
'มาร์ค'ท้า'ปลอดประสพ'ร้องปปช.
'มาร์ค' จี้ 'ปลอด' แจงให้ชัดกรณีนาซ่าขอใช้อู่ตะเภา ท้าร้องปปช. หากเห็นว่าทำผิด ม.190 ซัด 'ก่อแก้ว' ปูดข่าวตั้งรัฐบาลเทพประทาน2 อวยพรวันเกิดนายกฯ ทำสิ่งดีๆ เพื่อปชช.
21 มิ.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ระบุการที่รัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องนาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เป็นการทำต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งเคยให้ GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) ลงนามกับ นาซ่า ของสหรัฐฯ เพื่อใช้พื้นที่ในประเทศไทยมาก่อนว่า ตนไม่ทราบว่านายปลอดประสพ กำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ว่าประเด็นที่สำคัญก็คือว่าขณะนี้เมื่อมันมีการขอที่จะใช้พื้นที่ตรงนี้ แล้วก็มาในสถานการณ์ซึ่งมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาการเมือง ระหว่างประเทศในภูมิภาค ก็ขณะนี้ทุกคนก็บอกว่าให้เกิดความโปร่งใส ตนก็ไม่เข้าใจว่าแทนที่รัฐบาลจะให้รายละเอียดต่าง ๆ กลับกลายเป็นพยายามที่จะไปหยิบยกประเด็นอื่นขึ้นมาเป็นประเด็นทางการเมือง เราทำเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่อะไรที่จะเป็นการวางแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศในภาพรวม ทำไมนายปลอดประสพไม่ไปให้ความสำคัญตรงนั้น
“ ส่วนที่มองกันว่าพรรคเพื่อไทย จะไปร้อง ปปช. ว่าในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็เคยทำเช่นเดียวกันนั้น ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่ามีใครไปร้อง แต่ถ้าคุณปลอดประสพ คิดว่ามีปัญหา และมีการละเมิด ก็ควรจะไปร้อง เดี๋ยวจะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เวลานี้สังคมต้องการความชัดเจนและความโปร่งใส ทำไมรัฐบาลให้ไม่ได้ คำถามมีง่ายๆ ไม่ต้องไปพูดเรื่องอื่น แล้วถ้ามีรายละเอียดออกมา ผมว่ามันก็จะชัดเจนขึ้น ว่ามันจะต้องเข้า หรือไม่เข้าสภา มันจะเป็นปัญหาหรือไม่ แต่ว่าถ้าบอกว่าเรื่องไม่มีอะไร แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ก็เป็นเรื่องแปลก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับสหรัฐฯ ถึงเหตุผลที่มีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ล่าช้า ในขณะที่ ผอ.กองกำลังปลดปล่อยประชาชนจีน จะมาพบกับไทย จะทำให้ไทยตกอยู่ในสภาวะใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทำไมรัฐบาลแทนที่จะทำเรื่องง่าย ๆ ให้เป็นเรื่องยาก ก็ทำทุกอย่างให้มันตรงไปตรงมาว่า เรื่องจริงมันคืออะไร ก็ตอบคำถามตรงนี้ แล้วทุกอย่างมันก็จะคลี่คลายได้
'มาร์ค'ห่วง'ปู'บริหารงานรัฐบาล 3เรื่อง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงข้อมูลที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมรวบรวมเพื่อใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้าว่า มีหลายประเด็นทั้งในแง่ของความบกพร่องประสิทธิภาพในการบริหารและการทุจริตของรัฐบาล ส่วนตัวบุคคลยังไม่ได้มีการระบุว่าจะอภิปรายใครบ้าง เพราะขณะนี้กำลังพิจารณาเป็นเรื่องๆ อยู่
เมื่อถามว่ามองภาพรวมการบริหารงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างไร นาอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นห่วง 3 เรื่อง คือ 1.นโยบายที่เคยสัญญาไว้ยังไม่สามารถทำได้ 2.ความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจและภัยพิบัติยังมีปัญหา และ3.การไปหยิบเอาความขัดแย้งของสังคมขึ้นมา ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม และทำให้ประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจทั้งหมดได้ผลกระทบ
เมื่อถามว่า กรณีที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่าขณะนี้มีความพยายามของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย จับมือจัดตั้งรัฐบาลเทพประทาน 2 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ยินจากนายก่อแก้วคนเดียว เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าต้องไปสาบานกันหรือไม่
'อภิสิทธิ์'อวยพรวันเกิด'ยิ่งลักษณ์'ทำสิ่งดีๆ เพื่อปชช.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ว่า อวยพรวันครบรอบวันเกิด 45 ปีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ขอให้นายกฯ มีกำลังในการทำงานเพื่อประชาชน และขอให้ทำสิ่งดีๆ ให้กับประชาชน
'อภิสิทธิ์'แนะรัฐ ทบทวนนโยบายประชานิยม
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหนี้สาธารณะที่มีความกังวลว่าอาจกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ หากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายในลักษณะนี้ ว่า ตนคิดว่าสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ และความไม่แน่นอนในยุโรปมีค่อนข้างมาก ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นและการส่งออก รัฐบาลจึงต้องทบทวนว่า การใช้จ่ายเงินของรัฐบาล มีประสิทธิภาพคุ้มค่า และจะช่วยเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงใด เพราะภาระหนี้สิ้นเพิ่มขึ้นจากตัวเลขที่ออกมา เราเห็นชัดเจนว่ามีหลายนโยบายที่ถูกท้วงติง เช่น นโยบายจำนำพืชผลทางการเกษตร หรือนโยบายที่ใช้เงินค่อนข้างสูง ก็ควรที่รัฐบาลจะต้องทบทวน
“ รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายประชานิยม เพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งความผันผวนด้านเศรษฐกิจ และการรองรับภัยพิบัติในหลายเรื่อง การใช้เงินก้อนใดที่ไม่คุ้มค่าก็ควรที่จะทบทวน ผมเห็นว่านโยบายของรัฐบาลหลายนโยบายแม้จะมีเจตนาที่ดี แต่มีวิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ในการใช้จ่ายเงินก็ควรจะทบทวนด้วย โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวซึ่งมีภาระมากมายมหาศาล เฉพาะเริ่มต้นยังต้องหาเงินมาหมุนเวียนมากกว่า 2 แสนล้าน ซึ่งเป็นยการทำงานเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น และถ้าต้องทำทุกปีภาระจะต้องเพิ่มขึ้น เพราะเกษตรกรปลูกข้าวกันปีละ 2-3 รอบ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะทบทวนเพราะล่าสุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันว่ายกเลิกนโยบายรับจำนำข้าวไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างเป็นเรื่องการเมือง และผลักภาระหนี้สิ้น การเงินการคลัง ไปสู่อนาคตก็ไม่เป็นธรรมกับประชาชน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมในหลายด้าน เพราะเงินทุกบาทที่ใช้ไปอย่างไม่คุ้มค่าสามารถนำมาพัฒนาด้านอื่นๆ ได้ เพราะถ้าปัญหาการเงิน การคลังรุนแรงขึ้น ก็จะส่งผลกระทบเรื่องดอกเบี้ยและความสามารถในการหาเงินมาลงทุน รวมทั้งความเชื่อมั่นด้วย เห็นว่ารัฐบาลไม่มีการพิจารณาภาพรวมและผลกระทบจากการบริหารเกี่ยวกับวินัยการเงิน การคลัง
เมื่อถามว่ารัฐบาลอาจจะเอาหนี้ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูแยกออกไปแล้ว แต่ยังคงไปรวมเป็นหนี้ของประเทศจะยิ่งมีปัญหากับการจัดการงบประมาณหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีหนี้กองทุนฟื้นฟู จะเห็นว่ารัฐบาลจะออกมาตรการที่จะมารองรับวิกฤตยุโรป คือ การเลื่อนเวลาการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากออกไป ตนเห็นว่าการคุ้มครองเงินฝาก และการเร่งให้มีกองทุนที่มีเงินเพียงพอเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งสำนักหนี้ต้องแจกแจงให้เห็นว่าหนี้มีอยู่ที่ไหนบ้าง และตนเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องติดตามตรวจสอบ และรัฐบาลต้องดูภาพรวมหนี้ของประเทศ จะมาอ้างว่าดูแลเฉพาะในส่วนหนี้ที่เป็นของกระทรวงการคลังไม่ได้ อย่างไรก็ตามภาวะหนี้ในขณะนี้ยังไม่ทะลุ 50 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่ต้องยอมรับว่าตัวเลขสูงขึ้น เพราะประเทศกำลังที่จะมีการกู้เงินก้อนใหญ่ 3.5 แสนล้านบาท และต้องดูภาวะเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย
'อภิสิทธิ์'พร้อมส่งเอกสารเพิ่มเติมเหตุการณ์สลายชุมนุมปี53
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงกรณีที่ได้เข้าชี้แจงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของนปช. ในปี 2553 ต่อสำนักงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงแห่งชาติ (คอป.) เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตนจะส่งเอกสารเพิ่มเติมกลับไป และจะให้ข้อมูลให้มากที่สุด เพราะเคยไปให้ถ้อยคำมาแล้ว 4ครั้ง ทั้งนี้ทางคอป. ไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าต้องการข้อมูลส่วนใดเพิ่มเติม แต่คิดว่าข้อมูลไหนที่จะเป็นประโยชน์ก็จะส่งไปให้ ความจริงตนได้แนะนำไปว่า หน่วยงานของรัฐอย่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งเคยมีเอกสารมากมาย ก็ควรส่งเอกสารทั้งหมดไปให้ทางคอป.
เมื่อถามว่าอายุการทำงานของคอป.จะสิ้นสุดในวันที่ 16 ก.ค.นี้ คิดว่าใครควรจะเข้ามาดำเนินการต่อ หรือต้องหมดไปโดยสภาพ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเขาคงไม่มีแนวคิดที่จะต่ออายุ เพราะตัวกรรมการเอง ดูเหมือนจะยืนยันว่า ที่จะสรุปงานของเขา และไม่เคยได้ยินรัฐบาลมีแนวคิดที่จะต่ออายุให้ คงเป็นเรื่องที่จะต้องให้มีรายงานฉบับสุดท้ายประมาณเดือนก.ค.
ทั้งนี้จากการพูดคุยได้พูดแต่เรื่องของแนวคิดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งในอนาคต ไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องเวทีสานเสวนา และจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจะเน้นในเรื่องประเด็นความยุติธรรม ว่า เป็นหัวใจของการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
เมื่อถามว่าแสดงว่าคอป. ยังยืนยันที่จะค้นหาความจริงต่อไปเพื่อนำไปสู่ข้อยุติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางคอป.ระบุว่า มีการทำงาน 4 ด้าน คือ 1.ค้นหาความจริง 2.ข้อเสนอแนะเรื่อการเยียวยา 3.มีการวิจัยถึงรากเหง้าของปัญหาต่างๆ และ4.แนวคิดที่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก



