ข่าว

ครม.ผวา!ปปช.ชี้จำนำข้าวมีกลิ่น

ครม.ผวา!ปปช.ชี้จำนำข้าวมีกลิ่น

20 มิ.ย. 2555

ครม.ผวา! ถูกซักฟอก หลัง ปปช. ได้กลิ่นทุจริต 'จำนำข้าว' มอบหมาย 'เฉลิม' ตรวจสอบ ด้าน ก.วิทย์ เปิดเอกสาร 'นาซ่า' ขอใช้ 'อู่ตะเภา' ยัน มีประโยชน์

           รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 19 มิ.ย.55 นายปานเทพ กล้านรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้นำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต กรณีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก ของคณะกรรมการปปช. เพื่อให้ครม.พิจารณา และมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

          ทั้งนี้ ปปช. ระบุว่า เนื่องจากที่ผ่านมา ปปช. ได้ศึกษาติดตามการดำเนินการตามนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกอย่างใกล้ชิดพบว่า การดำเนินการก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ อย่างมากมาย เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย ดังนั้น เพื่อป้องกันการทุจริตและป้องกันไม่ให้โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ก่อให้เกิดความสูญเสียด้านงบประมาณ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และหากรัฐบาลต้องการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวเปลือกต่อไป ปปช. มีข้อเสนอดังนี้
 
          1.กำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกแต่ละชนิด ให้มีความเหมาะสมสอดคล้อง กับต้นทุนการผลิตที่เกษตรกรรับภาระอยู่ โดยอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล และไม่บิดเบือนกลไกการตลาด

          2.ควรมุ่งมั่นช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะการลดต้นทุนการผลิตข้าว

          3.นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการลงทะเบียนและรับรองเกษตรกร

          4.กำหนดให้มีมาตรการลงโทษที่เหมาะสม และจริงจังกับเกษตรกรที่ไม่สุจริต
 
          ในส่วนของการระบายข้าวสารจากคลังสินค้าของรัฐบาล เพื่อไม่ให้ข้าวที่ได้มา ก่อให้เกิดความสูญเสียงบประมาณของรัฐเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเก็บรักษาข้าวไว้นาน ทำให้ข้าวเกิดความเสียหาย เสื่อมคุณภาพ สูญเสียน้ำหนัก และเป็นการป้องกันการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงควรมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือที่เกี่ยวข้อง กำหนดแผนการบริหารจัดการการระบายข้าวที่เก็บรักษาไว้ในโกดังอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินการหรือที่ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามแผนได้ ให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณา

          นอกจากนี้ ควรประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียด ในการดำเนินการระบายหรือจำหน่ายข้าวที่อยู่ในคลัง แก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส

 

ครม. ผวา ลงมติแค่รับทราบ หวั่น ถูกฝ่ายค้านจ้องซักฟอก

 

          แหล่งข่าวในที่ประชุมครม.เปิดเผยว่า ในการพิจารณาวาระดังกล่าว ครม.ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ถึงข้อเสนอแนะดังกล่าวของปปช. ซึ่งมีการสรุปว่า ครม.ไม่ควรมีการลงมติให้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะอาจจะถูกพรรคฝ่ายนำข้อเสนอแนะนี้ หยิบยกไปเป็นประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

          แหล่งข่าวระบุว่า ถ้าครม.มีมติ ก็เท่ากับครม.ยอมรับว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นแล้ว จึงทำให้ครม.ไม่มีมติใด ๆ ออกมา ครม.จึงแค่รับทราบในข้อสังเกต และแนวทางของ ปปช. และมอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

          “ครม.ต่างไม่พอใจข้อความ ที่ ปปช. ระบุว่า การดำเนินการก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ อย่างมากมาย เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย ซึ่งแน่นอน ก็เท่ากับว่า ปปช. คงพบอะไรบางอย่างแล้วในโครงการนี้ จึงเสนอแนะมา อีกทั้งในพรรคเพื่อไทยเอง ส.ส. หลายคนก็ทำธุรกิจโรงสีมาก่อน เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถ้าหากเรามีมติออกไป ก็เท่ากับจะเป็นการประทับตราเอกสารนี้ ให้ฝ่ายค้านเอาไปโจมตีเราได้ในอนาคต” แหล่งข่าว ระบุ

 

เปิดเอกสาร ก.วิทย์ 'นาซ่า' ขอใช้ 'อู่ตะเภา' ยัน มีประโยชน์

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ได้รับการเปิดเผยรายละเอียดโครงการ ที่นาซ่าขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เป็นฐานปฏิบัติการสำรวจชั้นบรรยากาศ โดยแหล่งข่าวจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) ก.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยเอกสารของโครงการดังกล่าว โดยระบุที่มาของโครงการ วัตถุประสงค์โครงการโดยสรุป เครื่องมือที่ใช้ นักวิจัยจากฝ่ายไทย ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และแนวทางการกำกับการดำเนินการ 

          ทั้งนี้ เอกสารระบุว่า ชั้นบรรยากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีละอองแขวนลอย(Aerosol)ที่มาจากหลายแหล่ง เช่น เกลือทะเล การเผาไหม้ป่าและพื้นที่เกษตร การเผาไหม้น้ำมันและเชื้อเพลงฟอสซิลอื่นๆ จากละอองดินทราย ซึ่งปริมาณเข้มข้นของละอองเหล่านี้แปรปรวนอย่างมากตามพื้นที่และฤดูกาล โดยละอองดังกล่าวจะส่งผลต่อทัศนะวิสัย เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมทางอากาศและสุขภาพ มีทั้งกลุ่มที่เร่งการก่อตัวของเมฆและฝน เช่น ละอองเกลือ และกลุ่มที่สลายเมฆและลดการเกิดฝน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชนิด ปริมาณ และกระบวนการพัดพาแนวราบและแนวดิ่งจะช่วยการพยากรณ์อากาศโดยเฉพาะการเกิดฝนแม่นยำมากขึ้น

          นอกจากนี้ ยังทำให้รูปแบบจำลองคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกเนื่องจากสภาวะโลกร้อนในอนาคตมีความเคลื่อนสูง เพราะละอองส่งผลให้ความเข้มของอาทิตย์ที่ตกระทบพื้นโลกลดลง

          โครงการดังกล่าวจะใช้อากาศยานประเภทต่างๆ เก็บข้อมูลชนิด ปริมาณ การพัดพาในบรรยากาศ ผลของละอองต่อการเกิดเมฆและฝนในภูมิภาค โดยเป็นอากาศยานของนาซา 3 ลำ ของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงและการบินเกษตร 1 ลำ ซึ่งจะเก็บตัวอย่างอากาศและตรวจวัตถุทางอุตุนิยมวิทยาในชั้นบรรยากาศชั้นบนถึงระดับ20 กิโลเมตร ซึ่งบอลลูนตรวจสภาพอากาศของไทยไม่สามารถทำได้ และจะมีนักวิจัยไทยจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศฯ สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร กรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

          สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศฯระบุว่า ไทยจะได้ประโยชน์หลายประการจากโครงการดังกล่าว เช่น ได้ข้อมูลเพื่อการปรับแก้สีภาพถ่ายดาวเทียมไทยโชติ(ธีออส) และดาวเทียมเชิงแสงอื่นๆ ที่ได้รับการตำหนิว่าสีที่ถ่ายได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความผิดเพี้ยนไม่กลมกลืน ซึ่งความเข้าใจเชิงสถานที่และเวลาเกิดเมฆจะช่วยให้วางแผนการถ่ายภาพได้สำเร็จมากขึ้น โดยเมฆเป็นปัญหาใหญ่สุดของการถ่ายภาพของดาวเทียมธีออส พยากรณ์การเกิดเมฆและฝนแม่นยำขึ้น แสดงให้โลกเห็นถึงความตั้งใจของไทยในการสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับภูมิอากาศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

          ขณะที่ข้อกังวลด้านความมั่นคงนั้นสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศฯระบุว่า แผนการบินจะต้องได้รับการพิจารณาจากหน่วยงานความมั่นคงและวิชาการว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยทางพลเรือนเท่านั้นเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและเทคนิคต้องมีส่วนในการกำกับทุกเที่ยวบิน นักวิจัยของนาซาจะต้องสรุปข้อมูลเบื้องต้นและสำเนาข้อมูลทั้งหมดให้ฝ่ายไทยในโอกาสแรกที่เป็นไปได้ และนักวิจัยไทยจะต้องมีส่วนร่วมและเรียนรู้ในการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการ