
'สมศักดิ์'ปัดซุกหุ้นยันโอนให้ลูกหมด
"สมศักดิ์" ปัดซุกหุ้น 102 ล้าน ระบุโอนให้ลูกสาวหมด หวั่นซวยหากบริษัทประกันทำสัญญากับรัฐ ยันทำโปร่งใสตรงไปตรงมา แต่เลี่ยงให้ข้อมูล บริษัทสุขภาพ-บริษัทดนตรี อ้างเลิกกิจการไปนานแล้ว -จำไม่ได้
19มิ.ย.2555 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่วุฒิสภาส่งเรื่องที่นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นถอดถอนให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) หลังพบว่ามีการทำหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ว่า เป็นธรรมดาที่ตนจะโดนหนัก แต่ไม่มีประเด็นที่น่าห่วง เพราะหากใครติดตามการทำหน้าที่ของตนจะเห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา และได้ทำหน้าที่โดยยึดรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด
นายสมศักดิ์ ยังชี้แจงต่อประเด็นที่สำนักข่าวอิศราเปิดประเด็นการซุกหุ้น จำนวน 1.02 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 102 ล้านบาท ในบริษัททิพยประกันภัย จำกัดว่า ประเด็นข่าวนี้มีการแต้มสีใส่ไฟ ซึ่งตนสามารถชี้แจงได้ว่าหุ้นดังกล่าวเกิดจากกรณีที่ตนไปลงนามข้อตกลง (เอ็มโอยู) เพื่อซื้อบริษัทประกันชีวิต จากนั้นได้มาระดมนายทุนที่อยู่ในวงการประกันภัยให้มาร่วมลงทุน ส่วนเงินจำนวน 102 ล้านบาทนั้น เป็นมูลค่าส่วนต่างของหุ้นที่เหลือ จำนวน 32 เปอร์เซ็นต์
“ผมตัดสินใจโอนหุ้นส่วนของผมทั้งหมดให้ นายศรัณย์ ลิมป์หิรัญรักษ์ ซึ่งเป็นน้องเขยของผมดูแล รวมถึงหุ้นของบุคคลอื่นที่ร่วมทำธุรกิจด้วย เพราะช่วงนั้นจะมีการเลือกตั้ง และผมมั่นใจว่าจะชนะเลือกตั้ง รวมถึงมีความเป็นไปได้ว่าจะได้นั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ภายหลังการเลือกตั้งผมชนะ แต่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ผมจึงโอนหุ้นกลับมาดูแล และหลังจากนั้นผมได้รับตำแหน่งประธานสภาฯ ผมยังถือครองหุ้นอยู่ เนื่องจากตามกฎหมายประธานสภาฯ สามารถถือครองหุ้นได้ ทีนี้เมื่อโอนหุ้นกลับมาแล้ว ผมกลัวว่าจะมีปัญหา เพราะบริษัทประกันต้องการเพิ่มทุน และมีธนาคารออมสิน และ กบข. เตรียมที่จะมาร่วมทุนด้วย ผมกลัวว่าจะซวย โดยที่ผมไม่รู้เรื่อง หากบริษัทไปทำธุรกิจที่มีผลผูกพันกับราชการและรัฐวิสาหกิจ ผมเลยตัดสินใจโอนหุ้นไปให้ลูกสาว ซึ่งเรียนในคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้เขามาทำหน้าที่ดูแลธุรกิจหลังจากเรียนจบ ประเด็นพวกนี้ผมตรงไปตรงมา และโปร่งใส และที่สำคัญประเด็นการฝากหุ้นไว้กับนายศรัณท์ผมก็ชี้แจงกับ ปปช.แล้วด้วย” นายสมศักดิ์ ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวถามถึงการดำเนินงานของ บริษัท พี.เค.มิวสิคจำกัด และบริษัทสไมล์ เฮลธ์ จำกัด ที่ได้มีการโอนกิจการให้บุคคลอื่น นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ผมขอไปดูรายละเอียด เพราะมันนานแล้ว ลืมไปแล้ว ตอนนี้กำลังรวบรวมเอกสาร”
เมื่อถามต่อว่าทั้ง 2 บริษัท ได้เลิกกิจการแล้วหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวตอบทันทีว่า “เลิกกิจการนานแล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่ได้ไปยกเลิกบริษัท เรื่องนานแล้วก็ลืม ขอรวมบรวมรายละเอียด แต่ยืนยันทุกอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใส ทั้งหมด หุ้นก็ไม่กี่ตังค์ แค่หลักแสนบาท ขนาดหุ้น 100 ล้านบาทผมยังเปิดเผยได้ แล้วจะปิดทำไมเงินไม่กี่แสน
เมื่อถามอีกว่า ในประเด็นการถือครองหุ้นของ น.ส.จินตนา ถาโคตร และ น.ส.ชุติภรณ์ อังคศิริมงคล จะชี้แจงอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 คน เป็นคณะทำงานที่อยู่ในบริษัท ในเครือข่ายมีบริษัทของเครือญาติ ของหลาน และมีส่วนหนึ่งของผม และตอนหลังยกกิจการไปให้เขา เพราะเป็นงานอดิเรกมากกว่า
เมื่อถามย้ำว่าเป็นการโอนหรือซื้อขาย นายสมศักดิ์ ปฏิเสธที่จะตอบในประเด็น และกล่าวว่า “การทำค่ายเพลง เป็นงานอดิเรก เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลง โดยเฉพาะเพลงเก่าๆ เป็นงานที่ทำด้วยใจรัก พอเริ่มเบื่อก็ยกให้ สรุปทุกอย่างตรงไปตรงมาโปร่งใส”



