ข่าว

ฟิต'ตำรวจรัฐสภา'รับศึกหนักสมัยหน้า

ฟิต'ตำรวจรัฐสภา'รับศึกหนักสมัยหน้า

20 มิ.ย. 2555

สภาฯจับมือ“เครือข่ายคนไทยไร้พุง-สสส.” ฟิตตำรวจรัฐสภารับมืองานหนักสมัยประชุมหน้า หลังพบตำรวจสภาเกือบ 60% ไขมันสูง เสี่ยงสารพัดโรค ขณะที่ “รองประธานสภาฯ” ซ้อมป้องกันตัวหากถูกดึงแขน

                วันที่ 20 มิถุนายน ที่อาคารรัฐสภา 1 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิธีเปิดกิจกรรม “โครงการตำรวจรัฐสภา ไทย สุขภาพจิตสดใส สุขภาพกายแข็งแรง” โดยมีนาย วิสุทธิ์  ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานพิธี เพื่อเสริมสมรรถภาพทางร่างกายให้ตำรวจรัฐสภาได้ปฏิบัติหน้าที่ ปกป้องดูแลผู้บริหารบ้านเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา และผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 100 คน

                นายวิสุทธิ์ กล่าวว่าเป็นโอกาสอันดีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการจัดตั้งศูนย์สร้างเสริมสุขภาพในองค์กรนิติบัญญัติ เนื่องจากสุขภาวะของบุคลากรในองค์กรเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาที่ต้องปฏิบัติภารกิจในการปกป้องดูแลให้รัฐสภา เกิดความสงบ  เรียบร้อย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเสริมสร้างสุขภาวะของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อเป็นองค์กรต้นแบบขององค์กรอื่นๆ

                น.ส.นวลอนันต์ ตันติเกตุ รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า สสส. ร่วมกับ เครือข่ายคนไทยไร้พุง สำนักพัฒนาบุคลากร  และสำนักรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร  จัดกิจกรรม “โครงการ ตำรวจรัฐสภาไทย สุขภาพจิตสดใส สุขภาพกายแข็งแรง” ขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาทั้ง 99 ท่าน ได้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เสริมสร้างพลานามัยและโภชนาการ ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่จะทำให้ทำงานได้ อย่างมีความสุขและเกิดประสิทธิภาพ โครงการประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ 1. การวัดสมรรถภาพร่างกายและการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ทั้งก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการ 2. ฝึกอบรมในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม และ 3. กิจกรรมการออกกำลังกายสร้างเสริมสุขภาพ สัปดาห์ละ 1 วัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม  เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการขยายผลไปสู่บุคลา กรกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นองค์กรแห่งการมีสุขภาวะ ที่ดี

                “จากการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ของตำรวจรัฐสภา ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม โดยเครือข่ายคนไทยไร้พุง พบว่า ส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 55.6 มีปริมาณไขมันในร่างกายสูงและสูงมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิต หลอดเลือดสมองและหัวใจตีบตัน ขณะที่ร้อยละ 41.1 ปริมาณไขมันในร่างกายอยู่ใน เกณฑ์ปกติ ค่าดัชนีมวลกายส่วนใหญ่มีรูปร่างสมส่วน ร้อยละ 61.1 มีภาวะน้ำหนักเกิน ร้อยละ 30  โรคอ้วนร้อยละ 4.4  รูปร่างผอมบาง ร้อยละ 4.4  ค่าความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั้งนี้จะมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายอีกครั้งหลังเริ่มโครงการไป แล้ว 3 เดือนเพื่อเปรียบเทียบความสมรรถภาพทางร่างกายของตำรวจสภาที่เข้า ร่วมโครงการทั้ง 99 ท่าน” น.ส.นวลอนันต์ กล่าว

                ด้านนายนุกูล สัญฐิติเสรี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฏร กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ปฏิบัติราชการประจำของ สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา จึงจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาในการรักษาความสงบเรียบร้อย อารักขาบุคคลสำคัญ ดูแลสถานที่ประชุม ป้องกันการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบส่งผลต่อความ ปลอดภัย  และพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ การปฏิบัติภารกิจมีความสำคัญอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาจึงต้องมีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดกิจกรรมครั้งนี้ ตำรวจรัฐสภาได้มีการแสดงศิลปะการป้องกันตัวแบบตัวต่อตัว รวมทั้งการแสดงการอารักขาบุคคลสำคัญกรณีถูกผู้ไม่หวังดีบุกเข้าโจมตีหรือทำร้ายร่างกาย พร้อมกันนี้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังได้รับการสาธิตการป้องกันตัวจากครูฝึกด้วยตัวเอง กรณีหากถูกฉุกกระชากดึงข้อมือ โดยครูฝึกได้แนะนำทักษะป้องกันตัวให้บิดข้อมือพร้อมหมุนตัวเอง เพื่อให้ตัวเองหลุดจากการฉุกกระชากได้อย่างปลอดภัย ขณะที่นายวิสุทธิ์กล่าวหยอกล้อกับผู้สื่อข่าวว่าจะนำท่านี้ไปสอนให้ท่านสมศักดิ์ เกียรติ์สุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสร้างเสริมประสิทธิภาพตำรวจให้มีการร่างกายและจิตใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่ โดยมีการอบรมทั้งหลักโภชนาการและการออกกำลังกายประจำสัปดาห์ โดยเฉพาะสมัยประชุมสามัญครั้งหน้าที่จะเปิดอีกครั้งวันที่ 1 สิงหาคมการทำหน้าที่ของตำรวจรัฐสภาจะต้องเผชิญกับการประชุมฯที่เข้มข้น เพราะมีกฎหมายหลายฉบับต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ รวมทั้งต้องรับมือกับการชุมนุมทางการเมืองที่จะมาชุมนุมประท้วงที่บริเวณหน้ารัฐสภา