
อิยิปต์เตรียมแถลงอาการอดีตปธน.
อิยิปต์เตรียมออกแถลงการณ์ หลังมีข่าวสับสนเรื่องอาการป่วยของอดีตประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค
20 มิ.ย. 55 สถานีโทรทัศน์ไนล์ ของทางการอิยิปต์ รายงานว่า จะมีการออกแถลงการณ์เร็ว ๆ นี้ เกี่ยวกับสุขภาพของอดีตประธานาธิบดีฮอสนีย์ มูบารัค หลังจากมีรายงานที่สับสนเกี่ยวกับอาการของเขาว่าอยู่ในภาวะโคม่า หรือ เสียชีวิตในทางการแพทย์แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสภากลาโหมได้ยืนยันเช่นกันว่า จะมีการออกแถลงการณ์เกี่ยวกับอาการป่วยของนายมูบารัค
สำนักข่าวมีนาของทางการอิยิปต์ รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายมูบารัคที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ถูกประกาศว่าเสียชีวิตแล้วในทางการแพทย์ ในระหว่างเดินทางจากเรือนจำไปยังโรงพยาบาลทหาร แต่แหล่งข่าวทางการแพทย์ ระบุว่า เขามีอาการโคม่าและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และข่าวนี้ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่สภากลาโหม
นายมูบารัควัย 84 ปี ป่วยด้วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง และมีรายงานว่า อาการของเขาทรุดหนักอย่างรวดเร็ว หัวใจหยุดเต้น แต่แพทย์ได้ใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าเพื่อให้กลับมาเต้นตามปกติ แต่ต่อมาเขาก็เกิดอาการหลอดเลือดสมองอีก ทำให้ต้องส่งตัวจากเรือนจำโทราห์ ไปยังโรงพยาบาลทหารในกรุงไคโร
สำนักข่าวมีนา ระบุว่า ตอนที่นายมูบารัคไปถึงโรงพยาบาล เขาเสียชีวิตแล้วในทางการแพทย์ส่วนเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระบุว่า เขาต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ด้านสมาชิกสภากลาโหมคนหนึ่ง เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์ อัล-ชารุค ว่า นายมูบารัคอาการหนักมาก แต่ยังไม่เสียชีวิตส่วนนางซูซาน ภรรยาของนายมูบารัค ได้ไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมสามีที่อยู่ในห้องไอซียู
ข่าวอาการป่วยของนายมูบารัค เกิดขึ้นในช่วงที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหม่และการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ซึ่งเป็นระยะเวลา 16 เดือน หลังจากเขาถูกโค่นอำนาจ โดยการลุกฮือประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยตามกระแสอาหรับ สปริงส์ โดยเมื่อวันอังคารผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เหลืออยู่ 2 คน คือ นายฮาเหม็ด ชาฟิค อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ และอดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายมูบารัค และนายโมฮัมเหม็ด มูร์ซีร์ จากพรรคการเมืองของกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ ต่างก็ออกมาอ้างชัยชนะ
พรรคการเมืองของกลุ่มมุสลิมภารดรภาพ อ้างว่า นายมูร์ซีร์ชนะการเลือกตั้ง ทำให้ผู้สนับสนุนหลายหมื่นคน เดินขบวนไปตามท้องถนน ทำให้เกิดวิกฤติการเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้นกับเหล่านายพลในสภากลาโหม ที่พยายามจะกุมอำนาจที่จะทำให้พวกเขามีอิทธิพลเหนือประธานาธิบดีคนต่อไปที่จะขึ้นมาบริหารประเทศ
ผู้สนับสนุนราว 5 หมื่นคน ที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ได้ก่อการประท้วงที่จตุรัสทาห์รี ใจกลางกรุงไคโร ร้องตะโกนคำขวัญสนับสนุนนายมูร์ซี และประนามสภากลาโหม พวกเขายืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ในเมื่อทหารยังกุมอำนาจ และประธานาธิบดีคนใหม่จะต้องขึ้นรับตำแหน่งในสภาพที่ไม่มีทั้งรัฐสภา และไม่มีรัฐธรรมนูญ
ตอนที่นายมูบารัคหมดอำนาจ กองทัพได้ตั้งองค์กรสูงสุดของตนเอง โดยใช้ชื่อว่า สภากลาโหมหรือ SCAF และเป็นผู้มีอำนาจตัวจริง และแม้จะอ้างว่า เมื่อมีการเลือกตั้งรัฐสภาและประธานาธิบดี ก็จะยอมถ่ายโอนอำนาจให้ ซึ่งเมื่อสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งในปีที่แล้ว เริ่มต้นทำหน้าที่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางสภากลาโหมก็ยอมส่งมอบอำนาจนิติบัญญัติให้ แต่ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญอียิปต์ มีคำตัดสินว่า ในหลายมาตราของรัฐบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร เป็นโมฆะ ทำให้สภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งภายใต้มาตราเหล่านี้ กลายเป็นโมฆะไปด้วย และสภากลาโหมก็แจ้งเรื่องนี้ต่อรัฐสภาและห้ามสมาชิกฯ เข้าไปในอาคารรัฐสภาอีก
ท่าทีของการพยายามเกาะกุมอำนาจของกองทัพ สร้างความวิตกต่อนักลงทุน โดยเฉพาะการกอบกู้เศรษฐกิจ มูลค่า 240,000 ล้านดอลล่าร์ และโอกาสที่จะได้รับเงินช่วยกู้ช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ อีก 3,200 ล้านดอลล่าร์
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)
----------



