ข่าว

"จตุพร"มอบตัวสู้คดี"ผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

"จตุพร"มอบตัวสู้คดี"ผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

18 พ.ค. 2552

“จตุพร" แกนนำม็อบเสื้อแดง"มอบตัวสู้คดี"ตามหมายจับ"อั้งยี่ซ่องโจร-ผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน"ตำรวจปล่อยตัวโดยดีใช้เอกสิทธิส.ส.คุ้มครอง กองเชียร์ปิดล้อมหน้า“บช.น.” กดดันตำรวจตั้งเวทีปราศรัยชั่วคราวโจมตี “รัฐบาล“ ประกาศกร้าวเตรียมแจ้งจับ“นายกฯ” สั่งฆ่าประชาชน

(18พ.ค.) เวลา 11.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย   ( นปช.) ม็อบเสื้อแดง 1 ใน 27 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับความผิดมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่น วายขึ้นในบ้านเมืองโดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ และข้อหาชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนฝ่าฝืนข้อกำหนด (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)ตาม มาตรา 9 ข้อ 1 และมาตรา 18 เข้ามอบตัวสู้คดีกับ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมพนักงานสอบสวนนครบาลร่วมสอบปากคำรับทราบข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น
 
 นายจตุพร กล่าวว่า การใช้เอกสิทธิ์เป็นเรื่องของผู้ดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือว่าศาลถ้าประสงค์จะดำเนินคดีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ในระหว่างสมัยประชุมจะต้องทำเรื่องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร์และประธานสภาจะต้องบรรจุวาระเข้าที่ประชุมและเป็นมติที่ประชุมเพราะฉะนั้นคนถูกดำเนินคดีนั้น ไม่มีสิทธิ์จะไปร้องขออะไร ที่ผ่านมาจึงอยู่เฉยๆไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์แต่อย่างใดหากบรรจุวาระก็ดูแล้วไม่มีทางที่จะถึง เพราะความจริงแล้วนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอลงกรณ์ พรหมบุตรและหลายคนของพรรคประชาธิปัตย์เองยื่นไปแล้ว มาตรานี้ก็คุ้มครองโดยอัตโนมัติผู้ดำเนินคดียื่นไปประธานสภาก็ไม่ยอมบรรจุวาระเพียงแค่ฟังคำตัดสินของศาลในวันที่ 27 เม.ย.คดีของคุณอภิสิทธิ์ และคุณสุเทพ ที่หมอพรหมมินทร์ ฟ้องแค่ศาลนัดให้ไปฟังตัดสินถ้าไม่นำเรื่องขออนุมัติในที่ประชุมก็ไม่สามารถตัดสินได้ เรื่องนี้คนที่เอาไปออกข่าวแสดงความโง่ออกมาเท่านั้นเอง

 นายจตุพร กล่าวต่อว่า วันนี้ตั้งใจมอบตัวอยู่แล้วและมีประชุมสภาด้วยหากตำรวจไม่รับมอบตัวก็สุดแท้แต่ถ้าจะเล่นเกมส์ก็เชิญ วันนี้ต้องพูดตามความจริงว่า คดีของพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิกับสนามบินดอนเมืองก็โกหกแหกตาคนทั้งประเทศอยู่แล้วว่าจะมีการสั่งฟ้องตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมาปรากฏว่า ดึงเรื่องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กว่าจะออกหมายจับได้สอบพยาน 200 ปาก ผิดกับคนเสื้อแดงไม่ต้องสอบพยานสักปากเพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร อยากจะทำอะไรก็เชิญ
 
 “ผมยืนยันเลยว่า จะแจ้งความจับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ข้อสั่งฆ่าประชาชนแน่นอน กรณีที่พัทยาก็แจ้งความลักษณะนี้เหมือนกันทั้งหมดต้องการให้เกิดความเท่าเทียมกัน ผมไม่ไหวหวั่นอะไรการต่อสู้ก็ยังเดินหน้าต่อไป สู้ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ และศาลหมายความว่าทุกขั้นตอนจะสู้กันหมดเพราะว่ามีหลายกรณีต้องพิสูจน์รวมทั้งเรื่องที่นายกไม่ได้อยู่ในรถที่กระทรวงมหาดไทย ผมก็รู้อยู่แล้วหากพูดไม่จริงก็ต้องถูกดำเนินคดีหมิ่นประมาท จึงต้องตรวจสอบทุกขั้นตอนโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีเปลี่ยนรถสาบานสาปแช่งกันตรงไหนก็ได้กว่าคดีจะเริ่มขึ้น หรือพิสูจน์ภาพชัดๆ ทั้งหมดได้สอบถามคนที่อยู่ในเหตุการณ์รวมทั้งข้อพิรุธการเปิดประตูรถ ยื่นของใส่หน้าถ้านายรัฐมนตรีอยู่จริงชุดรปภ.จะต้องถูกปลดหมด ใช้เวลาสลับรถ 1 นาทีแหกตาคนทั้งประเทศแต่นี้ไม่มีอะไรคนคุ้มกันรถก็รู้ว่าเป็นรถปล่าวมีเพียงแค่ รปภ.และรถกันกระสุนทุบอย่างไรก็ไม่แปลก “ นายจตุพรกล่าวในที่สุด
 
 ภายหลังเสร็จสิ้นสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมงพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวนายจตุพรเนื่องจากยังอยู่ในสมัยประชุมสภาพร้อมตั้งเงื่อนไข 3 ข้อคือ 1.ห้ามมิให้กระทำการใดๆที่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดี 2.ห้ามมิให้ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและ 3.ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
 
 นายจตุพรยอมรับโดยดีและออกจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจพร้อมขึ้นเวทีปราศรัยชั่วคราวหน้า บช.น.ประกาศกร้าวว่า วันนี้มาในฐานะตกเป็นผู้ต้องหาแต่คราวหน้าจะมาในฐานะโจทก์แจ้งความจับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ข้อหาสั่งฆ่าประชาชนในฐานะเป็นตัวการเป็นฆาตกรจากเหตุการณ์สงกรานต์เดือด พร้อมระบุแกนนำเตรียมออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานผ่านการถ่ายทอดทางเคเบิ้ลช่องดีสเตชั่นของกลุ่มคนเสื้อแดงเร็วๆนี้ ทุกคนจะได้รู้ความจริงกันเสียทีก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันเดินทางกลับไป
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับ 27 คนจากเหตุการณ์ " สงกรานต์เดือด " นั้นประกอบด้วย 1.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2.นายวีระ มุสิกพงศ์ 3.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 5.นายจักรภพ เพ็ญแข 6.นายอดิศร เพียงเกษ 7.นายเหวง โตจิราการ 8.นายสิรวิชญ์ พิมพ์กลาง 9.นายพีระ พริ้งกลาง 10.นายณรงค์ศักดิ์ มณี 11.นายณัฐพงศ์ อินทะนาง12.นายชิณวัฒน์ หาบุญพาด 13.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 14.พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ 15.นายนิสิต สินธุไพร 16.นายนพพร นามเชียงใต้ 17.นายสำเริง ประจำอ 18.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ 19.นายธนกฤต หรือ วันชน ชะเอมน้อย 20.นายสิงห์ทอง บัวชุม 21.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ 22.นายศักดา นพสิทธิ์ 23.นางศิริวรรณ นิมิตศิลปะ 24.นายธรชัย ศักดิ์มังกร 25.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 26.นายวรชน เหมะ 27.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ก่อนหน้านี้ได้ทยอยกันเข้ามอบตัวสู้คดีรวมแล้ว 11 คนคือนายวีระ นายณัฐวุฒิ นายอดิศร นายแพทย์เหวง นายอริสมันต์ นายสุพร นายสิรวิชญ์ นายพีระ นายณรงค์ศักดิ์ หรือเป๋คลองเตย นายชินวัตร และล่าสุดนายจตุพร
 
 ด้าน พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า นายจตุพรมามอบตัวตามหมายจับและมีการแจ้งข้อหาไปแล้วและได้ปล่อยตัวไปเพราะมีเอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.คุ้มครองอยู่ และได้นัดหมายอีกครั้งวันที่ 25 พ.ค.หมดสมัยประชุมสภาฯ จากนั้นจะเร่งสรุปสำนวนให้เรียบร้อย หลายคนตั้งข้อสังเกตและสงสัยว่าทำไมทำสำนวนเสื้อแดงเร็วกว่าเสื้อเหลือง ความจริงแล้วไม่ใช่เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ในอำนาจศาลและขออำนาจศาลฝากขังได้เพียง 48 วัน 4 ผลัด ขณะนี้ฝากขังไปแล้ว 3 ผลัด เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนต้องเร่งสรุปสำนวนให้ทันสั่งฟ้องใน 48 วันทั้งกรณีของนายแพทย์เหวง นายวีระ นายณัฐวุฒิ อย่าคิดว่าทำเร็วฟ้องเร็ว แต่จะถูกกำหนดด้วยระยะเวลาในการฝากขังและตอนนี้เหลือผู้ต้องหาที่เหลืออีกไม่กี่คน ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร อดีตนายกฯและนายจักรภพ เพ็ญแข นั้นยังไม่มีการติดต่อขอมอบตัวแต่อย่างใด

 
 ส่วนกรณีที่นายจตุพร ประกาศบนเวทีว่าจะแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ข้อหาฉกรรจ์สั่งฆ่าประชาชนนั้น พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การจะกล่าวโทษใครต้องมีมูลฝนตกยังต้องตั้งเค้าในการที่จะกล่าวหาใครนั้นต้องมีหลักฐานพอสมควรว่าเขาทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือ ไม่ใช่ว่ามากล่าวหาให้เสียหาย มากล่าวหาให้เสียชื่อแล้วกลับไปตรงนี้ไม่ได้ว่านายจตุพร แต่เป็นการพูดตามหลักการ คนที่มีวุฒิภาวะ ต้องตระหนักให้มากด้วย การกล่าวหานายกฯจะกล่าวหาอย่างไรใช้โดยตำแหน่งนายกฯ สั่งฆ่าประชาชนงั้นหรือ หากมีการกล่าวหาในตำแหน่งนายกฯ ถือเป็นความผิดมาตรา 157 ต้องดำเนินการ ส่งเรื่องให้ ปปช. ชี้มูล แต่หากแจ้งว่านายกฯสั่งฆ่าคน นายกฯ ไปเกลียดใครตรงไหน ต้องตอบคำถามให้ได้ด้วย ว่านายอภิสิทธิ์ มีเหตุโกรธเคืองกับใครตรงไหน นายสุเทพ มีเหตุโกรธเคืองกับใครตรงไหนถึงได้ไปสั่งฆ่า ทุกอย่างต้องมีหลักฐานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา114 ไม่ใช่มากล่าวหาลอย ๆ 
 
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ทำหนังสือถึงแกนนำบางคนที่เหลือให้มอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 19 พ.ค. นี้และคาดว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบการปราศรัยของแกนนำที่ถูกปล่อยตัวชั่วคราววันที่ 15-17พ.ค. ที่ผ่านมาว่ามีการทำผิดเงื่อนไขหรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะเสนอศาลพิจารณาถอนประกันและควบคุมตัวเข้าเรือนจำต่อไป