
นัดตัดสินแล้ว'สาวซีวิค'ขับชน.22มิ.ย.
ศาลเยาวชนนัดฟังคำพิพากษาแล้ว "สาวซีวิค" ขับชนรถตู้ตายเกลื่อน 9 ศพบนทางด่วน 22 มิ.ย.นี้ ญาติเหยื่อโวยไม่ได้รับการช่วยหลือรับเพียงเงินประกัน
21มิ.ย.2555 นายสุภัค สิทธิวนิช อัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 1 กล่าวว่าศาลเยาวชนและครอบครัวนัดฟังคำพิพากษากรณีสาวซีวิค ชื่อเล่น แพรวา ซึ่งยังเป็นเยาวชน ขับรถเฉี่ยวชนรถตู้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ในวัน 22 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรตนไม่ขอออกความเห็น เนื่องจากไม่อาจคาดเดาดุลยพินิจของศาลได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลพิพากษาให้รอลงอาญาแล้วจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ นายสุภัคกล่าวว่า คดีนี้เป็นความผิดฐานประมาท ซึ่งผู้ใหญ่กระทำความผิดศาลยังให้รออาญา ดังนั้น กรณีเด็กกระทำผิดก็คงมีโทษไม่ต่างกัน ส่วนจะอุทธรณ์หรือไม่นั้น ปกติจะไม่อุทธรณ์ดุลพินิจของศาลในคดีเยาวชนอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามหากศาลมีคำพิพากษามาแล้วต้องเสนอให้อธิบดีอัยการสำนักคดีและครอบครัวจะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้อัยการยื่นฟ้อง เยาวชนคนดังกล่าว ต่อศาลเยาวชน ฯ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2554 เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1233/2554 ในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถโดยมีญาติผู้เสียหาย 9 รายได้เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้องด้วย ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดีจำเลย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังใช้หลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพมูลค่า 1 แสนบาทยื่นประกันตัวต่อศาล
โดยคดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2553 เวลากลางคืน จำเลยอายุ 16 ปีเศษ ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค หมายเลขทะเบียน ฎว-8461 กรุงเทพมหานคร ขึ้นบนทางยกระดับโทลล์เวย์ ขาเข้ามุ่งหน้า ถ.ดินแดงด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจำเลยได้กระทำประมาทโดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะปกติจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ โดยจำเลยไม่ขับรถในช่องทางซ้าย
เมื่อมาถึงบริเวณแยกทางลงบางเขน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปลี่ยนช่องทางไปมา เปลี่ยนช่องทางจากช่องทางขวาสุดเพื่อมาทางซ้ายถัดมา และยังเปลี่ยนกลับไปยังช่องทางขวาอีกครั้ง เป็นเหตุให้รถยนต์ซีวิคของจำเลยพุ่งเข้าชนรถยนต์ตู้โดยสารทะเบียน 13-7795 กรุงเทพ ที่วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีนางนฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี เป็นคนขับทำให้รถยนต์ตู้เสียหลักหมุนไปชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์ พลิกคว่ำพังเสียหาย คนขับรถตู้โดยสารและผู้โดยสารภายในรถยนต์ตู้กระเด็นออกจากตัวตกจากทางด่วนเสียชีวิตรวม 9 คน และบาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง ส่วนรถยนต์ของจำเลยแฉลบเลยจากรถยนต์ตู้ประมาณ 50 เมตร
ขณะที่การพิจารณาชั้นศาล อัยการ นำพยานเข้าสืบประมาณ 30 ปาก ขณะที่ฝ่ายจำเลย นำพยานเข้าสืบเพียง 3 ปาก คือ จำเลย ,ทนายความ และบริษัทประกันภัยที่เจ้าของรถยนต์ซีวิคซื้อกรมธรรม์ไว้ ซึ่งจำเลยนำสืบต่อสู้ประเด็นทำนองว่าเป็นเหตุสุดวิสัย
ญาติเหยื่อโวยไม่ได้รับการช่วยหลือ
นายพิสันต์ ซิมกระโทก พี่ชายของ น.ส.จันทร์จิรา ซิมกระโทก นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 4 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการดังกล่าว ทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษาแต่ต้องมาเสียชีวิตเพราะความประมาทกล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.แพรวาได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไม่ได้มีการติดต่อกับทางฝ่ายตนเลย เรื่องการช่วยเหลือก็ได้รับเพียงเงินประกันเท่านั้น ไม่มีการดูแลหรือแสดงความเสียใจจากญาติหรือตัวของ น.ส.แพรวา แต่อย่างใด และทราบเพียงว่าในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ศาลอาญาคดีเยาวชนจะพิจารณาไตร่สวนในคดีนี้ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายฝ่ายตนก็คงปล่อยให้ทางอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการว่าจะมีการฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยอย่างไรต่อไป



