ข่าว

'ไทใหญ่-ว้า'ผ่อนคลายเจรจาได้ข้อตกลง

'ไทใหญ่-ว้า'ผ่อนคลายเจรจาได้ข้อตกลง

20 มิ.ย. 2555

มทภ.1 เผยชายแดนไทย-พม่าไร้ปัญหาชนกลุ่มน้อยยันความสัมพันธ์อยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การเผชิญหน้าระหว่างทหารไทใหญ่กับกับกองกำลังว้า ตรงข้ามอ.แม่ฟ้าหลวงได้ผ่อนคลายลงแล้ว หลังผู้นำสองฝ่ายได้ติดต่อพูดคุยและได้ข้อตกลงร่วมกัน

               20มิ.ย.2555 ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชนกลุ่มหว้าเข้ามาประชิดชนกลุ่มไทใหญ่ในพื้นที่ชายแดนไทยพม่าว่า ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ทางด้าน จ.กาญจนบุรี ขณะนี้เรียบร้อยดี  กองกำลังสุรสีห์ก็ดูแลและมอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจต่าง ๆ ทั้ง 3 หน่วยเฉพาะกิจ คือ ฉก.ลาดหญ้า ฉก.ทัพพระยาเสือ และ ฉก.จงอางศึก รับผิดชอบตั้งแต่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งขณะนี้เรียบร้อยและน่าดีใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยในระดับพื้นที่ที่ปฏิบัติอยู่กับชนกลุ่มน้อยนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีการพบปะกันบ้างและยังไม่มีเหตุการณ์ที่ส่อให้เกิดปัญหาอะไร
           
                “ปัญหาชนกลุ่มน้อยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 ขณะนี้ไม่มี เพราะส่วนใหญ่ทหารพม่าสามารถดูแลพื้นที่ได้ ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องอิทธิพลของชนกลุ่มน้อย แต่ปัญหาที่ต้องดู คือ เส้นทางลำเลียงยาเสพติด แม้ว่าพื้นที่ตรงนี้จะไม่ใช่พื้นที่หลักแต่ก็ได้กำชับตามนโยบายของกองทัพบกและรัฐบาลโดยเน้นการทำในโครงการรั้วชายแดนอย่างเข้มข้นร่วมกับตำรวจในการจับกุมซึ่งสามารถจับกุมได้พอสมควร” พล.อ.อุดมเดช กล่าว

 

"ไทใหญ่-ว้า"ผ่อนคลายหลังพูดคุยได้ข้อตกลง


                ขณะเดียวกันสำนักข่าว Khonkhurtaiแห่งรัฐฉานได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พ.อ.เจ้ากอนจื้น ผบ.หน่วยภาคพื้นเชียงตุง กองกำลังไทใหญ่ SSA ได้ต่อสายตรงทางโทรศัพท์พูดคุยกับ หยางก่อโจง ผบ.กองพล 775 กองกำลังว้า UWSA กรณีกองกำลังว้า UWSA ส่งกำลังนับร้อยประชิดฐานบัญชาการหน่วยภาคพื้นเชียงตุงของ SSA โดยการพูดคุยของทั้งสองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกัน 4 ข้อ คือ 1. SSA จะไม่สร้างฐานเข้าใกล้ที่ตั้งว้า UWSA ให้ทั้งสองฝ่ายอยู่กันเหมือนเดิม 2.ทั้งสองฝ่ายจะไม่รุกล้ำพื้นที่กัน 3. หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเข้าออกพื้นที่กันให้มีการแจ้งล่วงหน้า 4.ประชาชนและผู้อพยพในฝั่ง SSA สามารถทำไร่สวนได้เหมือนเดิม

                ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา กองกำลังว้า UWSA ส่งกำลังพลกว่า 500 นาย เดินทางด้วยรถยนต์ 50 – 60 คัน พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์จากพื้นที่บ้านฮุ่ง-เมืองยอน และบ้านห้วยอ้อ เขตอำเภอเมืองโต๋น จังหวัดเมืองสาด เป็นการสนธิกำลังจากสองกองพลคือกองพล 518 (เมืองยอน) และกองพล 775 (บ้านห้วยอ้อ) เข้าประชิดฐานกองบัญชาการ SSA หน่วยภาคพื้นเชียงตุง ที่ตั้งอยู่บนดอยก่อวัน ตรงข้ามบ้านพญาไพร ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยไม่ทราบสาเหตุ

                โดยหลังจากกองกำลังทหารว้า UWSA มาถึงในพื้นที่ ได้ทำลายรั้วไร่สวนและพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านและผู้อพยพบริเวณดอยก่อวัน พร้อมกันนั้นได้มีการสร้างฐานขุดบังเกอร์ วางกำลังทหารเผชิญหน้ากับกองกำลังไทใหญ่ SSA ทำให้ทางฝ่าย SSA รวมถึงประชาชนในพื้นที่แสดงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากหวั่นจะเกิดการกระทบกระทั่งกัน

                แหล่งข่าวในพื้นที่เผยว่า สาเหตุกองกำลังว้า UWSA ส่งกำลังประชิดฐานกองกำลังไทใหญ่ SSA ครั้งนี้เชื่อว่า อาจเกิดจากความไม่พอใจที่ทาง SSA ทำการเจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่าและได้ขอพื้นที่เมืองเต๊าะ – เมืองทา (ตรงข้ามอ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่) เป็นเขตพื้นที่ครบอครอง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งทหารของว้า UWSA ด้วย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทหารว้า UWSA ที่ถูกส่งเข้าเสริมในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการถอนกำลังแต่อย่างใด

                ทั้งนี้ เมื่อปี 2548 กองกำลังว้า UWSA ภายใต้การบัญชาของเหว่ยเซียะกัง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพพม่า ได้บุกโจมตีกองบัญชาการกองกำลังไทใหญ่ SSA ดอยไตแลง ตรงข้ามอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครั้งหนึ่ง โดยการสู้รบสองฝ่ายครั้งนั้นซึ่งใช้เวลาเกือบเดือน ทางกองกำลังไทใหญ่ SSA ระบุว่า ฝ่ายกองกำลังว้าเสียชีวิต 337 คน บาดเจ็บ 340 กว่าคน ทางไทใหญ่ SSA ซึ่งอยู่ในภูมิประเทศที่ได้เปรียบ เสียชีวิตและบาดเจ็บราว 50 คน

                อย่างไรก็ตามศูนย์ข่าว“ก้อหลี”แห่งรัฐฉานได้รายงานว่า นายจายเล็ก โฆษกพรรคสันนิบาตรแห่งชาติรัฐฉาน (SNLD) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 17 มิถุนายน คณะกรรมการตัวแทนสภาเพื่อการกอบกู้รัฉาน (R.C.S.S.) จำนวน 6 นาย ภายใต้การนำของ พ.อ.(พิเศษ) ป๋องเคอ และตัวแทนจากพรรค SNLD อีก 7 นาย ได้นัดพบกันที่บ้านพักของเจ้าขุนทุนอูในเมืองย่างกุ้ง เพื่อเจรจาปรึกษาหารือการลงขอประชามติจากประชาชนทั่วไป ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์การเสริมสร้างความสงบร่มเย็นและการกวาดล้างยาเสพติด

                “เราได้ให้ข้อเสนอแนะไปว่า ให้รัฐบาลสหภาพพม่าและสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) วางมาตราการรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคลากรที่จะแต่งตั้งเข้ามาเป็นคณะกรรมการเสริมสร้างความสงบร่มเย็น โดยอยากเน้นว่า แม้ในอนาคต แผนการเสริมสร้างความสงบร่มเย็นระหว่าง 2 ฝ่ายจะล้มเหลว จนถึงขั้นกลับไปสู่การใช้กำลังทางทหารเข้าปะทะกัน ก็อย่าให้มีการกล่าวโทษหรือดำเนินการลงโทษใด ๆ ต่อคณะกรรมการชุดนี้ เรื่องนี้ อยากให้รัฐบาลสหภาพพม่าประกาศชี้แจงไว้ล่วงหน้า”

                เกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์การเสริมสร้างความสงบร่มเย็นนี้ เจ้าขุนทุนอู แกนนำพรรค SNLD กล่าวว่า “การเสริมสร้างความสงบร่มเย็นอย่างสมบูรณ์นั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการหยุดยิงต่อกันหรือการไม่มีสงครามปะทะกันแล้วเท่านั้น ประเด็นสำคัญคือต้องมีการพัฒนาไปสู่ขั้นการเจรจาทางการเมือง และการเสริมสร้างความสงบร่มเย็นในรัฐฉานนั้น ไม่ใช่ว่าเจรจากับสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) หรือพรรครัฐฉานก้าวหน้า (SSPP) แล้วจะเพียงพอหรือว่าสำเร็จแล้ว การเสริมสร้างความสงบร่มเย็นนั้น เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธทุกกลุ่มในรัฐฉาน พรรคการเมืองทุกพรรคก็มีส่วนเกี่ยวข้อง องค์กรทางสังคมตลอดจนหน่วยงานทางวัฒนธรรมต่าง ๆ รวมถึงองค์กรพัฒนาชุมชนทั้งหมด ก็ต้องเข้าใจงานด้านชาติพันธุ์และเข้ามามีส่วนร่วม ในระดับรัฐนั้น เราก็ต้องแสดงออกถึงเจตนาเชิงบวก เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม จึงจะถือได้ว่า เป็นการเสริมสร้างความสงบร่มเย็นที่ถาวรและมีความมั่นคง ได้ให้คำแนะนำเจ้าป๋องเคอไปอย่างนี้”

                ในห้วงเดือนมิถุนายนนี้ สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงขอประชามติสำหรับการแต่งตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์การเสริมสร้างความสงบร่มเย็น และการกวาดล้างยาเสพติดจากประชาชนทั่วไปในพื้นที่ทางภาคเหนือของรัฐฉานและเมืองมัณฑเลย์ 1 ชุด , พื้นที่ทางด้านภาคตะวันออกของรัฐฉาน 1 ชุด และพื้นที่ทางด้านภาคใต้ของรัฐฉาน และเมืองย่างกุ้ง 1 ชุด

                เพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสังเกตการณ์การเสริมสร้างสร้างความสงบร่มเย็นและการกวาดล้างยาเสพติด สามารถบรรลุผลได้ตามเจตนารมณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย ที่มีมติตกลงร่วมกันในการพบปะเจรจากันที่เมืองเชียงตุงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น มีข่าวว่า สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (R.C.S.S.) และรัฐบาลสหภาพพม่า มีกำหนดการที่จะนัดเจรจาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนกรกฏาคมนี้