที่จะเข้ามาทำร้าย โดยในมือมีทั้งไม้และแท่งคอนกรีต แล้วรถก็วิ่งเดินหน้าถอยหลัง เพื่อหาทางออกเป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง ถึงจะออกมาได้ และการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม คงไม่ต้องถามว่าเขาอยู่ในรถหรือไม่ เพราะชัดเจน ไม่เช่นนั้นคงไม่ตรงเข้ามาทุบรถที่เขานั่ง
ส่วนที่ต้องมาแถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทยนั้น เพราะไม่มีสถานที่ทำงานที่ชัดเจน และทางกระทรวงมหาดไทยก็บอกว่า มีความพร้อมในการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังจังหวัดต่าง ๆ หากถามว่า เสี่ยงไหม ก็ทราบว่า มีความเสี่ยง แต่ในขณะนั้น ก็ได้มีการนำกำลังทหาร ตำรวจไปดูแล และคิดว่าไม่น่าจะลุกลามใหญ่โต ซึ่งตรงนี้อาจเป็นการประเมินผิดก็ได้ ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปภายในกระทรวงได้อย่างไรนั้น ต้องมีการตรวจสอบต่อไป
นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนเรื่องการประกาศพรก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ก่อนที่จะมีการประกาศก็ได้มีการสอบถามไปยังตำรวจว่าทำได้หรือไม่ และตำรวจก็ยอมรับว่า ทำไม่ได้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา ก็เป็นการยืนยันว่า ทำไมถึงต้องประกาศพรก.
ส่วนปีที่แล้ว ได้มีการประกาศพรก. 2 ครั้ง โดยในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้มีการประกาศพรก.ในช่วงที่เกิดเหตุการปะทะกันของ 2 ฝ่ายที่ถนนราชดำเนิน ซึ่งทหารได้ส่งกำลังออกแยก 2 ฝ่ายออกจากกัน แล้วก็ไม่ได้ดำเนินการอะไร และรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้มีการประกาศใช้พรก.ช่วงที่มีการปิดสนามบิน 2 แห่ง แต่เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีการทำอะไรเสียหาย ทำให้ทหารจึงไม่ได้ออกมาดำเนินการอะไร
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8-12 เม.ย. รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจรัฐได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีข้อจำกัดมาก เพราะเมื่อรัฐบาลกำชับว่า อย่าใช้ความรุนแรง เขามีแค่โล่ก็ทำงานยาก กังวลว่า ทำอะไรไปสุดท้ายผู้ปฏิบัติก็ถูกร้องเรียน ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีเรื่องร้องเรียนอยู่ในศาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการปิดถนนนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมใด ก็ถือว่า เกินขอบเขต แนวทางที่ใช้ก็เป็นแนวทางเดียวกัน หากยังไม่มีการประกาศพรก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน คือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเจรจา แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ หลังจากเจรจากลุ่มผู้ชุมนุมก็จะเปิดการจราจร
ส่วนวันที่ 8-15 เม.ย. ที่เป็นปัญหา เพราะมีกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่ง ประกาศผ่านทางทีวี ซึ่งเป็นคำสั่งที่ผิดกฎหมาย ให้ออกมาปิดถนน บอกว่า ถ้าจำเป็นต้องเผาก็ต้องเผา และบอกให้ไปไล่ล่า แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับเกษตรกรที่ออกมาชุมนุม ดังนั้น รัฐบาลจึงใช้มาตรฐานเดียว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์คนละแบบ ซึ่งหากเจรจาได้ รัฐบาลคงไม่ต้องประกาศพรก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเราก็เห็นอยู่ว่า เจตนาของแกนนำเสื้อแดง ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย และขอยืนยันว่า การปฏิบัติการทั้งหมด ไม่ได้มุ่งไปทางการเมือง เรามุ่งหวังเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยเท่านั้น
ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตนั้น เรื่องนี้ เขาให้ความสำคัญมาตลอด แต่จากหลักฐานเชื่อว่า ยังไม่มีผู้เสียชีวิตจากการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ แต่ในทางตรงกันข้าม มีคนที่มีเจตนาชัดเจนที่ต้องการทำร้ายชีวิตเขา แต่หากใครมีหลักฐานมายืนยันว่า มีการเสียชีวิต ก็ต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป และหากมีเจ้าหน้าที่ทำผิด ก็ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และขอยืนยันว่า ยังไม่พบใครที่ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากพบว่า ใครได้รับบาดเจ็บ และไม่ได้รับความชอบธรรมตามกฎหมาย และถูกทำร้ายร่างกาย ก็พร้อมที่จะสอบสวนต่อไป ซึ่งมั่นใจว่า ทุกคนต้องได้รับความเป็นธรรม
ด้านนายสุเทพ ชี้แจงว่า สำหรับการแจ้งเรื่องผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น มีทั้งหมด 4 คน ซึ่งขณะนี้พบตัวแล้ว 1 คน ส่วนอีก 3 คนกำลังตรวจสอบ
ส่วนเรื่องที่รัฐบาลใช้อาสาสมัครมาช่วยแก้ไขสถานการณ์นั้น รัฐบาลใช้อาสาสมัครที่พัทยาจริง เนื่องจากคำสั่งของรัฐบาล ได้สั่งห้ามไม่ให้ตำรวจใช้ความรุนแรงและไม่ให้ใช้อาวุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บอกว่า เขาไม่สามารถรักษาสถานการณ์ได้ และเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะสามารถบุกเข้าไปได้
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่า จะมีเหตุปะทะ และเขาก็ต้องรับผิดชอบทั้งคดีแพ่งและอาญา เขาจึงดูว่า จะมีทางไหนที่สามารถแก้สถานการณ์ จึงได้ไปหารือกับนายกเทศบาลเมืองพัทยา ส.ส.และผู้ว่าฯชลบุรี เพื่อให้ช่วยหาอาสาสมัคร ที่จะไปดูแลเส้นทางก่อนขึ้นโรงแรมรอยัลคลิฟบีช แต่ยืนยันว่า ไม่มีการใช้อาวุธ ซึ่งอาสาสมัครที่มานั้น ก็มีใส่เสื้อน้ำเงินและเสื้อสีอื่น ๆ ซึ่งอาสาสมัครดังกล่าว ไม่ได้เป็นตำรวจหรือทหาร แต่เป็นบุคคลทั่วไป พร้อมทั้งได้มีการขอกำลังทหารและตำรวจ มาดูแลด้วย แต่ให้อยู่หลังแนวอาสาสมัคร โดยปราศจากอาวุธ
นอกจากนี้ ขอยืนยันว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ไปที่พัทยาจริง แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าไปบัญชาการแต่อย่างใด ซึ่งสิ่งที่เขาทำไปนั้น เชื่อว่า ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
"เพื่อไทย"เคาะ 31พ.ค.โละกก.บห.ชุดเก่า
เมื่อเวลา 11.00 น. มีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ซึ่งมีวาระเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พร้อมกับเลือกหัวหน้าและเลขาธิการพรรค โดยมีกรรมการพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรค น.ส.สุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค เป็นต้น ขาดเพียงนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค ที่ไม่ได้มาร่วมประชุม อย่างไรก็ตามในการประชุมไม่มีแกนนำพรรคคนอื่นๆ เช่น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หรือพี่น้องตระกูลชินวัตร อาทิ นายพายัพ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมหารือด้วย โดยใช้เวลาพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง
นายคณวัฒน์ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญในวันที่ 31 พ.ค. เวลา 09.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย โดยพรรคจะเปิดโอกาสให้ส.ส. เข้ามามีส่วนร่วมด้วยการให้เสนอชื่อหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ซึ่งกำหนดคุณสมบัติไว้ว่าผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าต้องมาจากส.ส.เท่านั้น โดยพรรคจะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เสนอชื่อก่อนจะทำการโหวต ซึ่งสาเหตุที่ต้องการให้ส.ส. มาเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากจะได้ประสานงานระหว่างส.ส.ในพรรคและสภาฯเป็นไปอย่างราบรื่นและแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างเต็มที่
สำหรับรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรคที่ปรากฏตามสื่อเช่น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น ยอมรับว่าส.ส. ได้พูดคุยกันอย่างกว้างขวาง แต่สุดท้ายต้องไปสรุปในที่ประชุมใหญ่โดยไม่ผ่านความเห็นของกรรมการบริหารหรือแกนนำพรรค ส่วนบุคคลากรที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารชุดใหม่ จะให้ส.ส.สมัครใจเสนอตัวเข้ามาเอง นอกจากนี้จะมีบุคคลภายนอกที่เป็นนักวิชาการและผู้สนับสนุนพรรคเข้ามาร่วมทำงานด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แนะนำคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคคนใหม่ในที่ประชุมหรือไม่ นายคณวัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ติดต่อมาทางใครหรือไม่ แต่พรรควางสเป็กไว้ว่าคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคต้องมาจากส.ส. เท่านั้น ซึ่งขณะนี้บุคคลที่มีรายชื่อแคนดิเดตบางคนก็เริ่มที่จะแนะนำตัวและหาเสียงกับส.ส. บ้างแล้ว
"เทพไท"แนะลิ่วล้อแม้วออกอัลบั้มรวมเล่นคอนเสิร์ตในคุก
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าจะเป็นการเปิดอัลบั้มเพลงชุด “รักในโฟนอิน” ของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และ “รักในมหาดไทย” ของนายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช.นั้น ก็เป็นการอ้างความบันเทิงบังหน้า จึงอยากเสนอแนะว่าแกนนำ นปช.ไม่ควรจะออกอัลบั้มเพลงหลายชุด แต่อยากให้รวมกันเป็นชุดเดียวโดยใช้ชื่อว่า “รักในเรือนจำ” และไม่ควรใช้นักร้องเป็นศิลปินเดี่ยวเพราะฐานะของนักร้องเหล่านี้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาก็หลายคน จึงน่าจะรวบรวมเป็นวงเดียวกัน ในลักษณะวงประสานเสียงหรือคอรัส ซึ่งไม่จำเป็นต้องออกทัวร์คอนเสิร์ตในภาคอีสาน แต่ให้รอคอยการแสดงคอนเสิร์ตในคุกเพื่อปลอบขวัญนักโทษด้วยกันจะดีกว่า
มารดาพลทหารอภินพบุกร้องนายกฯขอความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 11.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายกฯ เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง มารดาของพลทหารอภินพ ที่เสียชีวิตในบ้านพักแม่ทัพภาค 1 ก็ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อนายกฯ
ทั้งนี้ นายกฯ ได้เชิญมารดาของพลทหารอภินพ ไปนั่งพูดคุย ที่ห้องรับรองนายกฯ ที่อาคารรัฐสภา โดยใช้เวลาในการพูดคุยประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้น มารดาพลทหารอภินพ ก็ได้กลับออกมา โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน



