ข่าว

'สุกำพล'เปรียบ'พท-ปชป.'เป็นน้ำกับน้ำมัน

'สุกำพล'เปรียบ'พท-ปชป.'เป็นน้ำกับน้ำมัน

21 มิ.ย. 2555

"สุกำพล" ชี้เป็นไปไม่ได้ "ทักษิณ" ชวน ปชป.ร่วมรบ. เปรียบ "พท.-ปชป."เป็นน้ำกับน้ำมันเข้ากันไม่ได้ เชื่อ"สุเทพ" ปล่อยข่าว หวังทำ "ทักษิณ-เสื้อแดง" แตกแยก ยันให้เกียรติ "นายกฯ"ตัดสินใจเลือก"จตุพร"เป็นรัฐมนตรี เชื่อเข้าใจเกมต้องโดนกดดัน

          วันที่ 21 มิ.ย.55  เวลา 10.30 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ส่งหญิง 2 คนชาย1 คนมาทาบทามให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ว่า ถ้าทางวิทยาศาสตร์สามารถทำให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้มันคงเป็นไปได้ แต่ความจริงเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นความคิดของตนคนเดียวไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใดๆ

          พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ส่วนวัตถุประสงค์ของนายสุเทพที่ออกมาพูดเรื่องนี้นั้น มองได้หลายแง่ ตนไม่อยากคิดเองเออเอง สิ่งที่ตนมองคือ อาจจะพยายามแยก พ.ต.ท.ทักษิณกับกลุ่มคนเสื้อแดงออกจากกันก็เป็นไปได้ สามารถมองได้หลายแง่ เขาทำทุกอย่างหว่านไป 100 อย่าง ได้สัก 1 อย่างก็ยังดี ถ้าตนเป็นนายสุเทพ และพ.ต.ท.ทักษิณ มาพบจริง ตนจะบอกสื่อภายใน 5 นาทีจะไม่เก็บเรื่องนี้ไว้นาน ซึ่งเรื่องนี้ตนไม่ได้สอบถามไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง และพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องสำคัญจึงไม่ได้ตอบอะไรมา ส่วนคำพูดของนายสุเทพเป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมืองหรือไม่ ตนตอบไม่ได้ต้องไปถามนายสุเทพเอง และตนตอบไม่ได้ว่า นายสุเทพโกหกหรือไม่ เพราะนายสุเทพพูดออกมาไม่หมด พูดเป็นปริศนาไว้
 
          เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นเพื่อนเดาใจ พ.ต.ท.ทักษิณได้หรือไม่ว่า จะพูดคุยกับนายสุเทพหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ถ้าผสมน้ำกับน้ำมันได้ก็น่าจะเป็นไปได้ มันเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะมาอยู่ด้วยกัน แล้วใครจะมาเป็นฝ่ายค้าน ถ้าเรามองสิ่งแวดล้อมจะรู้ว่า สิ่งที่พูดกันมาไม่น่าจะเป็นแบบนั้น  นี่เป็นในมุมมองของตน หากคนอื่นมองว่า เป็นไปได้ก็มองกันไป เพราะคนเรามองไม่เหมือนกัน มีอยู่ไม่กี่คนที่พูดอย่างนี้ เห็นหน้าแล้วก็รู้ เมื่อถามว่า แนวทางที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เมืองไทยเรียบร้อยก็น่าจะกลับมา ซึ่งแนวทางลึกซึ้งเกินกว่าที่ตนจะตอบได้
 
          เมื่อถามกรณีที่พยายามสร้างกระแสให้รัฐบาลกับกลุ่มเสื้อแดงแตกคอกัน พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อยู่สักพักก็จะรู้ และจะยิ่งทำให้รักกันมากขึ้นเพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทั้งนี้คิดว่า สถานการณ์การเมืองอยู่ไปอีกสักพักหนึ่ง ก็จะเริ่มโผล่ขึ้นมาว่า จะเป็นอย่างไร หรือเรียกว่า "น้ำลดตอผุด" รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ทางทหารที่ตนดูแลอยู่ เขาก็พยายามทำตัวเป็นกลางอย่างที่ตนเคยพูดว่า ทหารเขาเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ได้อยู่กับทางด้านโน้นและด้านนี้  ซึ่งได้เห็นแล้วว่า เป็นอย่างไร คราวที่แล้วที่ฝั่งโน้นเป็นรัฐบาลทางทหารช่วยเต็มที่ แต่ยังเอาตัวไม่รอดเลย คราวนี้โดนเต็มที่เลยแต่ยังกลับมาได้ เขาคงรู้ว่า การต้องการของประชาชนที่แท้จริงคืออะไร ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาทหารวางตัวเป็นกลางและเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่ถูกต้อง และตอนนี้ทางทหารทำตัวได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว ตนรู้ว่า ทหารเป็นอุปกรณ์หนึ่งของรัฐบาล คือ เมื่อวางตัวอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
 
          เมื่อถามว่า โกรธหรือไม่ที่นายสุเทพ โจมตีคำพูดของท่านที่ระบุว่า ทหารเลือกข้างแล้ว และไม่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า คิดว่า ดีนะ บอกไปอย่างนี้เขาจะได้รู้ ก็ดีเหมือนกันที่มีคนบอกอย่างนี้ ขอให้ไปคิดเอาเอง เมื่อถามว่า มีแนวโน้มจะมีการปรับครม.หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่า กลุ่มคนเสื้อแดงคาดหวังให้นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำเสื้อแดงขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี แต่ขณะเดียวกันนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ถูกสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินพูดถึงความไม่เหมาะสม พล.อ.อ.สุกำพล กล่าว่า เรื่องนี้ทางนายกรัฐมนตรีต้องรับทราบแล้ว ท่านเป็นผู้ดูแลคณะรัฐมนตรี ต้องดูผลได้ ผลดี ผลเสียแล้ว และท่านเป็นผู้ตัดสินใจก็เป็นเรื่องของท่าน ทางทหารต้องเข้าใจว่า หากใครเป็นผู้บังคับบัญชาต้องให้เกียรติเขาและมีอำนาจหน้าที่แค่ไหน เช่น ตนเป็นรมว.กลาโหมให้อำนาจหน้าที่ผบ.เหล่าทัพได้แค่ไหน ต้องให้เกียรติเขาแค่ไหน ดังนั้นอยู่ที่ตัวคนเป็นนายที่ตัดสินใจภายใต้สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เอาแต่ตัวเอง คนเป็นนายต้องดูตัวเองด้วย นายกรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกันจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่านที่ต้องคิด เพราะท่านอยู่ในระดับประเทศ ท่านตัดสินใจอย่างไรก็ต้องเชื่อฟัง
 
          เมื่อถามว่า การรักษาจริยธรรมกับการรักษามวลชน รัฐบาลต้องเลือกอย่างไหน พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกรัฐมนตรี ตนตอบไม่ได้ มันมีข้อมูลทุกอย่างและท่านจะตัดสินใจเอง ส่วนจะเป็นการกดดันนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีท่านอยู่ในตำแหน่งอย่างนี้ เรื่องนี้ท่านต้องทราบอยู่แล้ว เพราะตนเห็นท่านก็ถูกกดดันอยู่ทุกวันจากที่โน่นที่นี่ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีต้องเข้าใจว่า ท่านอยู่ในเกมนี้ก็ต้องโดนอย่างนี้ คิดว่า ท่านเข้มแข็ง และถือเป็นผู้หญิงที่เก่งคนหนึ่ง