
หนุ่มโหด!ง้อเมียไม่สำเร็จชักปืนยิงดับ5เจ็บ2
สุดโหด! ผัวเก่าตามขอคืนดีเมียไม่สมหวังยิงถล่มยกครัวดับ 5 ศพ เจ็บอีก 2 หลังโทรมาขู่จะเข้ามาหา ใครขวางฆ่าหมด
เมื่อเวลา 05.00น.วันที่ 20 มิถุนายน พ.ต.ท.บุญลือ ดอกบัว พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เหตุยิงกันภายในบ้านเลขที่ 100 หมู่ 7 ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผบก.ภ.จว.นครปฐม ,พ.ต.อ.รัตนะ ปานจันทร์ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม,พ.ต.อ.ฐายุฎฐ์ จันทร์ถาวร ผกก.สภ.กำแพงแสน .,พ.ต.ท.ประทีป พันธ์หว้า รอง ผกก.สส.เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์
ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พบศพ นางลำดวน แซ่ลิ้ม อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้าน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.และขนาด.38 เข้าที่แสกหน้า จำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ได้ช่วยกันลำเลียงส่ง รพ.นครปฐม ซึ่งมีผู้เสียเสียชีวิตระหว่างนำส่ง รพ.อีก 3 รายคือ นายเซ้ง ทิมทับ อายุ 84 ปี ถูกยิงเข้าลำตัว จำนวน 2 นัด และขาซ้ายอีก 1 นัด ,ด.ช.อนุชา ห้วยหงส์ทอง อายุ 10 ปี ถูกยิงเข้าที่กลางหน้าผาก 1 นัด และกลางศีรษะอีก 1 นัด, ด.ญ.วรนันท์ ทับทิม อายุ 2 ปี ถูกยิงเข้าที่ขมับข้างขวา 1 นัด และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก3 รายคือ น.ส.สำเริง อริยกุล(ทิมทับ) อายุ 56 ปี ถูกกระสุนปืนที่บริเวณขา 1 นัด,น.ส.ปัญญา สามัญ อายุ 27 ปี ซึ่งกำลังตั้งท้องได้ 8 เดือน ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่ขา 1นัด และด.ช.พิสิษฐ์ ด่านน้อย อายุ 9 ปี ลูกชายนางสาวปัญญา ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่กลางหลังเข้าปอดและทะลุหน้าอก1 นัด แพทย์ต้องรีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถทนพิษบาดแผลไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย ส่วนคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุคือนายสมพงษ์ หรือแสวง หรือณัฐวัตร สาลี อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ซอยฉลองกรุง 27 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. หลังก่อเหตุได้ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดราก้อนอาย แค๊ป สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ลฐ- 2782 กทม.ที่จอดอยู่ปากซอยตรงข้ามซอยที่เกิดเหตุหลบหนีไป
จากการตรวจสอบบริเวณภายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบรอยเลือดหยดเต็มบ้าน และภายในห้องนอนซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายเจ้าหน้าที่พบหน้าต่างบานเกร็ดของห้องนอนถูกกระสุนปืน จนเป็นรู กระจกแตกกระจาย ภายในห้องนอนด้านซ้าย ซึ่งเป็นห้องนอนของ นายเซ้ง และนางสำเริง บิดา-มารดา ของนางวันดี พบกองเลือดและเลือดกระจายอยู่บริเวณมุ้งและพื้นห้อง นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนพื้นภายในบ้านและบริเวณนอกตัวบ้านจำนวน 12 ปลอก และปลอกกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 4 ปลอก ,ลูกกระสุน .38 นิ้ว 1 ลูก,ลูกกระสุน 9 มม.จำนวน 2 ลูก จึงได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป
อีกทั้ง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.00 น.นายสมพงษ์ หรือนายณัฐวัตร ซึ่งเป็นอดีตสามีเก่าของนางวันดี ทิมทับ อายุ 35 ปี ได้ขับรถมาจอดปากซอยตรงข้ามกับทางเข้าที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 100 กว่าเมตร แล้วเดินเข้าไปที่บ้านที่เกิดเหตุก่อนใช้เท้าถีบประตูหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถพังประตูได้จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า2 นัด เป็นจังหวะเดียวกับที่ นางลำดวน แซ่ลิ้ม ญาติซึ่งอยู่บ้านใกล้กันได้เดินออกมาตะโกนห้ามปรามและบอกว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว ทำให้นายสมพงษ์ หรือนายนัฐวัตรไม่พอใจหันกระบอกปืนไปยิงใส่นางลำดวน 1 นัด กระสุนเข้าแสกหน้าล้มลงเสียชีวิตทันที จากนั้น นายณัฐวัตร ก็ได้ยิงเข้าใส่กระจกหน้าต่างบานเกร็ด ซึ่งเป็นห้องนอนของนายเซ้ง และนางสำเริง บิดาและมารดาของนางวันดี โดยมี ด.ญ.วรนันท์ ทิมทับ อายุ 2 ขวบ บุตรสาวของนางวันดี นอนพักอยู่ด้วย จำนวนหลายนัด ทำให้กระสุนนางสำเริง ได้รับบาดเจ็บและถูกนายเซ้งและด.ญ.วรนันท์ อีกหลายนัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล หลังสิ้นเสียงปืนนางวันดี อดีตภรรยาผู้ก่อเหตุซึ่งนอนอยู่อีกห้องกับ ด.ช.อนุชา หลานชายซึ่งเป็นลูกน้องสาว ก็ได้ยินเสียงร้องครวญคราง ของบิดาและมารดา จึงได้คลานออกไปเปิดประตูเพื่อขอความช่วยเหลือจากพี่ชายและเพื่อนบ้านข้าง ๆ และขณะที่ ด.ช.อนุชา คลานออกไปเปิดประตูนั้น นายสมพงษ์ หรือนายณัฐวัตร ก็วิ่งสวนเข้ามาพร้อมใช้อาวุธปืนยิง ด.ช.อนุชา จำนวน 1 นัด จนล้มลง ก่อนมาเหยียบท้องตนแล้วกลับไปยิง ด.ช.อนุชา ซ้ำก่อนหลบหนีไป
นางวันดี ทิมทับ อายุ 35 ปี อดีตภรรยาของนายสมพงษ์ หรือนายณัฐวัตร ผู้ก่อเหตุให้การว่า นายสมพงษ์ หรือนายณัฐวัตร ผู้ก่อเหตุนั้นเคยอยู่กินกันมาตั้งแต่ตนอายุ 25 ปี จนกระทั่งตนอายุ 32 ปี ก็เลิกรากัน จากนั้นตนก็กลับมาอยู่บ้าน โดยนายณัฐวัตรก็อยู่กับภรรยาและลูกสาว ที่ลาดกระบัง จากนั้นตนก็ได้กลับมาอยู่บ้านและมามีความสัมพันธ์กับนายกระต่าย เกษมจิต อายุ 29 ปี และอยู่กินด้วยกัน จนกระทั่งมีบุตรสาวด้วยกัน คือ ด.ญ.วรนันท์ อายุ 2 ขวบ และก็กำลังตั้งท้องคนที่ 2 ได้ประมาณ 2 เดือนกว่า โดยนายกระต่ายจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนตนก็อยู่กับพ่อแม่
นางวันดี ให้การอีกว่า ที่ผ่านมาหลังจากเลิกรากับนายสมพงษ์ หรือนายณัฐวัตร มาเป็นเวลา 7 ปี แล้วแต่นายณัฐวัตร ก็ยังโทรติดต่อเรื่อยมาเพื่อขอคืนดีแต่ตนก็ไม่สนใจ และตนก็เคยไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สนใจบอกว่า เป็นเรื่องของสามี - ภรรยากัน จนกระทั่งเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายณัฐวัตร ก็โทรศัพท์เข้ามาหาตนเพื่อขอคืนดีด้วยและบอกว่าจะมาหา และขู่อีกว่าถ้าใครขวางจะฆ่าให้ตายให้หมด ก่อนที่จะส่งข้อความมาขอคืนดีอีกแต่ตนก็ไม่สนใจ และได้มาเล่าให้พ่อแม่และคนในบ้านฟัง ก่อนที่จะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมว่านายณัฐวัตร โทรมาข่มขู่ว่าจะมาทำร้ายคนในบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกกับตนว่า “ไม่เป็นอะไรถ้ามีอะไรก็มาแจ้งก็แล้วกัน” ซึ่งตนก็ไม่คิดว่านายณัฐวัตรจะมาในช่วงเช้ามืด
จนกระทั่งในช่วงก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 04.00 น.นายณัฐวัตร ก็ใช้ผ้าโพกหน้าแล้วเข้ามาถีบประตูเสียงดัง ตนตกใจได้ยินเสียงก็เดาได้ว่าต้องเป็นนายณัฐวัตรแน่นอน จึงไม่ยอมออกไปเปิดประตู และไม่ยอมเปิดไฟ นายณัฐวัตรจึงยิงปืนกราดขึ้นฟ้า 1 ชุด ก่อนที่จะมาถีบประตูอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาได้ จึงได้กราดยิงทุกคนเข้ามาในบ้าน พร้อมกันนั้นตนก็ได้ยินเสียงร้องของพ่อและแม่ของตนที่อยู่ห้องข้าง ๆ ก่อนที่จะเงียบเสียงลง ด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนจึงให้ ด.ช.อนุชา หลานชาย ที่นอนอยู่กับตน คลานไปเปิดประตูไปเรียกคนมา และเมื่อ ด.ช. อนุชา คลานไปเปิดประตูออก นายณัฐวัตร ก็วิ่งสวนเข้ามาพร้อมใช้อาวุธปืนยิงใส่ ด.ช.อนุชา 1 นัด จนล้มลง ตนเห็นดังนั้นจึงวิ่งออกไปข้างนอกแล้วล้มลง นายณัฐวัตร จึงเดินมาเหยียบที่ท้องของตนแล้วเอาปืนจ่อ ก่อนจะบอกกับตนว่า” กูไม่ยิงมึงหรอกแต่กูจะให้มึงเจ็บปวดไปทั้งชีวิต” จากนั้นก็เดินไปยิงหัว ด.ช.อนุชา ซ้ำอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะหลบหนีไป ตนจึงวิ่งกลับไปดูพ่อ - แม่ และลูกสาววัย 2 ขวบที่นอนอยู่ด้วยกัน ก็พบว่าถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว และมีเพื่อนบ้านซึ่งเป็นญาตินำส่งรพ.ศูนย์นครปฐม
พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ. 7 กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นอดีตแฟนเก่าที่ติดตามมาเพื่อขอคืนดี แต่อดีตภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย จึงแค้นและตามมาฆ่าล้างครัว ทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์และเข้ามาห้ามปราม ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 4 คนนั้นเป็นคนในครอบครัวเดียวกันคือเป็นพ่อ,ลูกสาววัย 2 ขวบ และหลานชายทั้ง 2 คน ของนางวันดี ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวและที่อยู่ผู้ก่อเหตุแล้ว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกำลังติดตามผู้ก่อเหตุ ตามพื้นที่ ที่คาดว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไป
พ.ต.ท.ประทีป พันธ์หว้า รองผกก.สส. สภ.กำแพงแสน กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่านายณัฐวัตร ผู้ก่อเหตุนั้น มีอาชีพทำนาอยู่ในพื้นที่ลาดกระบังหลังจากเลิกลากับนางวันดีแล้ว ก็ยังติดต่อกับนางวันดีเพื่อขอคืนดีตลอด แต่นางวันดีไม่สนใจเพราะมีครอบครัวใหม่แล้ว จึงแค้นใจ โทรมาข่มขู่ จนในช่วงเช้ามืดก็ได้ถือปืน 2 กระบอกเข้ามาก่อเหตุยิงกราดใส่บ้านของนางวันดี และยิงใส่ญาติและเพื่อนบ้านที่ออกมาห้ามปราบและช่วยเหลือจนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และจากการให้ปากคำของนางวันดีพบว่านายณัฐวัตรนั้นเกี่ยวพันกับยาเสพติด และมีเพื่อนอยู่ในวงการยาเสพติดในพื้นที่ลาดกระบัง และภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าอย่างเร่งด่วนแล้ว เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่อันตราย และก่อเหตุอย่างเหี้ยมโหดมากแม้แต่คนแก่ เด็กวัย 2 ขวบและ 9 ขวบยังไม่เว้น



